ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน - National Geographic Thailand

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน

นับเป็นครั้งแรกที่การทำงานร่วมกันเพื่อหาอาหารของปะการังถูกบันทึกเอาไว้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก กลุ่มปะการังสีส้มที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นโคโลนี ทว่าพวกมันเคลื่อนไหวสอดประสานกันราวกับเป็นอวัยวะเดียวเพื่อจับแมงกะพรุนที่บังเอิญลอยเข้ามาใกล้

ปกติแล้วปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี ในแต่ละตัวจะเรียกว่า “โพลิป” ส่วนบนสุดของโพลิปแต่ละตัวจะมีหนวดอยู่รอบๆ ปาก ส่วนภายในโพลิปจะมีกระเพาะสำหรับย่อยอนุภาคอาหารที่ดักจับโดยใช้หนวด การเชื่อมติดกันของโพลิปทั้งหมดในโคโลนีปะการังนั้นเกิดจากการขยายเนื้อเยื่อของมัน ดังนั้นระบบประสาทและการย่อยอาหารของโพลิปแต่ละอันจึงเชื่อมโยงถึงกันด้วย และนี่คือที่มาของการทำงานร่วมกันในปะการัง

จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าเมื่อพวกมันทำงานร่วมกันเช่นนี้เจ้าแมงกะพรุนจึงไม่มีทางหนีรอดไปได้ และในเวลาต่อมาส่วนรยางค์ของแมงกะพรุนที่ถูกจับอยู่ก็จะเริ่มถูกย่อยสลายโดยปะการังตัวนั้นๆ ไป

 

อ่านเพิ่มเติม

ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

เรื่องแนะนำ

โผบินไปกับอินทรีทะเล

โผบินไปกับ อินทรีทะเล ภาพฟุตเทจอันน่าอัศจรรย์นี้เรียกได้ว่าเป็นภาพจากมุมมองแทนสายตานกอย่างแท้จริง อินทรีทะเลวัย 5 ปี ตัวนี้มีนามว่า มาร่า (Mara) มันเป็นอินทรีเลี้ยงในสหราชอาณาจักร ซึ่งเจ้าของของมันได้ทดลองติดกล้องโกโปรเข้ากับศีรษะของมาร่า และภาพที่ได้นั้นราวกับว่าบรรดาผู้ชมกำลังโผบินทะยานไปเหนือหน้าผาในสกอตแลนด์พร้อมๆ กับนกอินทรีตัวนี้เลยทีเดียว ทั้งนี้อินทรีทะเลเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่มันอาจมีความยาวได้เกือบหนึ่งเมตร ในขณะที่ความกว้างของปีกทั้งจากปลายข้างหนึ่งไปยังอีกข้างอยู่ที่ราวๆ สองเมตร พวกมันหากินในพื้นที่เปิดโล่ง โดยจับปลาเป็นอาหาร   อ่านเพิ่มเติม นกอินทรีเหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้ ไดโนเสาร์ บางชนิดมีเกราะไว้สำหรับช่วยให้มันได้เปรียบยามต่อสู้ แต่สำหรับไดโนเสาร์สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียส ร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นเกราะของมันดูเหมือนว่าจะมีส่วนช่วยในการจับคู่ผสมพันธุ์ด้วย ผลการศึกษาฟอสซิลของ Borealopelta markmitchelli ไดโนเสาร์หุ้มเกราะ พบว่าแผ่นกระดูกที่อยู่ล้อมรอบคอและไหล่ของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตเกินไปสำหรับการต่อสู้ นั่นจึงเป็นไปได้ว่าแผ่นกระดูกเหล่านี้น่าจะมีไว้สำหรับการดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้ามหรือใช้ข่มขวัญคู่แข่งของมัน ย้อนกลับไปเมื่อ 110 ล้านปีก่อน เจ้าไดโนเสาร์กินพืชตัวนี้ตาย ร่างของมันจมลงไปยังก้นมหาสมุทรโบราณ ในปี 2011 คนงานเหมืองในแคนาดาค้นพบร่างของมันเข้าโดยบังเอิญ  นับเป็นความโชคดีที่ร่างของมันจมลงในตะกอน ส่งผลให้แร่ธาตุเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อก่อนที่มันจะเน่าเปื่อย ร่างที่กลายเป็นหินทั้งร่างช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาได้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้เคยมีชีวิตอยู่อย่างไร ในความเป็นจริงการคาดเดาว่าเกราะของสัตว์นั้นถูกใช้เพื่อการต่อสู้และการจับคู่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจนัก ช้างเองก็ใช้งวงของมันในการต่อสู้ ป้องกันตัว และงวงเดียวกันนี้ก็ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดด้วยเช่นกันหากตัวเมียต้องการที่จะเลือกผสมพันธุ์ “ส่วนใหญ่ของโครงสร้างที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหางของนก การเปลี่ยนสีของกิ้งก่า หรือเขาในสัตว์สี่เท้า แรงขับที่ทำให้พวกมันวิวัฒนาการสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาล้วนมาจากการคัดสรรทางเพศ” Caleb Brown นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ Royal Tyrrell กล่าว ซึ่งตัวเขาเองกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาไดโนเสาร์ Borealopelta ด้วยทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผลการวิจัยเจ้า Borealopelta ใหม่จาก Brown ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ PeerJ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยไม่กี่ชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์หุ้มเกราะ และเป็นงานวิจัยแรกที่มุ่งเป้าไปที่การศึกษาฟอสซิลของเนื้อเยื่อ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “มันยากที่จะพิจารณาการใช้งานจากรูปร่างของอวัยวะ แม้แต่ในสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม” Victoria Arbour นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์หุ้มเกราะโดยเฉพาะ […]