จะเป็นอย่างไรเมื่อสรรพสัตว์ร่วมโต๊ะอาหาร? - National Geographic Thailand

จะเป็นอย่างไรเมื่อสรรพสัตว์ร่วมโต๊ะอาหาร?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสรรพสัตว์ร่วมโต๊ะอาหาร?

หากบรรดานกฟลามิงโกร่วมโต๊ะดินเนอร์ด้วยกันในเมืองไมอามี ของรัฐฟลอริดา ภาพที่ปรากฏจะเป็นอย่างไร? แล้วถ้าชีตาห์ในแอฟริกาใต้ และสลอธในเปรูมีวัฒนธรรมบนโต๊ะอาหารเช่นกันล่ะ? เหล่านี้คือภาพจินตนาการที่ช่างภาพหญิงนาม Claire Rosen รังสรรค์ออกมาให้มีชีวิตจริง

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา Rosen ถ่ายภาพของสัตว์กว่า 55 สายพันธุ์ใน 20 ถิ่นอาศัยทั่วโลก ด้วยภาพแปลกๆ ของบรรดาสัตว์ที่กำลังเบิกบานกับโต๊ะอาหารตรงหน้า ผลงานเหล่านี้ถูกรวบรวมในโปรเจคที่มีชื่อว่า “The Fantastical Feasts” โดยคาดหวังว่าเมื่อผู้ชมได้เห็นภาพเหล่านี้แล้วจะเกิดคำถามตามมา

โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของม้าแคระ ในเมือง Morristown รัฐนิวเจอร์ซีย์, 2014
โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของดาวทะเล ในเทศบาลเมือง Inderoy ประเทศนอร์เวย์, 2014

“มันเป็นความตั้งใจของฉันค่ะ” Rosen กล่าว “เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกว่าสัตว์ต่างๆ เองก็มีความเป็นมนุษย์ รวมถึงคิดต่อยอดไปถึงว่าเรามีปฏิสัมพันธ์ต่อพวกมันอย่างไร และเราจะรับผิดชอบต่อเพื่อนต่างสายพันธุ์ร่วมโลกยังไงได้บ้าง?”

ภาพถ่ายของสัตว์ที่ทำกริยาเฉกเช่นมนุษย์เหล่านี้กระตุ้นให้เรานึกย้อนถึงจินตนาการในวัยเด็ก ด้วยความที่ Rosen เติบโตขึ้นมากับหนังสืออย่าง The Tale of Peter Rabbit และ Alice in Wonderland หลังถ่ายภาพในโปรเจคนี้ไปได้จำนวนหนึ่ง ช่างภาพหญิงย้อนกลับไปเปิดดูหนังสือเหล่านี้ในวัยเด็กอีกครั้ง และพบว่ามันมีอิทธิพลต่องานของเธอมากทีเดียว

บรรดาสัตว์หลายชนิดในโปรเจคนี้ถูกนำมาถ่ายภาพระหว่างที่เธอเดินทางท่องเที่ยวไปยังหลายประเทศ ในฐานะอาจารย์ผู้สอนถ่ายภาพ โดยก่อนหน้าการเดินทางทุกครั้ง Rosen จะศึกษาหาข้อมูลว่าในภูมิภาคที่เธอไปนั้นมีสัตว์อะไรที่เป็นสัตว์สำคัญ จากนั้นก็เริ่มวาดภาพในจินตนาการว่าโต๊ะอาหารที่เธอต้องการให้ออกมานั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยแต่ละรูปนั้นก็มีรูปแบบการจัดวางและองค์ประกอบศิลป์ที่แตกต่างกันไปตามชนิดของสัตว์

“ฉันชอบที่โปรเจคนี้ทำให้ผู้คนมีความสุขเวลาได้ดูรูป” เธอกล่าว “มันเหมือนกับได้สร้างโลกมหัศจรรย์รอบตัวขึ้นมาอีกใบ”

