ความสุขที่ได้ไล่ตามเพื่อผสมพันธุ์ของ อาร์มาดิลโล - National Geographic

ความสุขที่ได้ไล่ตามเพื่อผสมพันธุ์ของอาร์มาดิลโล

ความสุขที่ได้ไล่ตามเพื่อผสมพันธุ์ของ อาร์มาดิลโล

สายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับเซนาร์ทรา (Xenarthra) เช่นสลอท ตัวกินมด และ อาร์มาดิลโล อาศัยอยู่ในซีกโลกตะวันตกมาตั้งแต่สมัยพาลีโอซีน หรือราว 65 ล้านปีที่แล้ว กระนั้น นักวิทยาศาสตร์แทบไม่เคยเห็นตอนที่พวกมันผสมพันธุ์กัน

นีนา อัตตีอัช นักนิเวศวิทยาชาวบราซิล เป็นคนหนึ่งที่เคยเห็นการผสมพันธุ์ของพวกมัน เธอใช้เวลาหลายปีศึกษาอาร์มาดิลโลสามชนิดจาก 20 ชนิด งานวิจัยระดับปริญญาเอกของเธอเน้นศึกษา Euphractus sexcinctus ที่รู้จักกันในชื่อ อาร์มาดิลโลเหลืองหรืออาร์มาดิลโลหกแถบ ซึ่งเธอเฝ้าสังเกตและถ่ายทำการเกี้ยวพาราสีของมัน

ในพื้นที่ชุ่มนํ้าปันตานัลของบราซิล ความรักของอาร์มาดิลโลเหลืองผลิบานตลอดทั้งปี เมื่อเพศผู้ได้กลิ่นเพศเมียที่กำลังเป็นสัด พวกมันจะเข้าไปใกล้ และ “เพศเมียก็จะเริ่มวิ่ง” อัตตีอัชบอก “คุณจะเห็นเพศเมียวิ่งเหมือนบ้าคลั่ง และเพศผู้เป็นฝูงวิ่งไล่ตามมัน” เมื่อตัวที่วิ่งได้เร็วพอจัดการขึ้นไปอยู่บนตัวเพศเมีย “การผสมพันธุ์ที่แท้จริงก็เกิดขึ้นขณะที่พวกมันกำลังวิ่งค่ะ” อัตตีอัชกล่าว

กระทั่งขณะที่เพศผู้ตัวอื่นวิ่งไล่ตามพวกมัน คู่รักทั้งสองก็ยังคงผสมพันธุ์ต่อไป เรื่องนี้เป็นไปได้เพราะในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาร์มาดิลโลเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีอวัยวะเพศผู้ขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว อาร์มาดิลโลเหลืองเพศผู้มีลำตัวยาว 33 เซนติเมตรและมีอวัยวะเพศผู้ยาว 15 เซนติเมตร และถ้าการผสมพันธุ์ขณะวิ่งประสบผลสำเร็จ อีก 60 ถึง 65 วันให้หลัง เพศเมียจะตกลูกหนึ่งหรือสองตัว

 

รู้จักอาร์มาดิลโลของคุณ

1. อาร์มาดิลโลสามแถบ
มีอาร์มาดิลโลเพียงสองชนิด ได้แก่ อาร์มาดิลโลสามแถบถิ่นใต้และอาร์มาดิลโลสามแถบบราซิล ที่ม้วนตัวเป็นก้อนกลมถ้าถูกคุกคาม องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็นประเมินว่า อาร์มาดิลโลสามแถบบราซิล (Tolypeutes tricinctus) มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์และอาร์มาดิลโลสามแถบถิ่นใต้ (Tolypeutes matacus) ใกล้ถูกคุกคาม ส่วนใหญ่เนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัยและถูกล่า

2. อาร์มาดิลโลเก้าแถบ
เกล็ดที่เหมือนชุดเกราะของ Dasypus novemcinctus อาจมีมากถึง 11 แถว แผ่นกระดูกเชื่อมต่อกันด้วยเนื้อเยื่อที่ยืดหยุ่น อาร์มาดิลโลชนิดนี้มีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และอเมริกาเหนือ

3. อาร์มาดิลโลยักษ์
Priodontes maximus ซึ่งพบทั่วอเมริกาใต้ เป็นอาร์มาดิลโลขนาดใหญ่ที่สุด อาจมีลำตัวยาวเกิน 1.5 เมตรและหนัก 50 กิโลกรัม ไอยูซีเอ็นประเมินว่ามีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส

ภาพ โจเอล ซาร์โทรี

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายหาชมยาก อนาคอนดาตัวเมียรัดคู่ผสมพันธุ์จนตาย

