อัจฉริยะปีกัสโซ

0
2051
ปีกัสโซ
ศิลปะของปีกัสโซสอดประสานชีวิตส่วนตัวกับความสัมพันธ์ของเขา แรงบันดาลใจของเขาคือลูกๆ คนรัก และภรรยา ซึ่งรวมถึงจักเกอลีน โรก ในภาพนี้ ที่บริษัทประมูลคริสตีส์ในนครนิวยอร์ก ผู้ดูแลงานศิลปะขนภาพ “ฟามอักกรูปี (จักเกอลีน)” จากห้องแสดงภาพส่วนตัวสู่โถงแสดงภาพ

อัจฉริยะปีกัสโซ

ปาโบล ปีกัสโซ เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ปี 1881 ที่เมืองมาลากา ในประเทศสเปน เขาเป็นทารกเฉื่อยชาจนคนกลัวว่าจะตายตั้งแต่แรกคลอด ปีกัสโซบอกว่า เขาเกิดใหม่จากควันซิการ์ของลุงซัลบาดอร์ สถานที่สำคัญสมัยวัยเด็กของเขาที่เมืองแดดจัดริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ยังคงมีชีวิตชีวาในปัจจุบัน คณะนักร้องประสานเสียงร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” จากละครเวทีเรื่อง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ (Man of La Mancha) ในโบสถ์ซานเตียโกที่ปีกัสโซทำพิธีรับศีลล้างบาปตอนเป็นทารก จัตุรัสปลาซาเดลาเมร์เซดที่เขาร่างภาพวาดภาพแรกๆกลางฝุ่นนอกบ้าน  ทุกวันนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวในร้านกาแฟ และเหล่ายิปซีเช่นผู้คนที่เคยสอนเด็กชายปีกัสโซสูบบุหรี่ทางจมูกและเต้นระบำฟลาเมงโก ยังคงเดินข้ามถนนในเมืองมาลากา

แบร์นาร์ รูอิซ-ปีกัสโซ หลานปู่ของปีกัสโซ นั่งจิบชาจากถ้วยสีแดงในลานของพิพิธภัณฑ์ปีกัสโซมาลากา พลางเล่าว่าอิทธิพลยุคแรกๆ เหล่านี้หล่อหลอมศิลปะของปีกัสโซอย่างไร เขาบอกว่า ทุกอย่างที่นี่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์และความรู้สึกรุนแรง อารยธรรมต่างๆ มาปะทะสังสรรค์กันบนผืนดินที่ปีกัสโซอาศัย ทั้งฟินิเชีย โรมัน ยิว มัวร์ คริสต์ และสเปน กลิ่นหอมโชยฟุ้งในบรรยากาศ แบร์นาร์บุ้ยใบ้ไปยังต้นส้มที่อยู่ใกล้ๆ และบอกว่า ปีกัสโซได้แรงบันดาลใจจากสีของผลไม้ จากดอกสีม่วงของต้นศรีตรัง จากหินสีน้ำตาลอ่อนและขาวของป้อมอัลกาซาบาสมัยศตวรรษที่สิบเอ็ดในมาลากา ซึ่งตั้งอยู่บนเนินคีบรัลฟาโร ห่างจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่กี่ก้าว

ปีกัสโซ
อัจฉริยะหล่อเลี้ยงตนเองด้วยการทำงานหนัก ปีกัสโซเป็นศิลปินผู้มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ปีกัสโซปารีสอันโอ่อ่าในย่านมาเรคือที่ตั้งของห้องแสดงภาพสาธารณะที่สะสมผลงานของปีกัสโซไว้มากที่สุดในโลก ในภาพนี้ นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสกำลังชมภาพเหมือนของมารี-เตแรส วัลแตร์ ชู้รักคนหนึ่งของปีกัสโซ

“ท่านเก็บสัมผัสเหล่านั้นทั้งหมดไว้ในใจครับ ทั้งภาพ กลิ่น และสี ทุกอย่างหล่อเลี้ยงและเสริมสร้างสมองของท่าน” แบร์นาร์ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ซึ่งเปิดเมื่อปี 2003 ร่วมกับมารดา กริสตีน รูอิซ-ปีกัสโซ เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของปู่ บอก

เกือบร้อยทั้งร้อยอัจฉริยะมักได้รับการฟูมฟักจากพ่อแม่และครู ผู้หล่อเลี้ยงและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความยิ่งใหญ่ มารีอา ปีกัสโซ โลเปซ มารดาของปีกัสโซ อธิษฐานขอลูกชายและเชิดชูบูชาลูกคนแรกของเธอ “ย่ารักพ่อมากครับ” โกลด ปีกัสโซ ผู้ดูแลฝ่ายกฎหมายในทรัพย์มรดกทางศิลปะของบิดา บอก ตั้งแต่เด็ก ปาโบลน้อยสื่อสารผ่านศิลปะ เขาวาดรูปตั้งแต่ยังพูดไม่ได้ คำแรกที่เขาพูดคือ “ปิซ” ซึ่งย่อมาจาก ลาปิซ หรือดินสอ ปีกัสโซเจริญรอยตามบิดา โคเซ รูอิซ บลัสโก ผู้เป็นจิตรกรและครูคนแรกของลูกชาย “พ่อเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของปู่ครับ” โกลดเล่า ปีกัสโซยังเป็นเด็กตอนที่ฝีมือทางศิลปะของเขาเริ่มแซงหน้าบิดา ซึ่งอาจ “ไม่เพียงรู้สึกทึ่ง แต่ยังหวั่นเกรงในพรสวรรค์ ของลูกชายด้วย” แบร์นาร์บอก

ทักษะฝีมือหรือความชำนาญตั้งแต่วัยเด็กเช่นนั้นมาจากไหน เด็กอัจฉริยะมีน้อยเท่าน้อย จึงยากจะรวบรวมกลุ่มตัวอย่างที่มากพอสำหรับการวิจัยได้ แต่เอลเลน วินเนอร์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการทางสมองและศิลปะจากวิทยาลัยบอสตันพบลักษณะเด่นหลายประการในกลุ่มตัวอย่างที่เธอศึกษา ศิลปินซึ่งเก่งตั้งแต่เด็กมีความทรงจำอันเฉียบคมในสิ่งที่เห็น แสดงความใส่ใจในรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง และวาดภาพได้สมจริงหรือสร้างมิติความลึกในภาพวาดได้ก่อนเด็กวัยเดียวกันหลายปี วินเนอร์เชื่อว่า เด็กเหล่านี้มีพรสวรรค์แต่กำเนิดซึ่งขับเคลื่อนด้วย “ความอยากเป็นเลิศ” หรือความหลงใหลอันรุนแรงที่กระตุ้นให้พวกเขาอยากเขียนหรือวาดเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้