ภัยคุกคาม ฉลามวาฬ คือเรื่องจริง - National Geographic Thailand

ภัยคุกคามฉลามวาฬคือเรื่องจริง

ภัยคุกคาม ฉลามวาฬ คือเรื่องจริง

ข่าวเหตุการณ์เรือประมงจับฉลามวาฬที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเร็วๆนี้ อาจเป็นเพียงหนังตัวอย่างที่ฉายภาพภัยคุกคามต่อ ฉลามวาฬ ทว่าในบทความออนไลน์ที่เผยแพร่เมื่อปี 2014 เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ร่วมตีแผ่ขบวนการค้าซึ่งชนิดพันธุ์ที่เปราะบางและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่งชนิดนี้  แม้นับแต่นั้นมา สถานะและการปกป้องฉลามวาฬทั้งโดยอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างไซเตส (CITES) และกฎหมายในประเทศและดินแดนที่เกี่ยวข้องจะได้รับการปรับปรุงและบังคับใช้อย่างเข้มงวดขึ้น เช่น ไต้หวันสั่งห้ามจับ ค้า นำเข้า หรือส่งออก ฉลามวาฬอย่างเด็ดขาดตั้งแต่ปี 2008

แม้เราจะไม่มีข้อมูลยืนยันว่า สถานประกอบการที่ปรากฏในบทความนี้ได้รับโทษตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเครื่องยืนยันว่า การใช้ประโยชน์และภัยคุกคามต่อฉลามขนาดใหญ่โดยเฉพาะฉลามวาฬนั้นมีอยู่จริงและไม่อาจเพิกเฉย การบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปอย่างจริงจังและเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

                                                                               

บทความนี้ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2014

รายงานที่ตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้โดยองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอแห่งหนึ่งพบว่า ฉลามวาฬและฉลามบาสกิ้น (ฉลามอาบแดดหรือฉลามยักษ์น้ำอุ่น) ราวปีละ 600 ตัวได้รับการแปรรูปโดยโรงงานแห่งหนึ่งในประเทศจีน

ฉลามวาฬกำลังถูกล่าและสังหาร: นั่นคือข่าวช็อคที่ปรากฏในรายงานตีพิมพ์โดยองค์กรพัฒนาเอกชนชื่อ WildlifeRisk การสืบสวนที่ใช้เวลา 3 ปีเผยหลักฐานว่า โรงงานแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนชำแหละปลาฉลามขนาดใหญ่น้ำหนัก 21 ตันปีละมากถึง 600 ตัว

(ชะตากรรมของปลาโรนันเองก็น่าเป็นห่วงไม่ต่างกัน)

ฉลามวาฬ
ฉลามวาฬตัวหนึ่งถูกดึงขึ้นเรือหลังถูกจับด้วยอวนล้อมจับ (ภาพถ่ายโดย WILDLIFE RISK)

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะฉลามวาฬเป็นชนิดพันธุ์ที่ได้รับการปกป้องทั้งจากกฎหมายของจีนและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เหตุการณ์เช่นนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะฉลามวาฬตัวหนึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบหนึ่งล้านบาท) เนื้อฉลามสามารถชำแหละขายเพื่อบริโภค ครีบส่งขายยังภัตตาคารหูฉลาม หนังใช้ทำกระเป๋า และน้ำมันยังขายให้บริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมอย่างน้ำมันปลา

ยังมีรายงานว่า โรงงานแห่งนี้ฆ่าและแปรรูปฉลามชนิดพันธุ์อื่นๆ ที่ได้รับการปกป้องในระดับนานาชาติ ซึ่งรวมถึงฉลามบาสกิ้ง และฉลามขาว

อเล็กซ์ ฮอฟฟอร์ด และพอล ฮิลตัน สองนักรณรงค์ผู้พำนักอยู่ในฮ่องกงและร่วมก่อตั้ง WildlifeRisk เดินทางไปยังโรงงานแห่งนี้ที่เมืองผูฉีรวม 3 ครั้งระหว่างปี 2010 ถึง 2013 โดยทำทีเป็นผู้ซื้อ พวกเขาแอบบันทึกทั้งภาพและเสียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโรงงานแห่งนี้ได้

ในบทสนทนาที่บันทึกได้ระหว่างผู้จัดการโรงงานชื่อ หลี่กวาง และล่าม หลี่บอกว่า โรงงานของเขาแปรรูปฉลามขนาดใหญ่ปีละประมาณ 500-600 ตัว ซึ่งรวมถึงฉลามวาฬและฉลามบาสกิ้ง

องค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่งในจีนให้เบาะแสจนนำฮอฟฟอร์ดและฮิลตันไปยังโรงงานแห่งนี้ “แต่เพื่อปกป้องพวกเขา เราไม่สามารถเปิดเผยชื่อขององค์กรได้” ฮอฟฟอร์ดเขียนในอีเมลถึงเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ฉลามวาฬ
ฉลามวาฬตัวหนึ่งแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย (ภาพถ่ายโดย พอล ฮิลตัน, GREEENPEACE)

