แอฟริกาแผ่นดินอาบยาพิษ

0
158
แอฟริกา
ชาวมาไซเหล่านี้ต้อนปศุสัตว์และแกะจากหมู่บ้านของตนเข้าไปหากินในเขตสงวนมาไซมารา แย่งพืชอาหารของสัตว์ป่าที่สิงโตและไฮยีนาล่ากินตามปกติ เมื่อสัตว์นักล่าหันมาจับปศุสัตว์กิน คนเลี้ยงสัตว์ก็แก้แค้นด้วยการเจือยาเบื่อในซากสัตว์

แอฟริกา แผ่นดินอาบยาพิษ

ในเคนยาและทั่วทั้ง แอฟริกา ยาเบื่อถูกนำมาใช้ฆ่าสัตว์เล็กเพื่อเป็นอาหาร (ผลที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ยังไม่ชัดเจน) ล้มช้างหรือแรดเพื่อเอางาและเขา  ไปจนถึงเอาอวัยวะหรือชิ้นส่วนสัตว์ไปปรุงเป็นเครื่องยา  สาเหตุน่ากังวลอีกประการของการใช้ยาเบื่อเกิดจากการเผชิญหน้าของคนกับสัตว์ป่า  เช่น  เมื่อสิงโตหรือไฮยีนาฆ่าปศุสัตว์  หรือช้างบุกเข้าไปกินพืชผลในไร่  ชาวบ้านมักใช้ยาฆ่าแมลงเพราะมีราคาถูก หาซื้อง่าย และรุนแรงถึงตาย

การวางยาเบื่อเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไร้ทางแก้  การวางยาเพื่อแก้แค้นอาจเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ แต่หลักฐานการทำเช่นนั้นมักเป็นเรื่องเล่าลือและมักจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ถึงอย่างนั้น เกือบทุกคนที่เฝ้าระวังสัตว์ป่าในเคนยา ทั้งนักชีววิทยา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และกลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ ล้วนเห็นตรงกันว่า การวางยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่ามีมากขึ้น

แอฟริกา
วิธีดั้งเดิมในการฆ่าสัตว์ด้วยยาพิษคือการยิงลูกดอก แบบเดียวกับลูกดอกของชาวมาไซที่ตลาดแห่งหนึ่งในเมืองโอลปูซีโมรูใกล้ชายแดนเคนยากับแทนซาเนีย ลูกดอกเหล่านี้อาบยาพิษรุนแรงถึงตายที่ได้จากเปลือกของต้น อะโคคันเทรา

คนทั่วโลกใช้ยาพิษล่าสัตว์และสังหารศัตรูมานานแล้ว  ในแอฟริกาตะวันออก ต้น อโคคันทีรา มีสารประกอบที่ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหัวใจหยุดเต้นและเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาหลายร้อยปีแล้ว  ในระยะหลังมานี้ การใช้สารสตริกนินเพื่อกำจัด “สัตว์รบกวน” เป็นเรื่องปกติเสียจนกระทั่ง จอร์จ แอดัมสัน นักอนุรักษ์ชื่อดังซึ่งชาวเคนยารู้จักกันในชื่อที่เรียกอย่างนับถือว่า บาบา ยา ซิมบา (พ่อสิงโตในภาษาสวาฮิลี) ใช้มันฆ่าไฮยีนาที่สร้างความรำคาญให้เขา

แต่การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลที่สุดซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  และยังก่อปัญหาในพื้นที่ส่วนใหญ่ของแอฟริกาและประเทศอื่นๆ คือการพัฒนายาพิษสังเคราะห์เพื่อการเกษตร ซึ่งก็คือยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้า  นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เมื่อประชากรมนุษย์เริ่มพุ่งสูงในแอฟริกาและการแย่งชิงที่ทำกินและอาหารรุนแรงขึ้น เจ้าของที่ดินและคนเลี้ยงสัตว์พบว่า ยาฆ่าแมลงยังใช้ฆ่าสัตว์นักล่าต่างๆ (สิงโต เสือดาว หมาป่า แจ็กคัล) สัตว์กินซาก (ไฮยีนา แร้ง) และสัตว์รบกวนพืชผล (ช้าง และนกบางชนิด) ได้  เมื่อถึงจุดหนึ่ง คนก็เริ่มหันมาใช้สารเคมีอันตรายล่าเป็ดและนกน้ำอื่นๆ เพื่อขายเป็นอาหาร

การเคลื่อนไหวระดับชาติเพื่อแก้ปัญหาการวางยาเบื่อเริ่มขึ้นเมื่อเนเจอร์เคนยา (Nature Kenya) องค์กรธรรมชาติวิทยาเก่าแก่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก รู้ว่าเกษตรกรทางเหนือใช้ยาฆ่าแมลงฆ่าสิงโต ดาร์ซี โอกาดา  ซึ่งอยู่ในคณะทำงานด้านนกของเนเจอร์เคนยา  อาสาออกแบบและควบคุมกการสำรวจเพื่อวัดระดับของปัญหา เธอรับนักปักษีวิทยาชื่อมาร์ติน โอดีโน มาช่วยทำแบบสอบถาม

แอฟริกา
คนเลี้ยงสัตว์ชาวมาไซให้ดูยาคาร์โบซัลฟานที่เขาเก็บไว้ใกล้บ้าน คืนก่อนหน้านี้ เขาใช้ยาชนิดนี้ฆ่าไฮยีนาที่จับแพะของเขาไปกิน