เรื่อง Sarah Stacke

ภาพ Claire Rosen

โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของเฮดจ์ฮอก ในเมือง Montclair รัฐนิวเจอร์ซีย์, 2013
โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของงูจงอาง ในเมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย, 2017
โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของสลอธสามนิ้วเท้า ในป่าอเมซอน, 2014
โต๊ะอาหาร
โต๊ะอาหารของเหยี่ยวฟอลคอน ในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 2016

 

อ่านเพิ่มเติม

ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

เรื่องแนะนำ

การปรากฏตัวของพะยูนในไทยสร้างความหวังใหม่ให้เหล่านักอนุรักษ์

พะยูน เคยเป็นสัตว์ที่คาดการณ์กันว่าจะสูญพันธุ์จากประเทศไทยไปในไม่ช้า ในวันนี้ได้กลายเป็นสัตว์ที่พร้อมที่จะกลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง จากความพยายามอย่างต่อเนื่องของนักอนุรักษ์และชาวบ้านในชุมชน เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่หมู่เกาะลิบง จ. ตรัง (บ้านเกิดมาเรียม) แหล่งอนุรักษ์พะยูนที่สำคัญของประเทศไทย มีฝูงพะยูนกว่า 20 ตัวมารวมตัวกันหากินบริเวณแหล่งน้ำตื้น ซึ่งสร้างความตื่นเต้นต่อชาวบ้านและบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง ที่มา https://web.facebook.com/prhotnews02/photos/a.742976939181128/2156111247867683/?type=3&_rdc=1&_rdr เมื่อย้อนกลับไปราว 5 – 6 ปีที่แล้ว ในยามที่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องทะเลยังมีทิศทางไม่ชัดเจน ผู้ประกอบการประมงเชิงพาณิชย์ยังไม่ได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้สัตว์น้ำเจ้าถิ่นซึ่งเป็นตัววัดความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลอย่าง “พะยูน” ต้องอยู่ในภาวะที่ใกล้สูญพันธุ์ นักอนุรักษ์และหน่วยงานทางธรรมชาติจึงพยายามหาวิธีการเพื่อให้สัตว์สายพันธุ์นี้กลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง ความเข้าใจเรื่องพะยูนในเบื้องต้น พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี มีความยาวประมาณ 2.5 – 3 เมตร และมีน้ำหนักราว 230 – 500 กิโลกรัม กินพืชในน้ำเป็นอาหาร โดยเฉพาะหญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง เราสามารถพบเจอพะยูนได้ในทะเลชายฝั่งเขตอบอุ่น ตั้งแต่ชายฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันออกไปจนถึงทวีปออสเตรเลีย ซึ่งนั่นรวมถึงทะเลแดง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก พะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกับแมนนาที พวกมันมีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านลักษณะกายภาพภายนอกและพฤติกรรม และสัตว์ทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็มีบรรพบุรุษร่วมกับสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างช้าง ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีลักษณะภายนอกและพฤติกรรมที่เหมือนกันก็ตาม […]

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? กิจกรรมเวิร์คช็อปถ่ายภาพสัตว์ป่าภายใต้ชื่อ Untamed นี้ได้ทดลองวางกระจกบานใหญ่เอาไว้ ด้วยความคาดหวังที่จะเข้าใจในสติปัญญาของบรรดาแมวใหญ่ที่อาศัยอยู่ภายในผืนป่าอเมซอนให้ดียิ่งขึ้น ผลการทดลองทั้งแมวใหญ่และสัตว์อื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเงาสะท้อนของตนเองที่หลากหลายต่างกันไป บางตัวหวาดกลัว บางตัวเกิดความสงสัย เป็นเรื่องยากที่จะให้สัตว์แยกแยะ หรือจดจำภาพของตนเองในกระจก ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ทำได้ ส่วนในมนุษย์ก็ต้องรอให้ทารกนั้นๆ มีอายุราว 18 ถึง 24 เดือน ถึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในกระจกคืออะไร สำหรับในโลกของสัตว์ โลมา ช้าง และลิงบางสายพันธุ์สามารถรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมองตัวเองอยู่ ส่วนสัตว์บางชนิดทำได้แค่ยืนงุนงงอยู่หน้ากระจกเท่านั้น (ชมวิดีโอ จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? ได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

