แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร? - National Geographic Thailand

แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร?

แม่ค้างคาวหาลูกในถ้ำมืดได้อย่างไร?

การมองหาลูกในหมู่มวลเด็กๆ อีกหลายร้อยชีวิตคงเป็นเรื่องสร้างความเครียดให้แก่คุณแม่น่าดู ลองจินตนาการว่าคุณเป็นแม่ค้างคาวและต้องตามหาลูกในถ้ำมืดๆ ดู คงลำบากมากขึ้นเป็นหลายเท่า

แต่สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาของค้างคาว tequila เพราะพวกมันใช้ความสามารถในการดมกลิ่นเพื่อตามหาลูก และหาจนเจอเสียด้วย ลองชมวิดีโอด้านบนคุณผู้อ่านจะเห็นว่าแม่ค้างคาวพยายามดมกลิ่นตามหาลูกของมัน ท่ามกลางลูกค้างคาวตัวอื่นๆ อีกเป็นฝูง และในขณะเดียวกันลูกที่ได้กลิ่นของแม่ก็พยายามเคลื่อนที่ตรงมาหาแม่เช่นกัน จนในที่สุดเมื่อสองแม่ลูกได้พบกันแล้ว แม่ค้างคาวก็เลียลูกของมันและให้ดูดนม เรื่องราวทั้งหมดจบลงอย่างผาสุก

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้างคาวแวมไพร์มีชีวิตด้วยเลือดเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

ยีราฟถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน

ยีราฟ ถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน ความตายของ ยีราฟ Kordofan จำนวนสามตัวเป็นแรงบันดาลใจให้ David Hamlin นักทำหนังคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ร่างของยีราฟเพศเมียหนึ่งตัวและเพศผู้อีกสองตัวนอนเหยีดยาวให้สัตว์กินซากแทะเล็มอยู่ภายในทุ่งหญ้าสูงของอุทยานแห่งชาติ Garamba ประเทศคองโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2016 นี้สร้างความเดือดดาลให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าอย่างมาก เนื่องจากยีราฟ Kordofan เป็นสัตว์หายาก และการสังหารพวกมันส่งผลให้อุทยานแห่งนี้เหลือยีราฟสายพันธุ์ดังกล่าวเพียง 37 ตัว ด้าน Hamlin ตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องนี้ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เขาเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อถ่ายทำสารคดี ก่อนที่จะได้รู้ความจริงภายหลังว่ายีราฟเหล่านี้ถูกฆ่าตายเพียงเพราะใครบางคนต้องการหางของมันเท่านั้น ซึ่งหางที่ว่านี้สามารถขายได้ในราคาหลายพันดอลล่าร์สหรัฐ เม็ดเงินจำนวนมากนี้เย้ายวนให้บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงล่าสัตว์ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่ง Hamlin เองคาดหวังว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยเปิดเผยความโหดร้ายของขบวนการเหล่านี้ รวมทั้งมีส่วนช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์แก่บรรดาสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ร่วมเดินทางหาความจริงไปกับ Hamlin ผ่านสารคดีพิเศษเรื่องนี้กัน อ่านเพิ่มเติม มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]