ฟอสซิลซอโรพอด เก่าแก่เผยต้นกำเนิดของ ซอโรพอด - NGThai.com

ฟอสซิลเก่าแก่เผยต้นกำเนิดของซอโรพอด

ภาพกราฟิกของ Lingwulong shenqi
ศิลปกรรมโดย Zhang Zongda

ฟอสซิลเก่าแก่เผยต้นกำเนิดของ ซอโรพอด

ไดโนเสาร์คอยาวหรือที่เรียกกันว่า ซอโรพอด คือไดโนเสาร์ยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลก และเดินท่องไปมาบนทวีปโบราณด้วยกล้ามเนื้อและกระดูกที่มีมวลมหาศาล พวกมันมีความยาวตั้งแต่หัวถึงหางราว 36 เมตร ในขณะที่น้ำหนักก็มากถึง 70 ตัน

ทว่าผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ลงในวารสาร Nature Communications ได้เผยให้เห็นถึงต้นกำเนิดของไดโนเสาร์คอยาว ซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบในจีนนี้มีชื่อว่า Lingwulong shenqi หมายถึง “มังกรมหัศจรรย์แห่งเมืองหลิงหวู่” และเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าสัตว์กลุ่มซอโรโพโดมอร์ฟ (sauropodomorphs) หรือไดโนเสาร์พวกคอยาวที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยปรากฏมา อุบัติขึ้นบนโลกเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ถึง 15 ล้านปี

ผลการประกาศล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังรายงานการค้นพบซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ ในอาร์เจนตินา มันชื่อ “Ingentia prima” มีความหมายว่า “ยักษ์ใหญ่ตนแรก” มีชีวิตอยู่บนโลกในยุคไทรแอสซิก หรือหลายล้านปีก่อนที่ไดโนเสาร์คอยาวตามที่เราคุ้นเคยกันจะถือกำเนิดขึ้น

“ผมชอบมากที่การค้นพบใหม่ทั้งสองชิ้นนี้พลิกเกมไปเลย” Steve Brusatte นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ผู้เขียนหนังสือ The Rise and Fall of the Dinosaurs ทั้งยังเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกล่าว “สิ่งที่เราคิดกันเกี่ยวกับซอโรพอดนั้นไม่ได้ผิดไปไกลนัก เพียงแต่ว่าวิวัฒนาการของพวกมันเกิดขึ้นมาก่อนหน้าหลายล้านปี เร็วกว่าที่เราคาดกันไว้”

 

นวัตกรรมด้านร่างกาย

ในยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลก ซอโรพอดมีชีวิตอยู่ในแทบจะทุกพื้นที่ พวกมันมีวิวัฒนาการและขยายเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ปลายยุคไทรแอสซิก หรือราว 200 ล้านปีก่อนไปจนถึง 90 ล้านปีก่อนในยุคครีเตเชียส ทว่าพวกมันไม่ได้มีร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬารมาตั้งแต่เริ่ม เพราะซอโรพอดรุ่นแรกๆ นั้นมีขนาดเล็กและเดินด้วยสองขา

นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อกันว่าบรรดาซอโรพอดนั้น ไม่ได้ปรับตัวให้กลายมาเป็นยอดหอคอยนักกินพืชตั้งแต่แรก จนกระทั่งเมื่อ 180 ล้านปีก่อน ในยุคจูแรสซิกตอนกลางความเปลี่ยยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น ซอโรพอดวิวัฒนาการให้ร่างกายของพวกมันเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรกเกิด กระดูกมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักร่างกาย ในขณะที่ส่วนคอก็ยืดยาวออกขึ้น และมีท่อนขาขนาดใหญ่เป็นรากฐานอันมั่นคง

ทว่าวิวัฒนาการที่ทำให้พวกมันกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่สุดของไดโนเสาร์เกิดขึ้นเมื่อใดและที่ใด? ก่อนยุคจูแรสซิกตอนกลางหรือไม่? ยังคงต้องหาคำตอบ

ทีมวิจัยที่นำโดย Cecilia Apaldetti นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานฮวน ค้นพบชิ้นส่วนฟอสซิลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาค Patagonia ของอาร์เจนตินา ซึ่งสามารถย้อนอายุกลับไปได้ราว 208 ล้านปี ต่อมาฟอสซิลดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อว่า Ingentia prima จากการวิเคราะห์ฟอสซิลบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตโบราณตัวนี้มีความยาว 10 เมตร หนักประมาณ 10 ตัน แตกต่างจากซอโรพอดที่เราคุ้นเคยกัน เจ้าซอโรพอดจากยุคไทรแอสซิกตัวนี้มีวิธีในการเติบโตให้มีขนาดใหญ่ตามแนวทางของมัน กระดูกของมันไม่ได้เติบโตในอัตราที่เท่ากัน ทว่าบ่งชี้ว่ามีการเติบโตอย่างช้าๆ และเร็วขึ้นฉับพลัน ขาหน้าและขาหลังของมันมีความโค้งมากกว่าซอโรพอดในยุคหลัง ในขณะที่คอของมันก็ไม่ได้ยืดยาวเท่า