สถานที่หนึ่งที่ทั้งคู่สนใจคือทุ่งนาบุนยาลาริมทะเลสาบวิกตอเรีย ทางตะวันตกของเคนยา จากรายงานอย่างไม่เป็นทางการ คนที่นั่นฆ่านกด้วยยาฆ่าแมลงฟูราดาน 5จี (Furadan 5G)  ซึ่งมีสารประกอบคาร์โบฟูรานที่เป็นพิษต่อระบบประสาทอย่างรุนแรงจนถูกห้ามใช้หรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดในแคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และจีน และสหรัฐฯ

ตอนที่โอนดีโนไปภูมิภาคบุนยาลาครั้งแรก  เขาพบว่าร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่ในชนบทขายฟูราดานให้คนทั่วไป เขายืนยันว่าพรานผสมฟูราดานในข้าวเพื่อฆ่าเป็ด และใส่ในหอยทากเพื่อฆ่านกกระสาปากห่างที่กินหอยเหล่านั้น  มีสัตว์ตายหลายพันตัว  พรานขายนกให้ชาวบ้านซึ่งเชื่อว่า  เนื้อสัตว์ป่าแม้จะปนเปื้อน แต่หากปรุงอย่างดีจะไม่เป็นหรือเกือบไม่เป็นอันตราย

โอกาดานำข้อค้นพบเหล่านี้ไปรายงานแก่เปาลา คาฮุมบู ซีอีโอของไวลด์ไลฟ์ไดเร็กต์  และนักอนุรักษ์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในเคนยา  ซึ่งได้ยินเรื่องทำนองเดียวกันจากพื้นที่อื่นๆในประเทศ  คาฮุมบูตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้การประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน  ปี 2008 คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” โอกาดาบอก “เป็นครั้งแรกที่นักอนุรักษ์ทั้งกลุ่มหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาถกเถียงในห้องเดียวกัน”  ถึงอย่างนั้น คาฮุมบูก็รู้ดีว่า การโน้มน้าวให้รัฐบาลสั่งห้ามสารเคมีที่อุตสาหกรรมเกษตรซึ่งกำลังเติบโตของเคนยาต้องพึ่งพาเป็นเรื่องยาก  เธอบอกว่า “พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกันและราคาถูกกว่านี้ค่ะ”

แอฟริกา
ในมาไซมารา ชาวบ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยาน ผู้นำชุมชน สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอ เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการสามวันว่าด้วยการตอบโต้ยาพิษ ซึ่งองค์กรเอ็นเดนเจิร์ดไวลด์ไลฟ์ทรัสต์จัดขึ้น พวกเขาเรียนรู้วิธีชันสูตรซากสัตว์ เช่น แพะตัวที่เห็นอยู่นี้ และวิธีช่วยชีวิตสัตว์ป่าที่ได้รับพิษ

ในช่วงแล้งจัด  ปศุสัตว์หลายพันตัวลักลอบเข้าไปเดินในถิ่นอาศัยของสิงโต  ส่งผลให้พวกมันพัฒนาความชื่นชอบในสัตว์ที่ไม่ค่อยฉลาดและเคลื่อนไหวเชื่องช้าเหล่านี้   สิงโตล่าเหยื่อทั้งสองด้านของพรมแดน  ในประเทศที่การครอบครองปืนอย่างถูกกฎหมายเป็นไปได้ยาก  คนเลี้ยงสัตว์จึงหันไปหาอาวุธใกล้มือ นั่นคือยาพิษหรือหอก

เพราะรู้ว่าการยุติความวุ่นวายนี้  หรืออย่างน้อยก็ทำให้ไม่ลุกลามบานปลาย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของคนในท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอหลายแห่งได้ทดสอบวิธีใหม่  นั่นคือการอนุรักษ์ที่มีชุมชนเป็นพื้นฐาน เพื่อลดการวางยาเบื่อเแก้แค้น การลักลอบล่า และการใช้ความรุนแรงอื่นๆ กับสัตว์ป่าของเคนยา

กลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการลาดตระเวนหากับดักลวดแบบพื้นบ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่ย่อมเยาและได้ผลในการจับม้าลายหรือสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหารอื่นๆ  การให้เงินชดเชยปศุสัตว์หรือแพะที่หายไปแก่เจ้าของ (โดยใช้งบจากภาครัฐและเอกชน) และการปรับปรุงคอกปศุสัตว์ซึ่งมักทำจากกิ่งไม้ผอมแห้งสำหรับเก็บสัตว์ตอนกลางคืน  นับตั้งแต่ปี 2010 กองทุนแอนน์เคนต์เทย์เลอร์ให้ทุนในการเสริมความแข็งแรงของรั้วเกือบ 800 คอกในภูมิภาคมารา  และการล่าปศุสัตว์ก็ลดลงในเกือบทุกกรณี นั่นหมายความว่าแรงจูงใจหลักของการแก้แค้นและการวางยาเบื่อเพื่อป้องกันสัตว์หมดไป

กลยุทธ์หนึ่งที่ดูจะได้ผลที่สุดคือการจ้างคนในพื้นที่เป็นผู้พิทักษ์  คนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และนักอนุรักษ์ “การจัดการสัตว์ป่าคือการจัดการคนครับ” ริชาร์ด บอนแนม ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรอนุรักษ์บิ๊กไลฟ์ สรุปปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าในแอฟริกา

เรื่อง เอ็ดวิน ด็อบบ์

ภาพถ่าย ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์

 

อ่านเพิ่มเติม

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน