สำรวจถ้ำในอาณาจักรศิลาแดนมังกร

0
1091
สำรวจถ้ำ
เอมิลี แฮร์ริงตัน นักปีนเขา ใช้หนทางยากลำบากปีนขึ้นไปยังเนินเขาพระจันทร์ทางตอนใต้ของจีน เนินแห่งนี้มีลักษณะเป็นซุ้มโค้งซึ่งหลงเหลือจากการยุบตัวของถํ้า นักท่องเที่ยวมีทางเลือกที่ง่ายกว่านี้ คือทางเดินลาดยางที่มุ่งสู่จุดชมวิวใต้ซุ้มหิน จากนั้นเป็นถนนลูกรังขึ้นไปจนถึงยอด

สำรวจถ้ำ ในอาณาจักรศิลาแดนมังกร

ขณะหมอบอยู่บนพื้นโคลนในคูหาถํ้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน เราไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจของตัวเองและเสียงนํ้าหยดติ๋ง ๆ อยู่ไกล ๆ เรามองไม่เห็นอะไรนอกจากความว่างเปล่า แต่เมื่อเปิดจอแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องสแกนเลเซอร์ ถํ้าหงเหมย์กุยก็เผยตัวออกมา เราล่องลอยขึ้นสู่เพดานถํ้าซึ่งก่อตัวเหมือนซุ้มโค้งของมหาวิหารสูง 290 เมตรเหนือพื้นโคลนแตกระแหงที่หมอบคุดคู้กันอยู่เพื่อหลบลำแสงของเครื่องสแกน เราโผบินอยู่เหนือทะเลสาบ ก่อนจะลงจอดบนชายหาดอีกฝั่งที่อยู่ไกลออกไป

ภาพดิจิทัลของถํ้าเหมือนจริงยิ่งกว่าของจริงเสียอีก ถํ้าจริง ๆ นั้นมืดอย่างที่สุด ในคูหาใหญ่ห้องหนึ่ง แม้แต่ไฟฉายคาดศีรษะแอลอีดีรุ่นใหม่ยังส่องไปข้างหน้าหรือข้างบนได้แค่ราว 50 เมตร ไม่มากกว่านั้นแน่ หมอกหรือความว่างเปล่ากลืนกินแม้แต่ลำแสงเจิดจ้าที่สุด เป็นเรื่องธรรมดาที่เราย่อมอยากเห็นมากกว่านั้น

ความอยากเห็นอะไรมากกว่านั้นนี่เองที่ดึงดูดให้แอนดี อีวิส มายังภาคใต้ของจีนเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ในประเทศที่ยังถือว่าค่อนข้างปิดแห่งนี้ คือแหล่งรวมของภูมิประเทศแปลกตาราวกับหลุดมาจากโลกอื่นซึ่งเรียกกันว่า คาสต์ (karst) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อันประกอบไปด้วยหลุมยุบ เสาหิน ป่าหินที่มียอดแหลม และห้วยมุด [ธารนํ้าที่มุดหายไปใต้ดินทางหลุมยุบ แล้วออกจากพื้นดินเกิดเป็นธารนํ้าขึ้นใหม่] ซึ่งก่อตัวขึ้นมานานหลายศตวรรษ เมื่อนํ้าฝนละลายชั้นหินดานซึ่งมักเป็นหินปูน และสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในและภายใต้

สำรวจถ้ำ
แสงไฟจากช่างภาพช่วยขับเน้นสายนํ้าสีเขียวมรกตของแม่นํ้าเก๋อทูเหอในถํ้าเหมียว ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นคูหาถํ้าขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกโดยวัดจากพื้นที่

ภูมิทัศน์ภูเขาอันเขียวชอุ่มที่มักปรากฏในภาพวาดดั้งเดิมของจีน คือเถื่อนถํ้าที่ยังไม่เคยมีการสำรวจหรือบันทึกมาก่อน กระจุกตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในโลก

นั่นยังเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้อีวิสกลับมาประเทศจีนอีกครั้ง คราวนี้เขาแบกถุงกันนํ้าใบเก่าสมบุกสมบันใส่อุปกรณ์สำรวจถํ้า ได้แก่ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แบตเตอรี่ และเครื่องสแกนเลเซอร์สามมิติ เทคโนโลยีสามารถจับภาพสิ่งที่ตามนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้ภายในถํ้าแผนการของเขาคือใช้เวลาหนึ่งเดือนในคูหาถํ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างน้อยสามแห่ง เปิดเครื่องสแกน แล้ววัดขนาดถํ้าเหล่านี้อย่างแม่นยำเป็นครั้งแรก

