แหล่งน้ำเป็นพิษ ทำ ปลาไหลยุโรป ติดโคเคน - National Geographic Thailand

แหล่งน้ำเป็นพิษ ทำปลาไหลยุโรปติดโคเคน

แหล่งน้ำเป็นพิษ ทำ ปลาไหลยุโรป ติดโคเคน

ท่ามกลางสังคมในหลายประเทศที่กำลังต่อสู้ปราบปรามยาเสพติด และยาผิดกฎหมายเหล่านี้ ทว่าผลกระทบจากยาอันตรายใช่ว่าจะเกิดขึ้นเพียงแค่กับคน เพราะขณะนี้มันกำลังทำร้ายบรรดาสัตว์น้ำตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน โดยผลการวิจัยใหม่ออกเตือนว่า โคเคนที่ปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำกำลังส่งผลกระทบต่อปลาไหลยุโรป ซึ่งปัจจุบันเป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ และยังไปรบกวนวงจรการผสมพันธุ์ของพวกมัน อีกด้วย

ในฐานะส่วนหนึ่งของการวิจัย นักวิทยาศาสตร์ทดลองเติมโคเคนลงไปในตู้ที่ปลาไหลยุโรปอาศัยอยู่ภายในห้องปฏิบัติการ เป็นเวลา 50 วัน เพื่อจับตาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ปกติแล้วปลาไหลยุโรปเป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตซับซ้อน พวกมันใช้ชีวิตช่วง 15 – 20 ปีแรกในแหล่งน้ำจืด หรือน้ำกร่อยของแหล่งน้ำยุโรป ก่อนที่จะเดินทางว่ายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อดั้นด้นไปผสมพันธุ์และวางไข่ และตัวอ่อนก็จะเดินทางกลับมายังแหล่งน้ำจืดในยุโรปอีกครั้ง เป็นระยะทางกว่า 3,700 ไมล์ ปัจจุบันแม้ว่าจะมีการเพาะฟาร์มปลาไหลยุโรป เพื่อส่งขายในฐานะอาหารโดยเฉพาะก็ตาม แต่ปลาไหลตามธรรมชาติยังคงเผชิญกับการถูกคุกคามจากการประมงเกินขนาด, การสร้างเขื่อนที่เปลี่ยนทิศทางของน้ำ ไปจนถึงมลพิษในน้ำ

และจากรายงานล่าสุด นักวิทยาศาสตร์พบว่าปลาไหลยุโรปมีความเสี่ยงที่จะเสพติดโคเคนในช่วงต้นของชีวิต รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงใน Science of the Total Environment

Anna Capaldo นักวิจัยด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัย Naples Federico II ผู้นำการวิจัยแสดงข้อมูลที่ตรวจพบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำหลายแห่งทั่วโลก และยิ่งพบมลพิษในปริมาณที่เข้มข้นมากขึ้น เมื่อแหล่งน้ำนั้นๆ ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง เช่นแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน หรือในแม่น้ำ Amo ที่ใกล้กับหอเอนปิซ่า

(วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน)

 

ผลการทดสอบยาเสพติด

Capaldo และทีมวิจัยทดลองเลี้ยงปลาไหลยุโรปในน้ำที่ปนเปื้อนโคเคนเป็นปริมาณเล็กน้อย หรือเทียบเท่ากับแหล่งน้ำบางแห่ง พวกเขาพบว่าในภาพรวมสุขภาพทั่วไปของมันไม่ต่างจากปลาที่ไม่ได้รับสารเสพติด ทว่าร่างกายของมันกำลังบอกบางอย่าง

ทีมวิจัยพบการตกค้างของสารเสพติดในสมอง, กล้ามเนื้อ, เหงือก, ผิวหนัง ไปจนถึงเนื้อเยื่ออื่นๆ ของปลาไหล กล้ามเนื้อของมันแสดงให้เห็นถึงอาการบวมผิดปกติ ตลอดจนฮอร์โมนก็มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังคงพบได้ใน 10 วันต่อมา แม้ว่าพวกเขาจะฟื้นฟูพวกมันด้วยการย้ายไปใส่ในตู้ปลาที่ปราศจากโคเคนแล้วก็ตาม

“ทุกส่วนในร่างกายของมันได้รับผลกระทบหมด” Capaldo กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดก็คือ โคเคนไปเพิ่มระดับของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกหลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียด และจะกระตุ้นให้ร่างกายบริโภคไขมันมากขึ้น ปัญหาก็คือในวงจรชีวิตของปลาไหลยุโรป พวกมันต้องเก็บสะสมไขมันก่อนที่จะออกเดินทางครั้งใหญ่เพื่อไปผสมพันธุ์ ทว่าการมีระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้การอพยพล่าช้าออกไป

