กะโหลก อิคธิออนิส ฉายวิวัฒนาการจะงอยปากนก - National Geographic

กะโหลกอิคธิออนิสฉายวิวัฒนาการจะงอยปากนก

อิคธิออนิส
ภาพสแกนกะโหลกศีรษะของอิคธิออนิส ที่รวบรวมได้จากฟอสซิลในรัฐแคนซัส
ภาพถ่ายโดย Daniel Field

ฟันสำหรับกินปลา

Kris Super จากมหาวิทยาลัยรัฐ Fort Hays พบฟอสซิลใหม่ของอิคธิออนิสเมื่อปี 2014 มันถูกฝังอยู่ในชั้นหินอายุ 82 – 87 ล้านปี ของภูเขาหิน Niobrara Chalk ในรัฐแคนซัส จากนั้น David Burnham นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคนซัส ในลอว์เรนซ์ผู้ร่วมการวิจัยได้ส่งภาพถ่ายของสิ่งที่พวกเขาค้นพบให้กับ Field ซึ่งวิเคราะห์อย่างรวดเร็วว่ามันคือกะโหลกอันเกือบสมบูรณ์

จากผลการวิเคราะห์ กะโหลกของอิคธิออนิสมีคุณสมบัติที่น่าประหลาดใจ Field ระบุว่าในนกสมัยใหม่ กระดูกของพวกมันจะมีน้ำหนักเบา และมีจะงอยปากซึ่งสร้างจากเคราตินมาทดแทนฟัน ทั้งยังมีกระดูกกั้นในช่องเพดานปาก และกล้ามเนื้อที่ลดลง แต่ในอิคธิออนิสพวกมันกลับมีฟันขนาดใหญ่ที่มีความคมไม่ต่างจากไดโนเสาร์สายพันธุ์ เวโลซีแรปเตอร์ และพวกมันมีจะงอยปากก็จริงแต่ปรากฏเฉพาะปลายแหลมของปากเท่านั้น ส่วนเพดานปากของมันนั้นไม่มีกระดูกกั้น เช่นเดียวกับไดโนเสาร์อย่างไทแรนโนซอรัส ซึ่งช่วยให้พวกมันสามารถกัดกินชิ้นเนื้อขนาดใหญ่เข้าไปในปากได้

“นี่เป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมาก เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพบลักษณะนี้ในสัตว์ที่มีความเชื่อมโยงกับนกปัจจุบันอย่าง อิคธิออนิส” Field กล่าว “ฟอสซิลชิ้นใหม่นี้แสดงให้เห็นว่ามันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของกะโหลกศีรษะแบบไดโนเสาร์ไว้”

O’ Connor กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่ารูปร่างจะงอยปากของอิคธิออนิสจะคล้ายคลึงกับนกทะเลอย่าง นกจมูกหลอด แต่ลักษณะของฟันนั้นบ่งชี้ว่ามันยังคงมีความเป็นไดโนเสาร์  “อิคธิออนิสน่าจะเป็นนักกินปลาตัวยง แต่ด้วยลักษณะของฟันและกล้ามเนื้อในขากรรไกร เป็นอะไรที่เราไม่เคยพบเห็นในสัตว์ปัจจุบัน”

อิคธิออนิส
ภาพกราฟิกของอิคธิออนิสกำลังแทะกินแอมโมไนต์ โดย Sharkey Trike

 

ตามล่าหากะโหลก

Gerald Mayr นักบรรพชีวินวิทยาและภัณฑารักษ์ด้านปักษีวิทยาจากสถาบันวิจัย Senkenberg และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในรัฐแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนีกล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์รอนานเป็นสิบๆ ปี กว่ากะโหลกศีรษะชิ้นนี้จะถูกค้นพบ

“การค้นพบครั้งนี้ห้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการจะงอยปากของนก รวมไปถึงลักษณะของเพดานปาก ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในชื่อ นกเมโสโซอิก” เขากล่าว “งานวิจัยครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างยอดเยี่ยมจากการประกอบรวมชิ้นส่วนฟอสซิลเข้าด้วยกัน จนได้เป็นกะโหลกที่เกือบจะสมบูรณ์”

