ภาพถ่ายของสัตว์ในโลกพลาสติก - National Geographic Thailand

ภาพถ่ายของสัตว์ในโลกพลาสติก

ภาพถ่ายของสัตว์ในโลกพลาสติก

วาฬล้มตายจากขยะพลาสติกที่อุดตันในท้อง นกสร้างรังจากเศษแก้ว และเศษพลาสติก นี่คือโลกแห่งพลาสติก เมื่อวัสดุมหัศจรรย์ที่คิดค้นโดยมนุษย์นี้กำลังกระจัดกระจายไปทั่วสิ่งแวดล้อม และพบได้ตั้งแต่ส่วนลึกสุดของมหาสมุทร ไปจนถึงบนยอดเขา

แน่นอนว่าพลาสติกช่วยให้ชีวิตของมนุษย์สะดวกสบายขึ้น แต่ขณะนี้บรรดาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อจากขยะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ทุกๆ ปีมีขยะพลาสติกมากถึงหลายร้อยล้านปอนด์ถูกทิ้งลงยังมหาสมุทร ขยะเหล่านี้ก่อผลกระทบ และกลายมาเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของสัตว์ตัวเล็กๆ ตั้งแต่แพลงก์ตอน ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดอย่างวาฬ นอกเหนือจากความกังวลที่ปลาในทะเลกำลังกลืนกินพลาสติกเพราะเข้าใจผิดว่าคืออาหารแล้ว ทุกวันนี้บรรดาปู และนกเองก็นำขยะจากเรามาสร้างรัง และยังมีเต่าทะเล รวมถึงแมวน้ำอีกมากที่ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะพวกมันติดพันอยู่ในขยะพลาสติก โดยเฉพาะแห อวน จากการประมง

โลกพลาสติก
นกบาวเวอร์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย สร้างรังจากเศษแก้ว ของเล่นพลาสติก และขยะอื่นๆ จากมนุษย์
ภาพถ่ายโดย Tim Laman

“วงจรอุบาทว์ของพลาสติกคือข่าวร้ายของสัตว์โดยแท้” Andrew Brownlow สัตวแพทย์พยาธิวิทยากล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังผ่าพิสูจน์แมวน้ำ และพบว่ามันตายเพราะมีขยะพลาสติกอุดตันในระบบย่อยอาหาร

และสุดท้ายนี้ ขยะที่เราทิ้งจะวนกลับมาหาตัวเราเอง เพราะปัจจุบันมีรายงานพบว่าบรรดาไมโครพลาสติกทั้งหลายถูกพบสะสมในระบบย่อยอาหารของสัตว์น้ำ แม้แต่ในหอยนางรม หรือหอยแมลงภู่

มันเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงพลาสติกเลยในการใช้ชีวิต แต่เราสามารถลดการใช้ลงได้ เริ่มต้นง่ายๆ จากพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งเช่น หลอด ช้อน ส้อม ในขณะเดียวกันก็พยายามรีไซเคิล และก่อขยะให้น้อยมากที่สุด เหล่านี้คือวิธีเริ่มต้นง่ายๆ ในการชดเชยให้แก่ธรรมชาติ จากการใช้พลาสติกตลอดเวลาที่ผ่านมาของเรา

