นกในยุคไดโนเสาร์ เอาชีวิตรอดจากอุกกาบาตได้อย่างไร? - National Geographic

นกในยุคไดโนเสาร์เอาชีวิตรอดจากอุกกาบาตได้อย่างไร?

นกในยุคไดโนเสาร์ เอาชีวิตรอดจากอุกกาบาตได้อย่างไร?

เมื่ออุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 ไมล์พุ่งตกลงมากระทบยังผิวโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน มันปลดปล่อยพลังงานที่รุนแรงเทียบเท่ากับแรงระเบิดปรมาณูจำนวน 3 ล้านลูก และขจัดเอาสามในสี่ของชีวิตบนโลกให้สูญสิ้นไป ซึ่งในนั้นรวมถึงสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ไดโนเสาร์ด้วย แต่เรารู้กันดีว่ามีเครือญาติของไดโนเสาร์บางส่วนที่สามารถรอดชีวิตจากมหันตภัยครั้งนั้นได้ และทุกวันนี้พวกมันก็กระจายเผ่าพันธุ์ไปทั่วโลก และยึดครองท้องฟ้า พวกมันคือ “นก”

คำถามก็คือ เหตุใดนกในปัจจุบันยังคงมีชีวิตอยู่ ในขณะที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในยุคครีเตเชียสต่างล้มหายตายจากกันไปหมด? เป็นไปได้ว่าผลพวงจากอุกกาบาตตกในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อผืนป่าทั่วโลก และตามมาด้วยการสูญพันธุ์ของนกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่หากินบนต้นไม้ รายงานใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology

นกกลุ่มที่รอดชีวิตจากอุกกาบาตมาได้คือนกที่หากินอยู่ตามพื้นดิน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงบรรพบุรุษของสัตว์ปีกอย่างเป็ด, ไก่ และนกกระจอกเทศ และหลังหายนะพวกมันก็วิวัฒนาการไปสู่นกสายพันธุ์ใหม่ๆ ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน รายงานจาก Daniel Field นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Bath ในสหราชอาณาจักร

“‘งานวิจัยนี้เป็นสมมุติฐานใหม่ที่อธิบายถึงการสูญพันธุ์และการอยู่รอด” Julia Clarke ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการนก จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสตินกล่าว

“การวิวัฒนาการของสัตว์ในกลุ่มนก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพืชดอกล้วนได้รับอิทธิพลมาจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในตอนนั้น” Field กล่าว “ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้ทิ้งร่องรอยไว้บนเส้นทางวิวัฒนาการเหล่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 66 ล้านปีก่อน”

นกในยุคไดโนเสาร์
ไก่สายพันธุ์ Lohmann Brown ยืนจับกลุ่มอยู่นอกยุ้งฉางของฟาร์ม Meadow Haven ในรัฐอิลลินอยส์ ในจำนวนนกหากินบนดินที่รอดชีวิตจากอุกกาบาตเหล่านี้ยังรวมถึงบรรพบุรุษของไก่, เป็ด และนกกระจอกเทศด้วย
ภาพถ่ายโดย Daniel Acker, Bloomberg, Getty Images

 

สปอร์เฟิร์น

Field และทีมนักวิจัยของเขารวบรวมหลักฐานจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาสนับสนุนทฤษฎี ในจำนวนนี้รวมไปถึงข้อมูลของนกที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งหากินบนต้นไม้, ข้อมูลใหม่จากฟอสซิลนกดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งค้นพบ รวมไปถึงผลการวิเคราะห์สปอร์ และละอองเกสรในชั้นหินที่ได้รับผลกระทบจากการตกของอุกกาบาต “งานวิจัยชิ้นนี้ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างทีละน้อย” Field กล่าว

พวกเขาเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ทางนิเวศวิทยาของนกว่าพวกมันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบนเส้นทางของวิวัฒนาการ หลังการสำรวจความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของนกจำนวนมากกว่า 10,000 สายพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ทีมนักวิจัยพบว่าบรรพบุรุษผู้รอดชีวิตตัวแรกๆ ของพวกมันคือนกในยุคไดโนเสาร์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน การค้นพบนี้บอกเป็นนัยว่าอุกกาบาตที่ตกในครั้งนั้นได้ทำลายผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ทั่วโลกในเวลาต่อมา

นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานมานานแล้วว่าอุกกาบาตในครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดไฟป่า และทีมวิจัยพยายามหาขอบเขตของผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยร่วมมือกับ Antoine Bercovici นักบรรพพฤกษศาตร์วิทยา จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติ Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พวกเขารวบรวมข้อมูลของฟอสซิลสปอร์และละอองเกสรที่ฝังอยู่ในชั้นหินจากหลายภูมิภาคของโลกตั้งแต่นิวซีแลนด์ ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา

นกในยุคไดโนเสาร์
นกเป็ดน้ำในทะเลสาบ Placid ของนครนิวยอร์ก
ภาพถ่ายโดย Michael Melford

ในชั้นหินบางๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีหลังการตกของอุกกาบาต 70 – 90% ของสปอร์มาจากสายพันธุ์ของเฟิร์นเพียงสองสายพันธุ์ “สปอร์ของเฟิร์นเหล่านี้เป็นหลักฐานของ ‘disaster flora’ เมื่อเฟิร์นขยายพันธุ์ปกคลุมพื้นดินอย่างรวดเร็ว ดังที่เกิดขึ้นกับบริเวณหินลาวาหลังการระเบิดของภูเขาไฟฮาวายในปัจจุบัน” Bercovici กล่าว ดูเหมือนว่าจากอุกกาบาตที่ตกในครั้งนั้น ต้องใช้เวลานานหลายพันปีกว่าผืนป่าจะฟื้นคืนกลับมาได้

นอกจากนั้นผลการวิเคราะห์ซากดึกดำบรรพ์ของนกโบราณที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายยุคครีเตเชียส บ่งชี้ว่าพวกมันเป็นนกที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ และสายพันธุ์ของพวกมันไม่รอดชีวิตจากภัยพิบัติ เนื่องจากว่าที่อยู่อาศัยของพวกมันนั้นถูกกวาดล้างไปในพริบตา ในขณะที่ฟอสซิลของนกโบราณที่มีชีวิตอยู่หลังภัยพิบัติก็บ่งบอกว่าพวกมันเป็นนกที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน โดยดูจากสัดส่วนของขา

“นกโบราณที่หากินตามพื้นดินเหล่านี้รอดชีวิตมาได้ จากนั้นพวกมันก็กลับไปอาศัยอยู่บนต้นไม้อีกครั้ง เมื่อผืนป่ากลับคืนมา” Field กล่าว “ทั้งหมดนี้มาจากแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน ทั้งฟอสซิลของสปอร์, ฟอสซิลนก รวมไปถึงข้อมูลนิเวศวิทยาของนกสมัยใหม่ ซึ่งทั้งหมดสนับสนุนสมมุติฐานนี้”

นกในยุคไดโนเสาร์
ภาพกราฟิกแสดงภาพของนกที่หากินบนพื้นดินรอดชีวิตจากไฟป่าที่โหมกระพือกวาดล้างสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่อาศัยอยู่บนต้นไม้
กราฟิกโดย Phillip M. Krzeminski

 

เติมเต็มช่องว่าง

“ผู้เขียนได้ทำงานอย่างดีในการนำเสนอสมมุติฐานที่น่าสนใจมากของการหายไปของผืนป่า และวิวัฒนาการในนกสมัยใหม่” Luis Chiappe ผู้เชี่ยวชาญด้านนกโบราณ และผู้อำนวยการสถาบันไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาลอสแอนเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าว อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดกลุ่มของนกในตระกูลอีแนนทิออร์นไธนส์ (Enantiornithines) และนกก่อนประวัติศาสตร์ชนิดอื่นๆ ที่ไม่ได้อาศัยอยู่บนต้นไม้จึงสูญพันธุ์ไปด้วยเช่นกัน

และขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังมองหาหลักฐานทางภูมิศาสตร์ในชั้นหินทั่วโลกที่บ่งชี้ว่าเคยเกิดไฟป่าในอดีต เพื่อยืนยันสมมุติฐานของการสูญสิ้นผืนป่าในอดีต ด้าน Field และทีมของเขาคาดหวังว่าหลักฐานใหม่ๆ นี้จะช่วยเติมเต็มช่องว่างของวิวัฒนาการนกได้ ซึ่งปัจจุบันมีการค้นพบฟอสซิลของพวกมันในช่วงเวลาไม่กี่ล้านปีหลังเกิดภัยพิบัติเพียงเบาบางเท่านั้น

“เฉกเช่นสมมุติฐานที่ดี งานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดคำถามและงานวิจัยชิ้นใหม่ๆ ขึ้นมา” Chiappe กล่าว และแน่นอนว่าคำตอบเหล่านั้นถูกเก็บอยู่ในฟอสซิลที่ยังไม่ถูกค้นพบสักที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้

เรื่อง John Pickrell

นกในยุคไดโนเสาร์
นกกระจอกเทศในฟาร์มของจังหวัด Dnipropetrovsk ประเทศยูเครน
ภาพถ่ายโดย Jim Richardson

 

อ่านเพิ่มเติม

พบนกในยุคไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ รอยต่อ วิวัฒนาการการบิน

 

 

เรื่องแนะนำ

จีนวางแผนสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้า ขนาด 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร

แพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกับลูก แพนด้า ของเธอกำลังสำรวจบริเวณรอบๆ ตัว ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของ แพนด้า หมี และสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข แผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูด ที่ถล่มมณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อ 11 ปีแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ รวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งคือศูนย์แพนด้า Woolong ซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่มีบทบาทในเรื่องการขยายพันธุ์ของแพนด้า และมีแพนด้าจำนวนมากที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น และในตอนนี้ ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่โครงการสร้างอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ของรัฐบาลจีน แผนการสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้ายักษ์ ซึ่งมีกำหนดสรุปแผนก่อสร้างในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 27,132 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะอยู่ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าร้อยละ 80 ของประเทศ ภายในศูนย์ฯ นี้จะรวบรวมแพนด้าจากพื้นที่สงวนจากที่อื่นๆ รวมไปถึงพืชและสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยเช่นกัน จากการสำรวจประชากรแพนด้าในปี 2015 มีแพนด้าอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่ 1,864 ตัว (ไม่รวมลูกแพนด้า) ซึ่งเพิ่มจาก 1,200 […]

ต่อยให้ได้ถ้านายแน่จริง

ต่อยให้ได้ถ้านายแน่จริง สัตว์ไหนๆ ต่างก็ต่อสู้กันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งในช่วงฤดูผสมพันธุ์ด้วยแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เรามักจะเห็นสัตว์ตัวผู้เข้าต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมีย ฟุตเทจของ Hare (สัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายกระต่าย) ที่กำลังตบตีกันนี้ถูกถ่ายจากอุทยานแห่งชาติ Cairngorn ในสกอตแลนด์ แต่ที่แตกต่างก็คือมันเป็นศึกสงครามระหว่างตัวผู้และตัวเมีย! จากในวิดีโอมี Hare ตัวผู้สองตัวและตัวเมียอีกหนึ่งตัว ตัวผู้ตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กับตัวเมีย ในขณะที่อีกตัวกำลังดูเชิง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุที่พวกมันต้องต่อสู้กันเป็นเพราะขณะนี้ยังไม่ใช่ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ดังนั้นแล้วตัวเมียจึงไม่ยินยอม หรือไม่ก็เจ้าตัวเมียอาจกำลังลองเชิงตัวผู้ทั้งสองว่าตัวไหนที่แข็งแรงกว่ากัน เพื่อที่มันจะได้เลือกผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่ดีที่สุดก็เป็นได้ อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ ถุงพลาสติกสีขาวที่กำลังพัดกระพืออยู่บนต้นไม้ของเทือกเขาแอลป์ในอิตาลีดึงดูดความสนใจของ Fabrizio Sergio นักนิเวศวิทยา ตัวเขารู้ได้ชัดเจนว่าถุงใบนั้นมาจากรังของนกชนิดหนึ่ง มันคือเหยี่ยวดำ แต่เหตุใดพวกมันจึงต้องเก็บขยะไปไว้บนรังด้วย? นกหลากหลายสายพันธุ์ตกแต่งรังของพวกมันให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหยี่ยวดำจะสร้างรังก็ต่อเมื่อมันสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่รังของมันยังคงปรากฏขยะหลายชิ้นให้เห็น “ดูเหมือนว่ามันต้องการจะอวดบ้านของมัน” Sergio กล่าว ตัวเขาทำงานให้กับสภาวิจัยแห่งชาติสเปน Sergio และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากศึกษารังนกเพื่อมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากมนุษย์ นกบางชนิดใช้ฉนวนกันความร้อน, ฟรอยด์, และก้นบุหรี่ในการสร้างรังแทนที่จะใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ รายงานจาก Luis Sandoval ศาสตราจารย์ด้านปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอสตาริกากล่าว การปรับตัวของนกในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตามธรรมชาติที่เคยเป็นส่วนประกอบหลักของรังนกกำลังหายไปเรื่อยๆ “กิจกรรมของมนุษย์เราสร้างผลกระทบโดยตรงต่อรังนก ซึ่งขณะนี้เราเองก็กำลังพยายามเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อยู่” Sandoval กล่าว ตลอดหกปีของการศึกษา Sergio และผู้ร่วมวิจัยจัดแบ่งสีของพลาสติกจากรังนกในป่า พวกเขาพบว่าเหยี่ยวดำมักจะเลือกวัตถุที่มีโทนสีขาวและละเลยวัตถุโปร่งใสหรือทึบแสง ซึ่งเป็นการเลือกสรรที่ไม่ต่างจากสีสันในธรรมชาติ ข้อสรุปจาก Sergio รูปแบบการสร้างรังนกของเหยี่ยวดำมีขึ้นเพื่อแสดงออกถึงสถานะในสังคม รังนกที่ประกอบไปด้วยพลาสติกจำนวนมากบ่งบอกว่ารังมีความแข็งแรง และจะช่วยป้องกันลูกนกจากผู้บุกรุกได้ ต่างจากรังนกที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่จะอ่อนแอกว่า เรื่อง Nina Strochlic   อ่านเพิ่มเติม : ทำไมชอบดูนก, ความรู้ประจำวัน : นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

