แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร? - National Geographic Thailand

แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร?

แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร?

การมองหาลูกในหมู่มวลเด็กๆ อีกหลายร้อยชีวิตคงเป็นเรื่องสร้างความเครียดให้แก่คุณแม่น่าดู ลองจินตนาการว่าคุณเป็นแม่ค้างคาวและต้องตามหาลูกในถ้ำมืดๆ ดู คงลำบากมากขึ้นเป็นหลายเท่า

แต่สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาของค้างคาว tequila เพราะพวกมันใช้ความสามารถในการดมกลิ่นเพื่อตามหาลูก และหาจนเจอเสียด้วย ลองชมวิดีโอด้านบนคุณผู้อ่านจะเห็นว่าแม่ค้างคาวพยายามดมกลิ่นตามหาลูกของมัน ท่ามกลางลูกค้างคาวตัวอื่นๆ อีกเป็นฝูง และในขณะเดียวกันลูกที่ได้กลิ่นของแม่ก็พยายามเคลื่อนที่ตรงมาหาแม่เช่นกัน จนในที่สุดเมื่อสองแม่ลูกได้พบกันแล้ว แม่ค้างคาวก็เลียลูกของมันและให้ดูดนม เรื่องราวทั้งหมดจบลงอย่างผาสุก

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้างคาวแวมไพร์มีชีวิตด้วยเลือดเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

ค้นพบเทอโรซอร์พันธุ์ใหม่ในทรานซิลเวเนีย

ทรานซิลเวเนียมีมากกว่าแดรกคูล่า เพราะในยุคดึกดำบรรพ์ที่นี่คือบ้านของสัตว์ประหลาดใหญ่ยักษ์บินได้ และเชื่อกันว่านี่เป็นหนึ่งในเทอโรซอร์ที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุด

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]

ภารกิจขนน้ำช่วยเลียงผาบนเขาสมโภชน์

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ หมู… บดินทร์ จันทศรีคำ ผู้ชายที่มีใจอาสาเพื่อป่าไม้และสัตว์ป่า ทำไมต้อง “ขนน้ำให้ เลียงผา ” ผมได้รับข้อมูลที่มีการส่งต่อกันมาทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการเชื้อชวนคนขนน้ำขึ้นไปให้ เลียงผา จึงเกิดความใคร่รู้ว่า กระบวนการ และกรรมวิธีเป็นอย่างไร เพราะอะไรทำใมมนุษย์อย่างเราๆ จึงต้องขนน้ำไปให้เลียงผา จากความสงสัยดังกล่าว ผมจึงได้พุดคุยกับน้าหมู บดินทร์ จันทร์ศรีคำ ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในงานอาสาครั้งนี้ และเป็นประธาน​ชมรมฅนรักษ์​สัตว์​-ป่า สังกัด​องค์กร​อนุรักษ์ น้าหมูเล่าให้ฟังถึงที่มาของการขนน้ำขึ้นเขาสมโภชน์ว่า โครงการขนน้ำให้เลียงผาที่เขาสมโภชน์ เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากเขาแผงม้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 ส่วนที่เขาสมโภชน์น้าหมูเริ่มลงมือทำเมื่อปี 2549 เพราะได้รับเงินทุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ให้จัดตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและสัตว์ป่วยในพื้นที่เขาใหญ่และพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด เราต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างศูนย์ฯ และสุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันที่จังหวัดนครนายกนครนายก โดยทางอุทยานแห่งชาติมอบพื้นที่ 500 ไร่เพื่อให้สร้างศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก เพื่อรับรองดูแลสัตว์ป่าของกลางที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ให้นำมาอนุบาลไว้ที่นี่ วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบเลียงผาเสียชีวิตใกล้ศูนย์ฯ ทางทีมสัตวแพทย์จึงผ่าตัดชันสูตร ผลปรากฏว่า เลียงผาตัวนั้นตายจากการติดเชื้อ และที่สำคัญคือพบสารเคมีในร่างกาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็พบเลียงผาตายเป็นตัวที่สอง เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในศูนย์ฯ เกิดความสงสัยว่ามันมาจากไหน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนท้องถิ่นบอกว่า เลียงผามาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อทีมสัตวแพทย์ชันสูตรก็พบผลลัพธ์เหมือนเลียงผาตัวแรก คือพบสารเคมีในเสือดและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง […]

เผชิญหน้ากับฉลามหัวค้อนแบบ 360 องศา

ร่วมดำดิ่งลงไปยังโลกใต้น้ำพร้อมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่จะพาคุณผู้อ่านเดินทางไปยังอ่าวบิมินิ ในบาฮามาสห่างจากไมอามี่ ในรัฐฟลอริดาราว 80 กิโลเมตร เพราะที่นี่คือถิ่นที่อยู้อาศัยของฉลามหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะฉลามหัวค้อนตัวใหญ่ ที่คุณจะได้เผชิญหน้ากับมันแบบใกล้ๆ ราวกับกำลังลงไปดำน้ำด้วยตนเอง   อ่านเพิ่มเติม : ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก, สิงโตปะทะยีราฟ ใครจะชนะ?