เรื่อง Elaina Zachos

โลกพลาสติก
ปูฟองน้ำจากออสเตรเลียหุ้มขยะพลาสติกเพื่อพรางตัว ปกติแล้วมันจะพรางตัวเข้ากับฟองน้ำ และแน่นอนว่าสิ่งประดิษฐ์จากมนุษย์นี้ไม่ช่วยให้มันรอดพ้นจากสายตาผู้ล่าไปได้
ภาพถ่ายโดย Fred Bavendam
โลกพลาสติก
อิกัวน่าทะเลกับขยะพลาสติก และแก้วกองเต็มชายฝั่งของเกาะซานตาคลอส ในเอกวาดอร์
ภาพถ่ายโดย Tui De Roy
โลกพลาสติก
ลิงกังกำลังตรวจดูขวดพลาสติกที่มันเก็บได้ในวัดปศุปฏินาถ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
ภาพถ่ายโดย Pete Ryan
โลกพลาสติก
นกอัลบาทรอสเท้าดำตัวหนึ่งพยายามเคี้ยวขยะพลาสติกที่มันพบบนชายฝั่งของหมู่เกาะลีเวิร์ด ในฮาวาย นกทะเลพวกนี้พึ่งพาอาหารจากมหาสมุทรเพื่อยังชีพ และขณะนี้มหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะ
ภาพถ่ายโดย Frans Lanting
โลกพลาสติก
พืชทะเลลอยปะปนกับขยะพลาสติก ที่เบื้องล่างเต่าทะเลตัวหนึ่งกำลังว่ายผ่านกลุ่มขยะไป
ภาพถ่ายโดย Steve De Neef
โลกพลาสติก
นกอัลบาทรอสเลย์สันและลูกน้อยพักผ่อนข้างๆ กองขยะพลาสติก ขยะเหล่านี้กำลังอุดตันในท้องของนกทะเลหลายชนิด
ภาพถ่ายโดย Frans Lanting
โลกพลาสติก
ที่ฮาวาย โลมาปากขวดกำลังเพลินกับการเล่นพลาสติกหุ้มกระป๋องเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์เหล่านี้เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำขนาดเล็ก ถ้าไม่ติดค้างในคอ ก็อาจเกี่ยวพันรัดตัวพวกมันได้
ภาพถ่ายโดย Flip Nicklin
โลกพลาสติก
ฝูงไฮยีน่าคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหารบนภูเขากองขยะ ของที่ทิ้งขยะในเมืองเมเคเล ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อไม่ได้แยกขยะบางครั้งเศษกระดูกก็ถูกทิ้งรวมกับขยะพลาสติก
ภาพถ่ายโดย Karine Aigner

 

อ่านเพิ่มเติม

วิกฤติพลาสติกล้นโลก

เรื่องแนะนำ

ค้นพบ กะท่าง ชนิดใหม่ล่าสุดของโลก ที่จังหวัดน่าน

ในอาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ตั้งแต่ฟองน้ำจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสัตว์อยู่จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านชนิดที่มีการค้นพบแล้วในโลกนี้ สมาชิกของสัตว์ในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหมาะสมกับพื้นที่อาศัยนั้นๆ สัตว์กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ คือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians) เป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตามระยะการเจริญเติบโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างก่อนกลายเป็นตัวเต็มวัย หรือ Metamorphosis เช่น ตัวอ่อนของกบและคางคกที่เรียกว่า ลูกอ๊อด อาศัยอยู่ในน้ำ และหายใจด้วยเหงือก ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่าง และกลายมาเป็นกบหรือคางคกตัวเต็มวัย ที่อาศัยอยู่บนบก และหายใจด้วยปอดและผิวหนัง ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรายงานการค้นพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 อันดับ (order) คืออันดับเขียดงู อันดับกบและคางคก และอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์ สัตว์ในอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์นั้นแบ่งรูปร่างได้ 2 แบบคือ ซาลาแมนเดอร์ (salamander) มีผิวหนังเรียบลื่นและมีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง และนิวท์ (newt) มีผิวหนังขรุขระและไม่มีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง เช่น กะท่างน้ำที่พบในประเทศไทย กะท่างน้ำมีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานอย่างจิ้งจกหรือกิ้งก่า ทำให้มักถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งความเข้าใจผิดนี้เองนำไปสู่การมีชื่อที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น เช่น กะท่างน้ำ (กะท่าง ภาษาอีสานแปลว่ากิ้งก่า) จระเข้น้ำ จิ้งจกน้ำ และจั๊กกิ้มน้ำ (จั๊กกิ้มภาษาเหนือแปลว่าจิ้งจก) เป็นต้น ลักษณะของกะท่างโดยทั่วไปมีขา […]

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]