พบซาลาแมนเดอร์สายพันธุ์ใหม่

พบ ซาลาแมนเดอร์ สายพันธุ์ใหม่ ซาลาแมนเดอร์ที่เห็นในคลิปนี้ เชื่อกันว่าน่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันคือซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน ที่เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวมากถึง 6 ฟุต และหนักมากกว่า 65 กิโลกรัม ล่าสุดทีมวิจัยในจีนประกาศการค้นพบซาลาแมนเดอร์ยักษ์สายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่สายพันธุ์เดียว แต่มากถึง 5 สายพันธุ์ และอาจมีแนวโน้มว่าจะเป็น 8 สายพันธุ์เสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามข่าวดีนี้มาพร้อมกับข่าวร้ายก็คือ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้กำลังเผชิญกับการคุกคามโดยมนุษย์ พวกมันถูกจับในฐานะอาหารชั้นเลิศ ซึ่งขายให้แก่บรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน นั่นทำให้นักวิจัยกังวลว่าบางสายพันธุ์ของซาลาแมนเดอร์ที่พวกเขาค้นพบใหม่นี้ พวกมันอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็เป็นได้ และตอนนี้ประเด็นสำคัญก็คือจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้พวกเขาทราบว่าซาลาแมนเดอร์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร และทำไมเราจึงต้องอนุรักษ์พวกมัน   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

นี่คือเหตุผลสำคัญ ที่เราควรเลี้ยง แมวบ้าน ในระบบปิด

นักฆ่าประจำบ้าน: แมวบ้าน มีผลกระทบต่อสัตว์ป่าท้องถิ่นมากกว่าผู้ล่าตามธรรมชาติ ในทุกๆ วัน แมวบ้าน และแมวจรที่เดินเร่ร่อนอยู่ทั่วไป ทำอะไรบ้าง จากงานศึกษาชิ้นใหม่พบว่า พวกมันอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสัตว์ป่าท้องถิ่น ผลจากการติดเครื่องติดตามตัวกับแมวบ้านกว่า 900 ตัว แสดงให้เห็นว่า เมื่อพวกมันอยู่นอกบ้าน มันล่าทั้งนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ที่แมวตัวนั้นครอบครอง และส่งผลกระทบมากกว่าสัตว์ผู้ล่าตามธรรมชาติ “แม้ดูเหมือนว่า พวกแมวไม่ได้ฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่จริงๆ แล้วเมื่อเทียบเป็นประชากรเหยื่อต่อพื้นที่ ก็ถือว่ามากอยู่” โรแลนด์ เคย์ส นักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในนอร์ทแคโรไลนา กล่าว เคย์สและคณะเก็บรวบรวมข้อมูลจีพีเอส (GPS) จากแมวบ้านในหกประเทศ และพบว่า แมวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นไกลจากบ้านของมัน “แมวเหล่านี้ เดินป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ สวนหลังบ้านของมัน หรือไม่ก็ สวนของเพื่อนบ้านที่ถัดไปสองหลัง ไม่ค่อยเคลื่อนที่ไปไกลมากกว่านี้” เคย์สกล่าวและเสริมว่า “ดังนั้น ตอนแรกผมคิดว่า เป็นเรื่องน่ายินดี ที่พวกมันไม่ได้เข้าไปเขตป่าสงวน” หลังจากนั้น เคย์สวิเคราะห์จำนวนสัตว์ที่ถูกแมวฆ่าในพื้นที่ที่พวกมันครอบครอง บางพื้นที่พบว่า แมวคาบซากนกกลับมาบ้านจำนวน 11 ตัว รวมถึงสัตว์ฟันแทะ กิ้งก่า และยังไม่นับรวมสัตว์ที่พวกมันไม่คาบกลับมาหรือกินไปแล้ว ภาพประกอบ Kays […]