นอกจากนั้น นักวิจัยยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าสารโดพามีนที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับโคเคน จะส่งผลให้พวกมันไม่ต้องการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ “ดูเหมือนว่าการติดโคเคนจะส่งผลให้อัตราการสืบพันธุ์ของพวกมันลดลง” Capaldo กล่าว อีกทั้งการที่กล้ามเนื้อของมันบวมจากยาเสพติด ยังลดความสามารถในการว่ายน้ำระยะทางไกลอีกด้วย

ด้าน Emma Rosi นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยระบบนิเวศ Cary ผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยชิ้นนี้กล่าวเสริมว่า ต้องใช้ยาเสพติดเป็นปริมาณมากจึงจะทำลายอวัยวะภายในของสัตว์ได้ ทว่าในความเข้มข้นต่ำก็ยังคงส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิต และการหาอาหารของมัน ทั้งนี้ตัวเธอเคยศึกษาผลกระทบของยา Prozac ที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า และแอมเฟตามีนต่อระบบนิเวศของสัตว์น้ำ ผลที่ได้พบว่าแม้แต่แบคทีเรีย หรือสาหร่ายซึ่งเป็นห่วงโซ่เล็กๆ ในระบบก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งยังส่งผลต่อแมลงที่เติบโตในน้ำด้วยเช่นกัน

เพิ่มเติมจากงานวิจัยของ Capaldo โคเคนเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น เพราะแหล่งน้ำหลายแห่งยังปนเปื้อนด้วยสารเคมีจากยาผิดกฎหมาย, โลหะหนัก, ยาปฏิชีวนะ และวัตถุอันตรายทางการเกษตร “เรายังไม่รู้ว่าผลกระทบที่ชัดเจนของสารเหล่านี้คืออะไร แต่ที่แน่ๆ มันส่งผลต่อสุขภาพของปลาไหล” เธอกล่าว พร้อมระบุว่าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเดียวกันกับปลาไหล ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

 

บำบัดยาเสพติด

ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวจำต้องได้รับการแก้ไขมากกว่าการบำบัดแหล่งน้ำ หรือรณรงค์ให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการทิ้งยา Daniel Snow ผู้อำนวยการจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ทางน้ำ มหาวิทยาลัยเนแบรสกาชี้ว่า ปัญหาทั้งหมดจะยุติได้ด้วยการหยุดใช้ยาผิดกฎหมาย

“มันเป็นหนทางแก้ไขที่ใช้กฎหมายยุติได้ ทุกวันนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมในประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง” เขากล่าว โดยก่อนหน้านี้ตัวเขาได้วิจัยผลกระทบของยาต่อสัตว์น้ำมาก่อน ทั้งยังหวังว่างานวิจัยใหม่ของ Capaldo จะช่วยสร้างความตระหนักให้ผู้คนหยุดคิดถึงผลกระทบจากสิ่งที่พวกเขาทำว่าส่งผลต่อสัตว์อย่างไรบ้าง

เรื่อง Joshua Rapp Learn

 

อ่านเพิ่มเติม

เต่าแม่น้ำแมรี่ ติดอันดับสัตว์เลื้อยคลานเสี่ยงสูญพันธุ์

 