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์หลายร้อยใบถูกพบในจีน

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน เป็นครั้งแรกของโลกที่นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งกำลังลงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค้นพบ ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ โบราณนับร้อยใบ เจ้าของไข่เหล่านี้คือเทอโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และภายในไข่บางใบมีฟอสซิลของตัวอ่อนเทอโรซอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเทอโรซอร์มานานมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่ไม่เคยมีรายงานการพบไข่มาก่อน จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 มีการพบฟอสซิลของไข่บ้างประปรายเฉลี่ยน้อยกว่าหนึ่งโหลต่อปี ต้องขอบคุณบรรดานักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาในจีนสำหรับการค้นพบในครั้งล่าสุดนี้ ที่ค้นพบฟอสซิลไข่จำนวน 215 – 300 ใบเลยทีเดียว Xiaolin Wang หัวหน้าการวิจัยเล่าว่า ทีมของเขายังพบตัวอ่อนของเทอโรซอร์อีก 16 ตัวภายในไข่และเชื่อว่ายังมีไข่อีกมากที่ยังซ่อนตัวอยู่ในก้อนหิน รอให้พวกเขาไปค้นพบ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสารวาร Science “มันเป็นปรากฏการณ์การค้นพบที่หายากมาก” David Hone นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าว “วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง” ไข่ที่ค้นพบน่าจะเป็นของเทอโรซอร์สายพันธุ์ Hamipterus tianshanensis ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อร้อยล้านปีก่อน พวกมันมีชีวิตอยู่ในบริเวณที่เป็นภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่บินได้ ด้วยระยะห่างระหว่างปีกทั้งสองข้างเมื่อโตเต็มที่ จะมีความยาวถึง 10 ฟุต เชื่อกันว่าพวกมันอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำ จับปลาเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมคล้ายกับนกกระสาในปัจจุบัน “บริเวณที่ค้นพบอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่นั่นมีลมแรง เต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง มีสิ่งมีชีวิตและพืชอาศัยอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น” Shunxing […]

“10 year challenge” สิบปีที่ผ่านมากับสปีชีส์ที่หายไป

สิบปีนั้นนานพอที่หลายสิ่งจะเปลี่ยนไป รายนามเหล่านี้คือบรรดาสัตว์สูญพันธุ์ในช่วงทศวรรษผ่านมา น่าเศร้าที่ "10 year challenge" ของพวกมันมีเพียงรูปอดีต ปราศจากรูปปัจจุบัน...

เส้นทางการบิน

หากนกทิ้งรอยบินไว้บนฟ้าได้ ภาพที่ปรากฏจะเป็นอย่างไร? ชมผลงานที่ผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์

ความลับของเหล่า วาฬ: พวกมันเหมือนมนุษย์มากกว่าที่คิด

เราเรียนรู้ว่า วาฬ และโลมาบางกลุ่มมีภาษาพูดพื้นถิ่น อาหาร และกิจวัตรเป็นของตัวเอง อันเป็นความแตกต่าง ทางวัฒนธรรมที่เคยคิดกันว่ามีแต่ในหมู่มนุษย์เท่านั้น จอห์น ฟอร์ด อยากมองโลกด้วยสายตา วาฬ วันหนึ่งในฤดูร้อนปี 1978 ขณะที่นักชีววิทยาหนุ่มสวมชุดดำน้ำ กับอุปกรณ์สนอร์เกิลรอท่าอยู่ วาฬเพชฌฆาตฝูงหนึ่งว่ายปรี่มุ่งหน้าสู่ชายหาดกรวดบนเกาะแวนคูเวอร์ในรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ฟอร์ดทิ้งตัวลงในน้ำที่ลึกไม่ถึงสามเมตร ยักษ์ใหญ่เหล่านี้พากันชะลอความเร็วและตะแคงตัว ร่างบางส่วนโผล่พ้นน้ำ ครีบหางที่แผ่เป็นรูปพัดตรงปลายกำลังโบกไปมา พวกวาฬเริ่มบิดและส่ายตัว พวกมันไถสีข้างและหน้าท้องกับหินใต้น้ำทีละตัว ทำนองเดียวกับที่หมีกริซลีถูลำตัวกับต้นสน จากวันนั้นถึงวันนี้ ฟอร์ด ชายวัย 66 ศึกษาวาฬเพชฌฆาตหรือโลมาขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับซีเตเชีย (Cetacean) ที่รู้จักกันในชื่อวาฬมีฟัน (toothed whale) มากว่า 40 ปีแล้ว เขาเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า ถูหาด (beach rubbing) นี้นับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่รู้แน่ว่าพวกมันทำแบบนั้นทำไม และสงสัยว่านี่เป็นการผูกสัมพันธ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง แต่คำถามสำคัญกว่าที่กวนใจเขามาเกือบตลอดชีวิตการทำงานก็คือ ทำไมวาฬเพชฌฆาตหรือออร์กา ฝูงนั้นจึงทำพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่เพื่อนบ้านทางใต้ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้วกลับไม่ทำ การถูหาดเป็นกิจวัตรของประชากรวาฬกลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า ชาวถิ่นเหนือ เพราะในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง พวกมันจะเข้ามาหากินแถบทะเลในแผ่นดินระหว่างภาคพื้นทวีปของแคนาดากับเกาะแวนคูเวอร์ ผิดกับวาฬเพื่อนบ้านทางใต้ ไม่เคยมีบันทึกเลยว่าออร์กาแถบริมชายฝั่งรัฐวอชิงตันที่ผมอาศัยอยู่มีพิธีกรรมแบบนี้ แต่วาฬเพชฌฆาตในรัฐวอชิงตันที่เรียกว่าชาวถิ่นใต้ ก็มีขนบของตัวเอง นั่นคือพิธี […]