อีวิสเป็นชายชาวอังกฤษผมหงอกขาวในวัยปลาย 60  เขามักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นผู้ค้นพบเส้นทางหรือดินแดน คิดเป็นระยะทางยาวไกลกว่าใคร ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ การสำรวจที่เขาเป็นผู้นำสามารถบันทึกทางเดินใหม่ ๆ ในถํ้าได้ถึง 530 กิโลเมตร และยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น

อีวิสซึ่งปัจจุบันเป็นประธานสมาคมสำรวจถํ้าแห่งอังกฤษ  มาประเทศจีนครั้งแรกเมื่อปี 1982 การไปเยือนเมืองหลวงของภูมิประเทศแบบคาสต์ ได้แก่ เมืองกุ้ยหลินทางภาคตะวันออกเฉียงใต้อันชุ่มชื้นของประเทศ เป็นการหยุดพักช่วงสั้น ๆ ระหว่างทางกลับบ้านหลังการสำรวจในประเทศอินโดนีเซีย ในเวลานั้น เมืองที่โอบล้อมไปด้วยยอดเขาแห่งนี้และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงที่อยู่รอบ ๆ ช่างแตกต่างจากในปัจจุบัน นั่นคือ มีจักรยานมากมาย แต่หารถยนต์ได้น้อยมาก ชาวไร่ชาวนาใส่ชุดทำงานสีนํ้าเงิน และคนของรัฐบาลคอยตามประกบชาวต่างชาติ อีวิสกับคู่หูของเขาทิ้งโปรแกรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่เพื่อไปพบกับเจ้าหน้าที่ที่สถาบันธรณีวิทยาคาสต์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่นำพานักสำรวจถํ้าชาวอังกฤษและชาวจีนหลายต่อหลายคนไปสู่โลกหินปูนใต้พิภพตลอดสามทศวรรษต่อมา

สำรวจถ้ำ
ป่าหินใกล้เมืองคุนหมิงทางใต้ของจีน คือโลกแห่งเขาวงกตของหินปูนที่กร่อนและละลาย ผู้มาเยือนกลุ่มแรกๆ ตั้งชื่อให้หมวดหินเหล่านี้ เช่น “แรดชมจันทร์” และ “ศิลาขับขานเยินยอดอกเหมย์”

ครั้งนี้อีวิสมากุ้ยหลินพร้อมกับทีมนักสำรวจถํ้านานาชาติ 10 ชีวิต พอมาถึงเราก็พบกับเสียงอึกทึกของรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์ในเมืองที่ขยายตัวจนมีประชากรถึงราวหนึ่งล้านคน ประเทศจีนโฉมใหม่ซึ่งมีทางด่วนหลายสายศูนย์การค้าหรูหรา และยอดเขาน้อยใหญ่ที่กลายเป็นเหมืองหินเพื่อตอบสนองการก่อสร้างที่เฟื่องฟู ทั้งหมดล้วนช่างน่าพิศวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสมาชิกสองคนในทีมคือ ริชาร์ด วอลเตอร์ส และปีเตอร์ สมาร์ต ผู้เคยมากุ้ยหลินกับอีวิสระหว่างปี 1985 ถึง 1986 ในการสำรวจครั้งแรกจากกว่า 20 ครั้งของการบุกเบิกโครงการสำรวจถํ้าในประเทศจีน (China Caves Project)

ทั้งคู่ยังไม่เคยกลับมาอีกเลยจนกระทั่งครั้งนี้วอลเตอร์ส นักธุรกิจโทรคมนาคม จะช่วยควบคุมเครื่องสแกนร่วมกับดานีเอลา ปานี นักธรณีศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมามีส่วนร่วมในการค้นพบซากเรืออับปางสมัยสงครามโลกครั้งที่สองในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และช่วยฝึกนักบินอวกาศในถํ้าบนเกาะซาร์ดิเนียซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ส่วนสมาร์ตเป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่เชี่ยวชาญเรื่องคาสต์และเกษียณอายุจากมหาวิทยาลัยบริสตอลเมื่อปี 2009 เขาตื่นเต้นไปกับนวัตกรรมอย่างเครื่องสแกนเลเซอร์ ขณะเดินทางจากกุ้ยหลินไปทางตะวันตกสู่กลุ่มคูหาถํ้าขนาดใหญ่ เราพบว่าคำบรรยายภูมิประเทศของสมาร์ตยังคงใช้ได้อย่างเหมาะเจาะ แม้ว่าประเทศจีนสมัยใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดก็ตาม เขาบอกว่า “มองจากด้านบนแล้วดูเหมือนแผงไข่ยังไงยังงั้นเลยครับ”