ผลการค้นพบครั้งนี้ยืนยันว่ากลยุทธ์การปรับตัวให้ร่างกายมีขนาดใหญ่โตของซอโรพอดนั้นมีมาตั้งแต่ยุคไทรแอสซิกตอนปลาย “ไดโนเสาร์มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาในการวิวัฒน์ร่างกายของมัน” Apaldetti กล่าว “สิ่งนี้ทำให้พวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับระบบนิเวศบนพื้นดินได้ แม้จะผ่านกาลเวลามาเป็นล้านปี และความเก่งกาจในการวิวัฒน์ร่างกายของมันนี้อาจถือได้ว่าพวกมันคือหนึ่งในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนโลกก็เป็นได้”

 

มังกรมหัศจรรย์

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเรื่องราวของ Ingentina ถูกเปิดเผย ทีมนักบรรพชีวินวิทยาที่กำลังดำเนินภารกิจขุดค้นในจีนก็ได้ประกาศการค้นพบซอโรพอด Lingwulong shenqi ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 174 ล้านปีก่อน และอยู่ในตระกูลไดโพลโดคอยด์ (diplodocoid)

ย้อนกลับไปในปี 2005 Xing Xu นักบรรพชีวินวิทยาจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ทั้งยังเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พร้อมด้วยทีมงานของเขาเริ่มต้นขุดค้นแหล่งโบราณคดีหลิงหวู่ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน หลังปีก่อนหน้าชาวนาท้องถิ่นบังเอิญขุดพบฟอสซิลเข้า ต่อมาในปีเดียวกันนักวิทยาศาสตร์จีนก็พบฟอสซิลหลายชิ้นของไดโนเสาร์ราว 6 – 8 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้ Lingwulong ก็รวมอยู่ด้วยเช่นกัน

“ผมทราบดีว่าการค้นพบนี้จะช่วยเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไป” Xu ผู้นำการค้นพบกล่าว และในบรรดาไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบ Lingwulong ถือได้ว่ามีความโดดเด่นมากที่สุด เพราะฟอสซิลของมันช่วยฉายภาพให้เห็นว่าซอโรพอดมีวิวัฒนาการอย่างไร ท่ามกลางการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกที่แบ่งแยกมหาทวีปแพนเจียออกจากกัน ซึ่งการก่อกำเนิดผืนทวีปใหม่นี้มีผลอย่างมากต่อวิวัฒนาการของไดโนเสาร์บนบก เมื่อผืนทวีปถูกแบ่งแยกออกจากกัน และทะเลกลายมาเป็นอุปสรรคกั้นขวางไม่ให้ไดโนเสาร์ข้ามไปมาหากันได้เช่นในยุคก่อน ส่งผลให้พวกมันต้องดำรงชีวิตกันต่อไปเอง และแยกสายวิวัฒนาการไปตามรูปแบบของตน

ก่อนหน้าที่จะมีการค้นพบ Lingwulong ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไม่เคยมีรายงานการค้นพบไดโนเสาร์ตระกูลไดโพลโดคอยด์มาก่อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าทะเลในทวีปเมื่อราว 180 ล้านปีก่อน คืออุปสรรคที่แบ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้แยกจากทวีปแพนเจียที่เหลือ ส่งผลให้ไดโนเสาร์ตระกูลไดโพลโดคอยด์ และญาติของมันที่มีชื่อเรียกว่านีโอซอโรพอด (neosauropods) ไม่สามารถเดินทางมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ฟอสซิลซอโรพอด
ฟอสซิลของ Lingwulong shenqi ที่ถูกขุดค้นในจีน
ภาพถ่ายโดย สถาบันวิทยาศาสตร์จีน

ทว่าการค้นพบ Lingwulong ล่าสุดนี้ นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานว่านีโอซอโรพอดน่าจะเดินทางมาถึงภูมิภาคนี้ก่อนที่ทวีปจะเคลื่อนตัวแยกออกจากกันจนไม่สามารถข้ามได้ นั่นหมายความว่าไดโนเสาร์ในตระกูลซอโรพอดนั้นปรากฏขึ้นมาบนโลกแล้วเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคิดกันไว้ถึง 15 ล้านปี

“การค้นพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่นี้หมายความว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่เชื่อกันว่าแยกอย่างโดดเดี่ยว อาจมีบางพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง หรือเป็นปริศนา” Paul Upchurch นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยลอนดอน หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยกล่าว “เราเสนอทฤฎีว่าบรรดาฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่ถูกแยกตัวจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกนี้อาจจะยังคงถูกเก็บรักษาไว้รอวันค้นพบ และที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ไม่พบอาจเป็นเพราะตัวอย่างได้รับความเสียหาย ไม่ใช่ว่าไดโนเสาร์เหล่านั้นไม่ได้อยู่ในพื้นที่นี้”

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

เป็นไปได้ไหมที่มนุษย์กับ ไดโนเสาร์ จะอยู่ร่วมโลกกัน?