เรื่องแนะนำ

นกกระจอกเทศ : ใครว่าเรากระจอก

ลืมภาพลักษณ์เหมารวมที่มองว่า นกกระจอกเทศ เซ่อซ่าไปได้แล้ว พวกมันเป็นผู้อยู่รอดที่เฉลียวฉลาดในโลกของสัตว์ผู้ล่าต่างหาก พวกเราส่วนใหญ่เออออไปกับความคิดขำๆ แบบเดียวเกี่ยวกับ นกกระจอกเทศ ว่า พวกมันเป็นนกขนาดใหญ่ที่เอาหัวปักทรายเวลาเผชิญเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเพราะคิดว่า ถ้ามันไม่เห็นอันตรายเสียแล้ว อันตรายที่ว่า ก็คงไม่เห็นมันด้วย อันที่จริง นกกระจอกเทศก้มหัวลงมากินพืชหรือดูแลรังบนพื้นดินบ่อยๆ แต่ไม่ได้มุดลงไปใต้ผิวดิน คอของนกกระจอกเทศมีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นด้วยกระดูกคอ 17 ชิ้นเมื่อเทียบกับมนุษย์ซึ่งมีแค่เจ็ดชิ้น จึงสามารถเคลื่อนที่ขึ้นๆ ลงๆ โยกไปด้านข้างหรือหน้าหลังได้อย่างคล่องแคล่ว ดวงตาขนาดใหญ่โตช่วยให้พวกมันระแวดระวังโลกรอบตัวได้สบาย นกกระจอกเทศมีเหตุผลให้ต้องระวังตัวอยู่เสมอ ถ้าใครที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนโดยพื้นฐานแล้วนกกระจอกเทศก็คือไก่ขนาดใหญ่กว่าปกติในถิ่นอาศัยที่มีสิงโต เสือดาว ไฮยีนา หมาป่าแอฟริกา และเสือชีตาห์ ที่หิวโหย และแม้ว่านกกระจอกเทศตัวเต็มวัยจะมีพละกำลังมากเกินกว่าจะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เพราะลูกเตะ ของพวกมันอาจทำให้นอาอกระดูกหักและกรงเล็บขนาดใหญ่สองข้างก็สามารถฉีกท้องศัตรูได้ กระนั้น พวกมันก็หนีเก่งกว่าต่อสู้ด้วยฝีเท้าที่ทำความเร็วได้สูงสุดเกือบ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งที่ทำให้พวกมันต้องคอยระแวดระวังอีกประการคือ อันตรายที่จะมาถึงลูกนก นกกระจอกเทศสร้างรังในพื้นที่เปิดโล่งบนพื้นดินซึ่งไข่อาจถูกช้างซุ่มซ่ามเหยียบจนแหลกละเอียด ยังไม่ต้องพูดถึงสัตว์นักล่าที่หิวโหยเลย ความสำเร็จต้องอาศัยโชคช่วยซึ่งก็หาได้ยาก นกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและยังเตะตาที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย ต้องซ่อนรังไม่ให้ถูกพบหรือพร้อมป้องกันรังอยู่เสมอนานกว่าสองเดือน ตั้งแต่วางไข่ฟองแรกจนถึงไข่ฟักเป็นตัว ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ และเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังพฤติกรรมการทำรังวางไข่ร่วมกันอันชาญฉลาด อุทยานแห่งชาติทารางีรีทางตอนเหนือของแทนซาเนียเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชมนกกระจอกเทศ แห่งหนึ่ง พื้นที่ 2,850 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วยเนินเขาแห้งแล้งและที่ราบทุ่งหญ้าเลาะเลียบไปตามแม่น้ำทารางีรี ที่นี่เหล่าช้างป่ากระจายตัวเป็นฝูงใหญ่ๆอยู่ด้วยกันกับม้าลายและวิลเดอบีสต์จำนวนนับพันๆตัว นกกระจอกเทศก็พบได้ทั่วไปเช่นกัน แต่เมื่อผมร่วมทีมไปค้นหารังนกกระจอกเทศกับ ฟลอรา […]

ตุ่นหนูไร้ขนมีชีวิตรอด 18 นาที แม้ไม่มีออกซิเจน

สิ่งมีชีวิตตัวจ้อยเหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ใต้ดิน ภายในอาณาจักรของพวกมันที่มีสมาชิกมากถึง 280 ตัว การอาศัยอยู่ในโพรงนั่นหมายความว่าพวกมันต้องเผชิญกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากกว่าบนพื้นผิวโลก จาก 7% เป็น 10% ทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองและค้นพบว่าร่างกายของตุ่นหนูไร้ขนวิวัฒนาการปรับตัวให้สามารถใช้น้ำตาลฟรุกโตสในการให้พลังงานแก่หัวใจ และสมองเพื่อให้กลไกในร่างกายยังคงทำงานต่อไปได้ แม้ในพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่นั้นจะไม่มีออกซิเจนก็ตาม กระบวนการนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ ซึ่งทางทีมนักวิจัยคาดหวังว่าการศึกษาตุ่นหนูไร้ขนจะนำไปสู่กุญแจของการรักษาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองในมนุษย์   อ่านเพิ่มเติม : เคยเห็นกันหรือไม่? ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า, วงแตกกระจาย! เมื่อช้างพุ่งเข้าใส่เพราะอยากเล่นด้วย

จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

ในระดับดีเอ็นเอสุนัขป่ากับสุนัขบ้านไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ว่าแต่มนุษย์เริ่มนำสุนัขป่ามาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใดกัน?

เกิดเป็นปลา แต่ทำไมว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งล่ะ

ถึงแม้ว่าจะได้ขึ้นชื่อว่า ปลา แต่ก็ไม่เสมอไปว่าปลาทุกชนิดจะว่ายน้ำได้คล่อง และชอบว่ายน้ำเหมือนกันหมด ว่าแต่พวกมันหาล่าเหยื่อกันยังไงล่ะถ้าไม่ว่ายน้ำ?