ทำไมแมวชอบดื่มน้ำจากก๊อก? - National Geographic Thailand

ทำไมแมวชอบดื่มน้ำจากก๊อก?

แมวก็คือแมว ยังคงความเป็นสัตว์ป่าอยู่ในตัวพวกมันสนใจดื่มน้ำจากก๊อกมากกว่าน้ำนิ่งๆ ที่อยู่ในถ้วย
ภาพถ่ายโดย โมนิกา มาเลก

ทำไม แมวชอบดื่มน้ำจากก๊อก?

ทำไมเจ้าเหมียวมักสนใจน้ำจากก๊อก หรือน้ำจากสายยางนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่คุณกำลังใช้งานอยู่! จากคำบอกเล่าของสัตวแพทย์ มาร์ตี้ เบ็กเกอร์ บอกว่า อาจจะมีเหตุผลทางวิวัฒนาการที่แมวไม่ปลื้มการดื่มน้ำจากถ้วย หรือแม้แต่เครื่องให้น้ำอัตโนมัติราคาแพง “เหตุผล [หนึ่ง] อาจเกิดจากความไม่ไว้วางใจของแมวต่อน้ำในภาชนะ ซึ่งสัญชาตญาณแมวจะคิดว่า น้ำที่อยู่นิ่งๆ เป็นน้ำที่ไม่ปลอดภัย” เขาเขียนบรรยายในเว็บไซต์ VetSteet.com และเสริมว่า “แมวอาจคิดว่ามีการปนเปื้อนในน้ำนิ่ง สำหรับสัตว์ป่าส่วนใหญ่ (ผมคิดว่า แมวมีความเป็นสัตว์ป่าอยู่ในตัว) น้ำในลำธารที่ไหลรินคงล่อตาล่อใจมากกว่า”

นอกจากนี้ คงเป็นเรื่องของรสชาติ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านคิดว่า แมวไม่ชอบดื่มน้ำจากภาชนะเคลือบหรือพลาสติก และน้ำที่ไหลจากก๊อกอาจมีรสชาติดีกว่า เปรียบเทียบได้กับมนุษย์ เช่น การดื่มไวน์จากแก้วพลาสติก คงให้ความรู้สึกแปลกๆ พิลึก

“มีลักษณะนิสัยส่วนตัวหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้” เอลิซา ซันดาห์ล สัตวแพทย์ กล่าวและเล่าต่อว่า “คุณสามารถสังเกตได้ว่า แมวมักจะชอบดื่มน้ำที่มาจากภาชนะที่เป็นแก้วมากว่าถ้วยพลาสติก ซึ่งก็เหมือนกับฉันเลยค่ะ ฉันชอบดื่มน้ำจาก ‘แก้ว’ มากกว่า”

(สิ่งที่น่าประหลาดใจที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับแมวของคุณ)

แมวชอบดื่มน้ำจากก๊อก
แม่สิงโตและลูกๆ ในฝูงพากันลงกินน้ำในบ่อที่สวนสัตว์จัดเตรียมไว้ให้
ภาพถ่ายโดย อูมัง เดฟ

หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาคือ การซื้อน้ำพุแมวที่มี “น้ำไหลแบบอิสระ” และน้ำไม่ได้นิ่งอยู่ในภาชนะ ฉันลองให้แมวดื่มน้ำด้วยวิธีนี้ และล้มเหลวหลายครั้ง บางทีแมวของฉันก็ยังไปดื่มน้ำจากก๊อกอยู่ดีค่ะ

เราอาจยังไม่เข้าใจความเสน่หาของแมวที่มีต่อน้ำจากก๊อก แต่อย่างน้อยเรารู้ว่าพวกแมวน่าเอ็นดูเวลาที่พยายามเลียน้ำจากก๊อกน้ำในพื้นที่เล็กๆ ทั้งๆ ที่มีถ้วยน้ำใบใหญ่วางอยู่ตรงหน้า ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นตรรกะแบบแมวๆ

เรื่อง เร เปาเล็ตตา

 

อ่านเพิ่มเติม

ข้อดีและข้อเสียของการ เลี้ยงแมวระบบปิด

 