 

เรื่องแนะนำ

แมวน้ำช้างจดจำกันได้จากเสียงร้อง

ผลการศึกษาใหม่ช่วยให้เข้าใจเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวกลมอุดมไปด้วยไขมันอย่างแมวน้ำช้างมากขึ้น ภายในฝูงที่ประกอบด้วยแมวน้ำช้างจำนวนหลายตัว ขนาดและลักษณะภายนอกไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่พวกมันใช้ในการจดจำซึ่งกันและกัน แต่ยังรวมถึงเสียงร้องอีกด้วย แมวน้ำช้างแต่ละตัวมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่นเดียวกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ความสามารถในการจดจำเสียงร้อง ตลอดจนสื่อสารหากันในสังคม เป็นพฤติกรรมที่พบได้ยากในสัตว์ เสียงร้องของพวกมันมีลักษณะเหมือนกับเสียงของเครื่องดนตรีและมีจังหวะที่ชัดเจน ด้านนักวิทยาศาสตร์เองเชื่อว่า พฤติกรรมเช่นนี้ของแมวน้ำช้างอาจนำไปสู่การกำเนิดของเครื่องดนตรี ในมนุษย์ก็เป็นได้   อ่านเพิ่มเติม : คุณจะกินอาหารยังไงนะ ถ้าคุณตัวหนักเบาะๆ แค่เกือบสองร้อยตัน, แมลงสาบมีดีอะไรถึงอยู่มาได้หลายล้านปี ชมคลิปวิดีโอที่เผยความทรหดทนทายาดของสัตว์ที่ได้ชื่อว่า อึดที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

ปลาหน้าตาประหลาดชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 4 นาที!

ปลาโลงศพ (Coffinfish) ใช้เหงือกอันพองโตของมันในการเติมน้ำทะเลให้กับร่างกาย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกในสัตว์ประเภทปลา ด้วยชื่อที่แปลกประหลาดอย่าง ‘ปลาโลงศพ’ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ปลาทะเล หน้าตาประหลาดชนิดนี้จะมีวิวัฒนาการเพื่อให้เจริญเติบโตได้ในบริเวณก้นทะเลอันมืดมิด นักวิทยาศาสตร์ทราบอยู่ก่อนแล้วว่า สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่บางครั้งเรียกว่า คางคกทะเล เหล่านี้ มีครีบพิเศษที่ใช้ในการ “เดิน” บนพื้นทะเล แต่ปัจจุบัน งานวิจัยชิ้นใหม่ค้นพบการปรับตัวอีกอย่างหนึ่งของปลาโลงศพ กล่าวคือ ช่องเหงือกที่พองตัวได้ทำให้ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยน้ำทะเล ทำให้พวกมันสามารถกักเก็บออกซิเจนได้มากขึ้นและยังสามารถกลั้นหายใจได้นานถึงสี่นาที พฤติกรรมที่ว่านี้ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในปลา อาจเป็นวิธีช่วยกักเก็บพลังงานในสภาพแวดล้อมที่อาหารหายาก การศึกษาการปรับตัวของสัตว์ทะเลลึกเหล่านี้ ช่วยให้นักชีววิทยาได้เรียนรู้วิธีการอันหลากหลายที่สิ่งมีชีวิตวิวัฒน์ขึ้นเพื่ออาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์พบปลาโลงศพมากกว่า 20 ชนิด ซึ่งจริง ๆ แล้วจัดอยู่ในประเภทของปลาตกเบ็ด (anglerfish) ที่ความลึกสูงสุดประมาณ 2,500 เมตร โดยพวกมันวิวัฒน์จนกลายเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลเต็มตัวโดยแทบไม่ว่ายน้ำเลย (เชิญรับชมวิดีโอ การหายใจของปลาโลงศพใต้น้ำ) ชีวิตสโลไลฟ์ใต้น้ำ  ในการศึกษาเรื่องนี้ นักวิจัยใช้วิธีชำแหละและทำซีทีแสกนตัวอย่างของปลาโลงศพที่พิพิธภัณฑ์สัตววิทยาเปรียบเทียบ ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกจากนี้พวกเขายังได้ศึกษาฟุตเทจบันทึกภาพพฤติกรรมของปลาโลงศพหลายชนิดที่ได้จากโดรนใต้น้ำของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือโนอา ผลการวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Fish Biology พบว่า ช่องเหงือกของคางคกทะเลที่สามารถพองตัวได้นั้นช่วยเพิ่มปริมาตรร่างกายของพวกมันถึงร้อยละ 30 หากเปรียบเทียบกับมนุษย์ก็คือปอดที่ขยายใหญ่จนเต็มหน้าท้องนั่นเอง ทีมวิจัยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า ปลาชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้ […]