ปลากระเบน ในทุกวันนี้ยังสบายดีอยู่หรือไม่

ปลากระเบน สัตว์น้ำในทะเลที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ แต่การดำรงอยู่ของมันก็สามารถชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้น้ำได้ดี ลองมาดูกันว่าชีวิตของเหล่ากระเบนเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน แม้ว่าเราอาจจะคุ้นเคยกับการรับประทานสัตว์น้ำหลากชนิด แต่ในชีวิตประจำวันเราคงไม่มีโอกาสได้รับประทาน หรือแม้กระทั่งพบเจอสัตว์น้ำหน้าตาประหลาด และมีรูปร่างน่าเกรงขามอย่าง ปลากระเบน มากนัก แต่ด้วยกระแสการรับประทานอาหารที่ปรุงจากสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เริ่มพูดถึงในกันสังคม อาจทำให้หลายคนเริ่มเกิดความสงสัยว่าในทุกวันนี้ปลากระเบนมีสถานะเช่นไรในท้องทะเล ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ทีมนักวิจัยเก็บข้อมูลร่างกายของปลากระเบนราหูน้ำจืด (Urogymnus polylepis) ที่ติดเบ็ดของนักตกปลาในแม่น้ำแม่กลอง บริเวณอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยการที่ประชากรของปลากระเบนชนิดนี้ในประเทศไทยถูกจัดสถานะว่ามีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ (Critically Endangered) โดย IUCN ด้วยลักษณะทางชีววิทยาที่ออกลูกจำนวนน้อยและเจริญเติบโตช้ามากประกอบกับภัยคุกคามจากการที่แหล่งที่อยู่อาศัยเสื่อมโทรม นักวิจัยจึงพยายามศึกษาปลากระเบนเหล่านี้เพื่อใช้ในการอนุรักษ์ประชากรของพวกมันให้คงอยู่ในสายน้ำของเมืองไทย ปลากระเบนจัดเป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่งที่มีบรรพบุรุษร่วมกันกับปลาฉลาม สามารถพบได้ทั่วไปทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และทะเล ส่วนใหญ่จะหากินบริเวณพื้นท้องน้ำ และแพร่กระจายทั่วไปตามเขตอุบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก ลักษณะที่โดดเด่นของกระเบนคือการมีรูปร่างลำตัวแบนราบ อาจมีปุ่มกระดูกหรือหนามเล็ก ๆ ในบางบริเวณ และมีครีบอกที่แผ่ขยายคลุมส่วนหัวและบางส่วนของลำตัว หรืออาจจะคลุมลำตัวทั้งหมด บางชนิดอาจมีพิษที่เงี่ยง ขยายพันธุ์โดยออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่แล้วแต่สายพันธุ์ ปลากระเบนพบเจอได้ที่ไหนในประเทศไทย ปลากระเบนที่พบทั่วโลกมีมากกว่า 600 ชนิด สำหรับในประเทศไทย ได้มีการสำรวจเมื่อปี 2017 พบปลากระเบน 84 ชนิดทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ในแหล่งน้ำจืด ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จัก กระเบนเจ้าพระยา […]