“ถ้าพวกเขาแปรรูปฉลามกันปีละ 600 ตัวจริงๆ ก็ต้องบอกว่าน่ากลัวมากครับ” โรเบิร์ต ฮูเอเตอร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฉลามที่ห้องปฏิบัติการทางทะเลในเมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา บอก ทั้งนี้เพราะจำนวนประชากร [ฉลามวาฬ] ทั่วโลกน่าจะอยู่ในหลักพันเท่านั้น

รายงานระบุว่า ชาวประมงในท้องถิ่นป้อนฉลามเหล่านั้นแก่โรงงาน แต่บางส่วนยังอาจมาไกลถึงอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเม็กซิโก

ฉลามทั้งสามชนิด ได้แก่ ฉลามวาฬ ฉลามบาสกิ้ง และฉลามขาว ได้รับปกป้องภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หรือไซเตส (CITES) ซึ่งหมายความว่า แม้พวกมันยังไม่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในปัจจุบัน “แต่ก็อาจะเป็นเช่นนั้นได้ หากการค้าซึ่งชนิดพันธุ์เหล่านี้ไม่ถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด” เว็บไซต์ของไซเตส ระบุไว้

รายงานชี้ว่า จีนมีกฎหมายปกป้องฉลามทั้งสามชนิดพันธุ์ สอดคล้องกับแถลงการณ์ของกรมประมง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรของจีนในหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ที่ว่า “การล่าและขายซึ่งฉลามสามชนิดพันธุ์เป็นสิ่งผิดกฎหมายในแผ่นดินใหญ่จีนและมีโทษทั้งปรับและจำคุก”

                                                                                                               

อ่านบทความต้นฉบับได้ ที่นี่

เรื่อง เจน เจ. ลี

ฉลามวาฬ
ครีบฉลามวาฬตากแห้งซ้อนกันเพื่อเตรียมส่งออกในจีน (ภาพถ่ายโดย WILDLIFE RISK)

 

อ่านเพิ่มเติม

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

เรื่องแนะนำ

เส้นทางการบิน

หากนกทิ้งรอยบินไว้บนฟ้าได้ ภาพที่ปรากฏจะเป็นอย่างไร? ชมผลงานที่ผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์

ภาพบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้ของแรดเพื่อความอยู่รอด

โดย อเล็กซา คีย์เฟ ในปี 2016 ประมาณการณ์แรดที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกอยู่ที่ราว 29,500 ตัว ในจำนวนนี้ 70% อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้ Brent Stirton ช่างภาพผู้เป็นชาวแอฟริกาใต้ ได้รับการยกย่องจากนานาชาติหลังภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงการคุกคามประชากรแรดถูกเผยแพร่ออกไป การล่านอแรดอย่างผิดกฎหมายนี้ มีการประมาณตัวเลขในปี 2015 ว่ามีแรดถูกฆ่าเพื่อเอานอเฉลี่ยสี่ตัวต่อวันเลยทีเดียว เนื่องในวันแรดโลก เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวมภาพถ่ายของ Stirton มาให้ได้ชมกัน   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายสัตว์เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม, 13 ความงดงามของสุดยอดภาพถ่ายนกประจำปี

นิคมลับของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

นิคมลับของเพนกวินในแอนตาร์กติกา นักวิทยาศาสตร์ประกาศการค้นพบอาณานิคมขนาดยักษ์ของเพนกวิน บริเวณพื้นที่อ่าวทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา สถานที่ดังกล่าวคือเกาะแดนเจอร์ บ้านของเพนกวินอาเดลีจำนวนมากกว่า 1.5 ล้านตัว ด้วยการวิจัยทางภาคพื้นและภาพถ่ายจากดาวเทียมช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณจำนวนของเพนกวินในนิคมดังกล่าวออกมาได้ การค้นพบนิคมลับของพวกมันครั้งนี้จะช่วยให้แผนงานอนุรักษ์ทางสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ในแอนตาร์กติกาขยายพื้นที่ไปมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องครอบคลุมอาณาจักรของเพนกวินอาเดลีแห่งนี้ด้วยเช่นกัน หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรของเพนกวินอาเดลีในแอนตาร์กติกาตะวันตกกำลังลดลงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบนิคมขนาดยักษ์ของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

หมึกประหลาดตัวโปร่งใส ถูกค้นพบจากใต้ทะเลลึก

หมึกประหลาดตัวนี้ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากเรือดำน้ำในภารกิจ E/V Nautilus ที่ทำการวิจัยใต้ทะเลลึก ไม่ใช่เพียงแค่ถิ่นที่อยู่อาศัยของมันเท่านั้นที่ทำให้หมึกสายพันธุ์นี้กลายเป็นสัตว์หายาก แต่ยังรวมถึง ลักษณะพิเศษของมันนั่นคือลำตัวที่โปร่งใสอีกด้วย มันมีเพียงระบบย่อยอาหารเล็กๆ ภายในเท่านั้น ซึ่งช่วยลดการโจมตีจากนักล่าเมื่อถูกมองจากด้านบนหรือด้านล่าง และเช่นเดียวกับหมึกอีกหลายชนิดที่มีความสามารถในการเปลี่ยนสีของร่างกาย เจ้าหมึกตัวนี้สามารถสร้างลายจุดขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ, หอยทากจะตกเป็นอาหารของหนอนตัวแบนหรือไม่?