เรื่องแนะนำ

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก ถ้าคุณเผาผลาญพลังงานในแบบเดียวกันกับนกฮัมมิงเบิร์ด คุณต้องกินแฮมเบอร์เกอร์อย่างน้อย 300 ชิ้นต่อวันเพื่อให้เพียงพอต่อร่างกาย! นกจิ๋วเหล่านี้เผาผลาญพลังงานเร็ว เนื่องมาจากการกระพือปีกอันรวดเร็วชนิดสายฟ้าแลบของพวกมัน โดยเฉลี่ยใน 1 วินาที ฮัมมิงเบิร์ดจะกระพือปีกราว 50 – 80 ครั้ง และใน 1 นาที หัวใจของมันเต้นเป็นจังหวะมากถึง 1,200 ครั้งเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย (ในมนุษย์หัวใจเราเต้นสูงสุดแค่เพียง 200 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนกฮัมมิงเบิร์ดจึงบินหาน้ำหวานทั้งวัน เรียกได้ว่าในหนึ่งวันของมันนั้นจะหมดไปกับการกินอย่างเดียวจริงๆ (เชิญคลิกชมวิดีโอ ฮัมมิงเบิร์ด นกหิวบ่อยที่สุดในโลกได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ลูกยีราฟได้ลายมาจากแม่

ผลการค้นพบใหม่ระบุว่า ลวดลายบนตัวลูกยีราฟเป็นมรดกตกทอดมาจากแม่ยีราฟ เพื่อช่วยให้พวกมันเอาชีวิตรอดจากผู้ล่า

การปรากฏตัวของพะยูนในไทยสร้างความหวังใหม่ให้เหล่านักอนุรักษ์

พะยูน เคยเป็นสัตว์ที่คาดการณ์กันว่าจะสูญพันธุ์จากประเทศไทยไปในไม่ช้า ในวันนี้ได้กลายเป็นสัตว์ที่พร้อมที่จะกลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง จากความพยายามอย่างต่อเนื่องของนักอนุรักษ์และชาวบ้านในชุมชน เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่หมู่เกาะลิบง จ. ตรัง (บ้านเกิดมาเรียม) แหล่งอนุรักษ์พะยูนที่สำคัญของประเทศไทย มีฝูงพะยูนกว่า 20 ตัวมารวมตัวกันหากินบริเวณแหล่งน้ำตื้น ซึ่งสร้างความตื่นเต้นต่อชาวบ้านและบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง ที่มา https://web.facebook.com/prhotnews02/photos/a.742976939181128/2156111247867683/?type=3&_rdc=1&_rdr เมื่อย้อนกลับไปราว 5 – 6 ปีที่แล้ว ในยามที่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องทะเลยังมีทิศทางไม่ชัดเจน ผู้ประกอบการประมงเชิงพาณิชย์ยังไม่ได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้สัตว์น้ำเจ้าถิ่นซึ่งเป็นตัววัดความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลอย่าง “พะยูน” ต้องอยู่ในภาวะที่ใกล้สูญพันธุ์ นักอนุรักษ์และหน่วยงานทางธรรมชาติจึงพยายามหาวิธีการเพื่อให้สัตว์สายพันธุ์นี้กลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง ความเข้าใจเรื่องพะยูนในเบื้องต้น พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี มีความยาวประมาณ 2.5 – 3 เมตร และมีน้ำหนักราว 230 – 500 กิโลกรัม กินพืชในน้ำเป็นอาหาร โดยเฉพาะหญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง เราสามารถพบเจอพะยูนได้ในทะเลชายฝั่งเขตอบอุ่น ตั้งแต่ชายฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันออกไปจนถึงทวีปออสเตรเลีย ซึ่งนั่นรวมถึงทะเลแดง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก พะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกับแมนนาที พวกมันมีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านลักษณะกายภาพภายนอกและพฤติกรรม และสัตว์ทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็มีบรรพบุรุษร่วมกับสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างช้าง ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีลักษณะภายนอกและพฤติกรรมที่เหมือนกันก็ตาม […]

หอยมือเสือ หอยสองฝาที่ขนาดใหญ่ที่สุด

หอยมือเสือ เป็น “สัตว์ป่าคุ้มครอง” ที่อยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 จากกรณีรายการเรียลิตีจากประเทศเกาหลี ที่นำดาราไปผจญภัยยังสถานที่ห่างไกลต่างๆ ได้เดินทางมายังประเทศไทย และได้ทำการถ่ายทำบริเวณหาดเพทาย เกาะมุก จังหวัดตรัง โดยมีฉากที่ผู้ร่วมรายการทำการดำน้ำไปจับ หอยมือเสือ 3 ตัว เพื่อนำมาเป็นอาหาร จนเกิดหลายคำถามตามมา ทางด้านกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งออกมาเปิดเผยว่า สถานะของหอยมือเสือในประเทศไทยเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครอง” ที่อยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สัตว์ป่าคุ้มครอง คือสัตว์ป่าที่มีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย “กฎกระทรวง” กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกอบด้วยสัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 201 ชนิด นก 952 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 91 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 12 ชนิด แมลง 20 ชนิด ปลา 14 ชนิด และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ […]