ยอดคุณพ่อในโลกของสัตว์ - National Geographic Thailand

ยอดคุณพ่อในโลกของสัตว์

ยอดคุณพ่อในโลกของสัตว์

ใครๆ ก็รู้ว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว และนี่คือบรรดาสัตว์ยอดคุณพ่อที่มีความทรหดอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อดูแลให้ลูกๆ ตัวน้อยของพวกมันปลอดภัย

 

แมลงดาสวน (Giant Water Bug)

คุณพ่อแมลงดาสวนคือสัตว์ที่ใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างแท้จริง “แมลงดาสวนตัวเมียจะวางไข่ลงบนหลังของแมลงดาสวนตัวผู้” Blake Newton นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคนทักกีกล่าว จากนั้นตัวเมียจะจากไปทิ้งให้ลูกๆ ของมันฟักบนตัวพ่อ

และเช่นเดียวกับคุณพ่อทั่วโลกที่ชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อมีลูก ทายาทหลายชีวิตติดหนึบอยู่บนตัวมันด้วยยางเหนียวๆ การจะบินไปไหนมาไหนจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก “ไข่ของลูกๆ ถูกวางกระจายตั้งแต่บนหลังไปจนถึงปีก” Kate Boersma นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยซานดิเอโกกล่าว

ปกติแล้วชีวิตของมันอาศัยอยู่กับน้ำจืด ดังนั้นคุณพ่อมือใหม่จำต้องอยู่ใกล้กับผิวน้ำเข้าไว้เพื่อมั่นใจได้ว่าลูกๆ จะได้รับออกซิเจนเพียงพอ “พวกมันจะผลุบๆ โผล่ๆ อยู่บริเวณผิวน้ำ เพื่อถ่ายเทน้ำและอากาศให้ไข่” Boersma อธิบาย ทั้งนี้ระยะเวลาการฟักนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ บางชนิดคุณพ่ออาจใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นเป็นเดือนกว่าลูกของพวกมันจะออกจากไข่

 

ม้าน้ำ (Seahorses)

เราทุกคนรู้ดีว่าม้าน้ำตัวผู้เป็นฝ่ายตั้งท้องแทนตัวเมีย โดยลูกๆ ของมันนั้นจะอยู่ในท้องราว 24 วัน จึงออกมาลืมตาดูโลก

ผลการศึกษาในปี 2015 พบว่าบรรดาม้าน้ำเหล่านี้ ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตน้ำตื้นมีบางอย่างที่ไม่ต่างจากมนุษย์เมื่อกลายเป็นแม่คน นั่นคือเมื่อตั้งท้องบรรดาม้าน้ำเพศผู้จะส่งสารอาหาร และออกซิเจนให้แก่ลูกๆ ผ่านกระเป๋าหน้าท้อง ซึ่งทำหน้าที่เดียวกันกับรกในครรภ์มนุษย์

นอกจากนั้นทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ยังพบอีกว่า ยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับการตั้งท้องนั้นมีความคล้ายคลึงกันในด้านวิวัฒนาการ และพบได้ในสัตว์สปีชีส์อื่นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, สัตว์เลื้อยคลาน หรือแม้แต่ปลา

ปลาสามทื่อ (Three-spine Sticklebacks)

ปกติแล้วปลาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ดูแลลูกของมัน เมื่อพวกมันวางไข่แล้วทั้งพ่อและแม่ปลาก็จะจากไป แต่ปลาสายพันธุ์นี้ดูแลลูกๆ ของมันอย่างเต็มที่ รายงานจาก Brian Sidlauskas ภัณฑารักษ์ด้านปลาโดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน

ปลาสามทื่อตัวผู้ซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวปะการังในทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชียตะวันออกจะสร้างรังของมันขึ้นมาเพื่อปกป้องไข่จากผู้ล่า รวมไปถึงยังคอยพัดกระแสน้ำเพื่อถ่ายเทออกซิเจนให้แก่ไข่อีกด้วย

“พวกมันขโมยและปกป้องไข่จากตัวผู้ด้วยกันเอง” Sidlauskas กล่าว และนี่คือพฤติกรรมปกติที่พบได้ในตัวผู้ทุกตัวของสายพันธุ์ รายงานการวิจัยในปี 2001 พบว่าภายในรังของปลาสามทื่อตัวผู้จะมีไข่ราว 30% ที่ขโมยมาจากรังของตัวผู้อื่นๆ

ดูเหมือนว่าการมีปริมาณไข่มากเท่าไหร่จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ตัวเมียเลือกพวกมันเป็นคู่ผสมพันธุ์มากขึ้นเท่านั้น…

 

นกเรีย (Rheas)

นี่คือหนึ่งในยอดคุณพ่อ นกเรียเป็นนกบินไม่ได้ ทว่ามีขาอันแข็งแรง พวกมันมีถิ่นอาศัยในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 5 ฟุต และเจ้านกสง่างามตัวผู้เหล่านี้ไม่อายเสียด้วยที่จะปกป้องลูกๆ ของมันอย่างเต็มที่

นกเรียตัวผู้ทำหน้าที่สร้างรัง กกไข่ และปกป้องลูกๆ ที่เพิ่งเกิดเป็นระยะเวลาราว 6 เดือน ที่ว่าปกป้องนั้น อธิบายเพิ่มเติมว่าพวกมันหวงแหนลูกๆ มากเสียจนไม่ยอมให้สิ่งมีชีวิตใดเข้าใกล้แม้แต่นกเรียตัวเมียก็ตาม

ยอดคุณพ่อ
กบดาร์วินและลูกของมันบนผืนป่า Chilose ในชิลี
ภาพถ่ายโดย Michael และ Patricia Fogden

กบดาร์วิน (Darwin’s Frogs)

วิธีการปกป้องลูกของกบดาร์วินที่มีถิ่นอาศัยในชิลี และอาร์เจนตินา เป็นอะไรที่สัตว์ตัวอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

เริ่มต้นด้วยกบตัวเมียจะวางไข่ลงบนพื้นของผืนป่า จากนั้นเมื่อไข่ฟักเป็นลูกอ๊อด กบดาร์วินตัวผู้จะอมลูกๆ ทั้งหมดเข้าไปในปาก บรรดาลูกอ๊อดจะเติบโตอยู่ภายในกล่องเสียงของมัน สถานที่ปลอดภัยที่สุดจากนักล่าทั้งปวง

เมื่อเวลาผ่านไป และลูกอ๊อดเริ่มพัฒนาเป็นกบตัวเล็กๆ คุณพ่อกบก็จะอ้าปากและสำรอกเอาลูกๆ ออกมา ปล่อยให้พวกมันเผชิญโลกต่อไปด้วยตนเอง น่าทึ่งมาก…

เรื่อง Liz Langley

 

อ่านเพิ่มเติม

ฉลองวันพ่อสากลกับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก ทำอย่างไรให้อาคารเย็นด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ? Mick Pearce สถาปนิกสามารถไขคำตอบนี้ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรังของปลวก ในธรรมชาติ จอมปลวกจะมียอดแหลมสูงที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศให้แก่รังที่อยู่ใต้ดิน และด้วยความที่รังของมันนั้นสร้างมาจากดิน ในเวลากลางวันดินจะช่วยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ภายในรังปลวกมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ Pearce ออกแบบอาคารอีสต์เกตในซิมบับเว ให้มีผนังด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนหนาม ซึ่งได้ไอเดียมาจากพืชในทะเลทราย เนื่องจากพื้นผิวขรุขระจะช่วยลดการดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าผิวเรียบ นอกจากนั้นเขายังใช้หน้าต่างบานเล็ก เพื่อลดความร้อนที่ตัวอาคารจะดูดซับระหว่างวัน ภายในอาคารพิเศษตรงที่มีปล่องลมขนาดใหญ่ที่ช่วยถ่ายเทมวลอากาศร้อนและอากาศเย็นไปทั่วตัวอาคาร นอกจากนั้นเพดานที่สูงและพื้นคอนกรีตสองชั้นยังช่วยกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้อีกด้วย ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้อาคารอีสต์เกตสามารถประหยัดพลังงานในการควบคุมภูมิอากาศภายในตัวอาคารถึง 90% และยังใช้พลังงานน้อยกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในกรุงฮาราเร ของซิมบับเว   อ่านเพิ่มเติม สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกอาศัยอยู่ในระบบนิเวศอันซับซ้อนของทั้งผู้ล่าและเหยื่อ  เมื่อพูดถึงผู้ล่า สัตว์ที่มีลักษณะโปร่งใสอย่างแมงกะพรุนมักไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ล่าสุดผลการสำรวจโลกใต้ทะเลลึกโดยยานสำรวจที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล โดยสถาบันวิจัย MBARI ได้เปลี่ยนความคิดที่นักวิทยาศาสตร์มีต่อบทบาทของแมงกะพรุนในโลกใต้น้ำ จากฟุตเทจที่ถ่ายมาได้พวกเขาพบว่าแมงกะพรุนในทะเลลึกเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่และทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์น้ำอื่นๆ ในขณะเดียวกัน ตัวมันเองก็ดักจับสัตว์น้ำอื่นๆ กินเป็นอาหารด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างเจ้าหมึกที่โชคร้ายในคลิปวิดีโอ โดยเครือข่ายขนาดใหญ่มหึมานี้จะเกี่ยวพันไปมาอย่างยุ่งเหยิงทั้งผู้ล่าและเหยื่อ   อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก, เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาใหญ่ในมหาสมุทร