ลูกสุนัขน่ารัก ที่สุดในช่วงวัยไหน? งานวิจัยพบว่าคือช่วงที่มันเริ่มหย่านมจากแม่

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขกำลังเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านของครอบครัวหนึ่ง ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ภาพถ่ายโดย Hannele Lahti

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ใครๆ ก็ชอบลูกสุนัข ยิ่งโดยเฉพาะ ลูกสุนัขน่ารัก ด้วยแล้ว ทราบหรือไม่ว่าบนดาวเคราะห์ดวงนี้มีสุนัขมากถึงพันล้านตัว แม้ว่าสุนัขและมนุษย์จะอยู่เคียงข้างกันมานานเป็นหมื่นปี แต่รายงานจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า 85% ของสุนัขทั้งหมดบนโลกนี้ล้วนเป็นสุนัขจรจัด พวกมันเตร็ดเตร่ไปมาตามหมู่บ้าน และไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของอย่างจริงจัง แต่พวกมันสามารถมีชีวิตที่ไม่ลำบากได้ด้วยความรักจากมนุษย์

เมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ 2 – 3 เดือน แม่ของมันจะทิ้งมัน ปล่อยให้ลูกสุนัขเผชิญโลกต่อไปตามลำพัง เมื่อไม่มีแม่คอยดูแลพวกมันแล้วโอกาสที่ลูกสุนัขจะตายก่อนอายุได้หนึ่งปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% นั่นแปลว่ามีเพียง 10% เท่านั้นที่อยู่รอดเติบโต

หากปราศจากแม่ ลูกสุนัขจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า พวกมันรอดได้ถ้าน่ารักมากพอ เพราะความน่ารักของมันจะดึงดูดให้มนุษย์สนใจและดูแลมัน รายงานการค้นพบใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Anthrozoös ชี้ให้เห็นถึงหลักฐานใหม่สนับสนุนทฤษฎีที่ว่า สุนัขอยู่เคียงข้างมนุษย์มานาน

 

ลูกหมาที่น่ารักที่สุด

ในการศึกษาวิจัย Clive Wynne นักวิจัยจากอริโซนา, Nadine Chersini จากมหาวิทยาลัยยูเทรกต์ และ Nathan Hall จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ให้นักศึกษาจำนวน 51 คนให้คะแนนภาพถ่ายของลูกสุนัขที่แตกต่างกันไปตามช่วงวัย ตั้งแต่ในวัยแรกเกิดไปจนถึง 7 เดือน จากผลการสอบถามได้สุนัข 3 สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ สุนัขพันธุ์แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรีย, พันธุ์เคนคอร์โซ่ และพันธุ์เชพเพิร์ด

นอกจากนั้นนักศึกษาที่เข้าร่วมยังได้รับคำสั่งให้เลือกสุนัขที่ “น่าดึงดูดใจ” ที่สุด แทนที่จะเป็น “น่ารัก” ที่สุด เพื่อป้องกันให้ผลการวิจัยออกมาเป็นกลาง “เราไม่อยากได้มุมมองจากคนที่ชอบอะไรๆ น่ารักเพียงอย่างเดียว” Wynne กล่าว

จากผลการวิจัยพบว่า ผู้เข้าร่วมมักจะเลือกสุนัขที่น่าดึงดูดใจที่สุดในช่วงวัย 2 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มันเริ่มหย่านมแม่ และต้องถูกทิ้งให้เติบโตด้วยตนเอง

อย่างไรก็ดีความน่ารักที่สุดของลูกสุนัขนั้นแตกต่างกันไปตามช่วงวัย แต่ยังคงอยู่ในขอบเขต 6 – 8 สัปดาห์ สายพันธุุ์แจ็ครัสเซลล์น่ารักที่สุดเมื่ออายุได้ 7.7 สัปดาห์, เคนคอร์โซ่ราว 6.3 สัปดาห์ ส่วนไวท์เชพเพิร์ดอยู่ที่ 8.3 สัปดาห์

Harold Herzog ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์และสัตว์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นแคโรไลนา ชี้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ช่างชาญฉลาด แต่ยังคงมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น “ผมคิดว่างานวิจัยจะดีกว่านี้ ถ้าใช้ภาพถ่ายของสุนัขตัวเดิมในหลากหลายช่วงวัย” เขากล่าว ด้าน Wynne ระบุว่า บางภาพที่นำมาทดลองนั้นมาจากสุนัขตัวเดียวกัน แต่บันทึกไว้คนละช่วงวัย อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าส่วนใหญ่แล้วภาพทั้งหมดมาจากสุนัขคนละตัวกัน

นอกจากนั้น Herzog ยังเสริมอีกว่า ควรวิจัยในหมาป่าเพิ่มด้วย เพราะแตกต่างจากสุนัข พ่อแม่หมาป่าเลี้ยงดูลูกของมันจนมีอายุได้ 2 ปี นั่นหมายความว่าความน่ารักไม่ได้จำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดของหมาป่า

Wynne ระบุว่างานวิจัยยังคงดำเนินต่อไป ในอนาคตเขามีแผนที่จะให้ผู้เข้าร่วมวิจัยชมวิดีโอของลูกสุนัขความยาว 20 – 30 วินาที เพื่อหาคำตอบว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะใดที่ดึงดูดใจมนุษย์ โดยตัวเขาได้แรงบันดาลใจมาจากบาฮามาส ประเทศที่มีสุนัขจรจัดเหลือคณานับ “ถ้าความน่ารักเหล่านี้มีความหมายต่อสุนัข ก็น่าจะมีการเคลื่อนไหวบางอย่างที่มนุษย์เราชอบดู” เขากล่าว

(สุนัขพิทบูลก็มีมุมน่ารักนะลองชมได้ ที่นี่)

 

โลกของการแข่งขัน

ฉะนั้นแล้วจากงานวิจัยของ Wynne เมื่อลูกสุนัขปราศจากแม่ พวกมันต้องแข่งขันกันเองเพื่อดึงดูดใจมนุษย์ให้ได้  ด้วยความน่ารักที่จะเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงวัย 6 – 11 สัปดาห์ “สิ่งที่ Wynne เสนอก็คือ ถ้าคุณไม่น่ารัก คุณจะตายได้” Herzog กล่าว

มีลักษณะบางประการที่มนุษย์มองว่าสัตว์ต่างสายพันธุ์นั้นๆ “น่ารัก”: หัวโต, ตาหันไปข้างหน้า, ขนปุกปุย, แขนขาสั้น, ตัวนุ่มนิ่ม หรือรูปร่างกลม คุณลักษณะเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะกรีดร้องด้วยความพึงพอใจ และทั้งหมดทั้งมวลเป็นผลมาจากวิวัฒนาการ

คุณลักษณะเหล่านี้เรียกว่า “kinderschema” และคุณสามารถพบมันได้ในตัวของเด็กทารก ซึ่งมนุษย์เราวิวัฒนาการความน่ารักเหล่านี้ให้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็เพื่อการเลี้ยงดูเด็กทารกให้มีชีวิตรอด เพราะเมื่อเราพบเจออะไรที่น่ารัก ความน่ารักจะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเคมีที่ช่วยให้เรารู้สึกอยากปกป้องและเลี้ยงดูสิ่งที่ “น่ารัก” เหล่านั้น ในขณะเดียวกันสมองยังหลั่งโดพามีนที่ช่วยให้ความรู้สึกพึงพอใจออกมาอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ถึงเสพติดความน่ารัก

แม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้จะทำในห้องปฏิบัติการ แต่ Herzog เสริมถึงผลการวิจัยดังกล่าวที่สอดคล้องกับประสบการณ์จริงในธรรมชาติ ในปี 1998 ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองซานตาบาร์บารา นักวิจัยนาม Alan Fridlund และ Melissa MacDonald เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วแตมปัสพร้อมกับสุนัขพันธฺุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ชื่อ โกลดี้ เพื่อดูว่านักศึกษามีปฏิกิริยาอย่างไร ในช่วงที่มันอายุ 10 สัปดาห์ไปจนถึง 5 เดือน ผลปรากฏว่าโกลดี้ได้รับความสนใจอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในวัย 33 สัปดาห์ ความน่ารักของมันลดน้อยลง จำนวนผู้คนที่สนใจมันก็น้อยลงตาม และนั่นรวมไปถึงความรักที่บรรดานักศึกษามอบให้ด้วยเช่นกัน

เรื่อง Elaina Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

ลูกยีราฟ ได้ลายมาจากแม่

 

เรื่องแนะนำ

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี มีการค้นพบซากม้าสองตัวถูกขังไว้ในคอกม้าช่วงที่ชาวเมืองอาจกำลังเตรียมตัวหนีจากภูเขาไฟระเบิดที่ทำลายล้างเมืองปอมเปอี หนึ่งในอาณาจักรโรมันโบราณ เมื่อปี ค.ศ. 79 นักโบราณคดีได้สร้างแบบจำลองของซากม้าที่พบเจอ โดยการฉีดปูนปลาสเตอร์เข้าไปในช่องว่างของซากม้าที่กลายเป็นชั้นขี้เถาแข็งตัว การค้นพบครั้งนี้เป็นการพบโดยบังเอิญจากที่มีหัวขโมยพยายามขุดหาโบราณวัตถุ จนเมื่อตำรวจสอบสวนจึงพบซากม้าตัวนี้เข้าในที่สุด ทั้งนี้เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้การศึกษาทางโบราณคดีก้าวหน้า และได้ข้อมูลใหม่ๆ มากมาย ขณะนี้ทีมนักโบราณคดีกำลังเข้าสำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองปอมเปอีที่ถูกถล่มจากภูเขาไฟวิสุเวียสในครั้งนั้นจนเรียบเป็นหน้ากลอง ด้วยความหวังว่าจะพบข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับเหตุระเบิดภูเขาไฟในอดีต   อ่านเพิ่มเติม เหยื่อในปอมเปอีคนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ

การผจญภัยของหอยทาก

หลังตกจากสวรรค์ ฮีโร่ตัวจิ๋วของเรากำลังพยายามหาทางที่จะกลับไป ชวนชมมหากาพย์การเดินทางของหอยทากภายในโลกที่ทุกอย่างดูใหญ่บึ้ม โลกแห่งการผจญภัยและแฝงไปด้วยอันตราย ร่วมเดินทางไปกับโลกอันน่าพิศวงนี้…แล้วคุณจะตกหลุมรักหอยทาก   อ่านเพิ่มเติม : ภาพหาชมยากของยีราฟเผือก, ชมความมหัศจรรย์เมื่อนางฟ้าทะเลผสมพันธุ์

เมื่ออสรพิษเกี่ยวกระหวัด

งูแบล็กแมมบา ((Dendroaspis polylepis: Black Mamba) ซึ่งอาศัยอยู่ตามท้องทุ่งสะวันนาและเนินเขาทางใต้และตะวันออกของทวีปแอฟริกา เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แถมยังเป็นงูที่เร็วที่สุดชนิดหนึ่งในโลกอีกด้วย โดยเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันใช้ความเร็วในการหลบหนีนักล่าเป็นหลัก ไม่ใช่ในการล่าเหยื่อ และเติบโตจนมีขนาดลำตัวได้ยาวถึง 4.3 เมตร โดยที่งูหนุ่มสองตัวในคลิปนี้ถูกจับภาพไว้ได้ที่สนามกอล์ฟเลพเพิร์ดครีกในเมืองเมลเลน ประเทศแอฟริกาใต้ ด้วยฝีมือคนถ่ายที่ซูมภาพจากระยะไกล โดยในคลิปเราจะเห็นงูเพศผู้สองตัวพยายามกดอีกฝ่ายลงเบื้องล่าง แม้ว่าจะมีชื่อว่า “แบล็กแมมบา” แต่อันที่จริงแล้วพวกมันมีสีเขียวอ่อนๆไปจนถึงสีเทา ปากของงูชนิดนี้จะอ้ากว้างเมื่อมันรู้สึกถูกคุกคามและภายในปากจะมีสีน้ำเงินอมดำ ซึ่งอาจเป็นที่มาของชื่อ “แบล็กแมมบา” แม้จะมีหลายคนโทษพวกมันว่าเป็นงูที่กัดคนจนตายและมักตกเป็นตัวร้ายในเทพปกรณัมของแอฟริกา แต่จริงๆแล้วแบล็กแมมบาเป็นงูที่ขี้อายและพยายามหลบหนีให้ไวที่สุดหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้า พวกมันจะหันมาสู้ยิบตาต่อเมื่อถูกต้อนให้จนมุมเท่านั้น โดยจะชูหัวขึ้นและแผ่แม่เบี้ยได้เหมือนกับงูเห่า และส่งเสียงขู่ฟ่อออกมา ถ้าหากผู้คุกคามไม่ยอมถอย แบล็กแมมมาก็จะฉกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และฉีดพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาทออกมาในการกัดแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้ถึงตายได้ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการเซรุ่มพิษงู (antivenom) ทันเวลา ในปัจจุบัน จำนวนประชากรงูแบล็กแมมมายังไม่มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าหากมนุษย์ยังคงรุกรานเขตแดนของพวกมันอยู่ต่อไป อาจมีคนถูกงูกัดเพิ่มขึ้นก็เป็นได้เมื่องูรู้สึกจนมุม และนั่นจะเป็นข่าวร้ายสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท เพราะเซรุ่มพิษงูยังเป็นสิ่งที่หาได้ยากในพื้นที่ห่างไกล และถ้าขาดเซรุ่ม โอกาสรอดจากพิษงูแบล็กแมมบาก็แทบจะเป็นศูนย์

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก นี่คือสิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ท้องทะเลลึกที่นักวิทยาศาสตร์แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย คลิปวิดีโอนี้ถูกถ่ายจากยานสำรวจที่ควบคุมระยะไกล ย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปีก่อนเคยมีรายงานการค้นพบเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มาแล้ว มันคือ D. enigmatica แมงกะพรุนชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนถุงพลาสติก พบได้ที่ระดับความลึกมากถึง 3,000 ฟุต ในอ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรอินเดียใต้ อย่างไรก็ดีเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พบได้ยากมากจึงทำให้ไม่มีการศึกษาใดๆ เกี่ยวกับมัน ทุกวันนี้เรื่องราวของมันยังคงเป็นปริศนา มันกินอะไรเป็นอาหาร, ถิ่นอาศัยอยู่ที่ไหน หรือดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบใด…ยังคงไม่มีคำตอบ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?