แม้ว่าฟอสซิลของนกโบราณจะยากต่อการค้นพบ แต่ Field ระบุว่าบรรดานักล่าฟอสซิลจะยังคงตามหากันต่อไป และตัวเขาเองคาดหวังว่าในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นครั้งต่อๆ ไป จะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกะโหลกศีรษะนกมากยิ่งขึ้น

“มันมหัศจรรย์มากค่ะ” O’Conner เสริม “ที่ผ่านไปแล้วตั้ง 150 ปี แต่ยังคงมีข้อมูลใหม่ๆ ที่เราไม่รู้เกี่ยวกับอิคธิออนิสโผล่ขึ้นมา”

เรื่อง John Pickrell

 

อ่านเพิ่มเติม

ไดโนเสาร์บินได้ แต่ไม่ใช่แบบนกในปัจจุบัน

เรื่องแนะนำ

บรรดาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกำลังสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่จากเชื้อก่อโรค

ภาพของกบมากมายที่ตายเนื่องจากเชื้อก่อโรคที่เป็นฟังไจ ไคทริด ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในขณะนี้มีการเปิดเผยว่า เชื้อก่อโรคในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นฟังไจกลุ่ม ไคทริด ทำให้สายพันธุ์ของกบและซาลาแมนเดอร์ลดลงไปอย่างน้อย 501 ชนิด เป็นเวลานับทศวรรษแล้วที่ “เพชฌฆาตเงียบ” ชนิดหนึ่งได้สังหารบรรดากบและซาลาแมนเดอร์รอบโลกด้วยวิธีการกินผิวหนังของพวกมันแบบเป็น ๆ ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ 41 คนจากทั่วโลก ประกาศว่าเพชฌฆาตนี้คือเชื้อก่อโรค (Pathogen) ซึ่งมนุษย์ได้ทำให้มันระบาดไปทั่วโลกโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของโลกมากกว่าโรคร้ายอื่น ๆ ที่โลกได้บันทึกเอาไว้ งานศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเร็วๆ นี้ คือการสรุปจำนวนของเชื้อก่อโรค ซึ่งเป็นฟังไจในกลุ่ม ไคทริด (Chytrid) ที่ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) และ Batrachochytrium salamandrivorans (Bsal) โดยฟังไจ ไคทริด เป็นเหตุให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 501 ชนิด มีจำนวนที่ลดลง หรือ […]

ทำความรู้จักกับอิกทิโอซอรัส

ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส ในโลกดึกดำบรรพ์ทั่วแผ่นดินถูกไดโนเสาร์ยึดครอง ในขณะที่ท้องฟ้าก็เป็นของเทอโรซอร์ แล้วผืนน้ำล่ะ? ใครกันที่เป็นเจ้าของ มันคือ “อิกทิโอซอรัส” สัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์ ซึ่งอันที่จริงมันดำรงอยู่มาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก อิกทิโอซอรัสเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อราว 251 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิก หรือราว 20 ล้านปีก่อนที่โลกจะมีไดโนเสาร์ ชื่ออันน่าจดจำของมันมาจากภาษากรีก โดยคำว่า อิกทิโอ แปลว่าปลา ส่วนคำว่าซอรัส หมายถึงกิ้งก่า ย้อนกลับไปดูบนเส้นทางวิวัฒนาการของมันจะเห็นว่าร่างกายของอิกทิโอซอรัสนั้นคล้ายกับกิ้งก่ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ล้านปี รูปร่างของมันก็คล้ายปลามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมีกะโหลกศีรษะยาว และดวงตาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อในโลกใต้ทะเลที่มีแสงสว่างไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 10 นิ้ว (วาฬสีน้ำเงินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 6 นิ้ว) ในขณะเดียวกันอิกทิโอซอรัสก็เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมาก พวกมันมีขนาดตัวตั้งแต่ 2 ฟุต ไปจนถึง 85 ฟุต หรือราว 26 เมตร และด้วยวิวัฒนาการหลายล้านปีที่ปรับเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นนักล่าอันน่าหวาดหวั่นแห่งท้องทะเลโดยเฉพาะ พวกมันทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้พวกมันอยู่ ณ […]

คุณเดาไม่ถูกแน่ๆ ว่าเสียงเหล่านี้เป็นของสัตว์อะไร

เมี้ยวๆ โฮ่งๆ ก้าบๆ เสียงคุ้นเคยเหล่านี้แค่ได้ยินก็ทราบว่ามาจากสัตว์ชนิดใด เพราะสัตว์ทุกชนิดล้วนมีเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เสียงที่คุณจะได้ยินจากวิดีโอนี้จะทำให้คุณประหลาดใจ เริ่มกันที่เสียงแรก เป็นเสียงของเสือชีตาห์ เสียงเล็กๆ แบบนี้ดูไม่เข้ากันเลยกับขนาดตัวและความดุร้ายของมันเสือชีตาห์จะส่งเสียงร้องแบบนี้เมื่อเกิดความเครียด หรือต้องการจับคู่ผสมพันธุ์ เสียงที่สอง เป็นของนก Willow Ptarmigan เสียงสั่นๆ ที่เปล่งออกมาจากจมูกของนกสายพันธุ์นี้มีขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจจากตัวเมีย ต่อมาเสียงที่สามนี้ไม่ใช่เสียงของเครื่องตัดหญ้าแต่อย่างใด มันคือเสียงของอัลลิเกเตอร์ อเมริกัน เสียงต่ำๆ ของมันมีขึ้นเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามและข่มขู่คู่แข่งของมันไม่ให้เข้ามาใกล้ อัลลิเกเตอร์ส่งเสียงแบบนี้ออกมาได้ด้วยการดูดอากาศเข้าไปและปล่อยออกมาผ่านเสียงคำรามที่ต่ำ เสียงแหลมๆ เสียงที่สี่นี้เป็นของกวางเอลก์ตัวผู้ พวกมันจะเปล่งเสียงร้องโหยหวนคล้ายกับที่เราผิวปาก ส่วนเสียงสุดท้ายที่คล้ายกับเสียงลั่นเอี้ยดๆ ของบานประตูนี้เป็นของนาร์วาล พวกมันใช้เสียงในการนำทางเพื่อมองหารอยแตกของแผ่นน้ำแข็ง สำหรับการโผล่พ้นน้ำขึ้นไปหายใจ   อ่านเพิ่มเติม : มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา, นี่ไม่ใช่ก้อนสมอง! แต่คือสิ่งมีชีวิตหลายตัว

เคยเห็นลูกแมงกะพรุนไฟกันไหม?

เคยเห็น ลูกแมงกะพรุนไฟ กันไหม? เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่แหวกว่ายไปมาในน้ำเหล่านี้คือ ลูกแมงกะพรุนไฟ สัตว์แปลกที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มันสมอง และหัวใจ โดยจากในวิดีโอเป็นตัวอ่อนในขั้นอีฟีราที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัยแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเมื่อถึงเวลานั้นมันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าที่เห็นถึง 700 เท่าเลยทีเดียว วงจรชีวิตของแมงกะพรุนนั้นก็แปลกพอๆ กับร่างกายของมัน เมื่อตัวอ่อนถือกำเนิดขึ้นจากไข่มันจะลอยไปหาที่ที่เหมาะสมและฝังตัวเป็น “พลานูลา” จากนั้นพลานูลาจะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าตาคล้ายกับดอกไม้ทะเลเล็กๆ เราเรียกขั้นนี้ว่า “โพลิป” จากนั้นเมื่อเติบโตขึ้นลูกแมงกะพรุนจิ๋วที่เรียกว่า “อีฟีรา” หรือ “เมดูซ่า” จะหลุดออกมาและล่องลอยไปตามกระแสน้ำ เติบโตเป็นแมงกะพรุนในที่สุด   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้