อลาสกา ไม่อาจปกป้องสรรพสัตว์จากภาวะโลกร้อน - National Geographic

อลาสกาไม่อาจปกป้องสรรพสัตว์จากภาวะโลกร้อน

นกหัวโตหลังจุดสีทองอเมริกันใน อลาสกา พวกมันคือหนึ่งในสายพันธุ์นกทะเลที่กำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำลายห่วงโซ่อาหาร
ภาพถ่ายโดย Design Pics INC

อลาสกา ไม่อาจปกป้องสรรพสัตว์จากภาวะโลกร้อน

ทะเลสาบ Clam ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะอาดัก ในรัฐ อลาสกา คือสรวงสวรรค์ของสรรพสัตว์ ทว่าทะเลแบริงที่อุ่นขึ้นเรื่อยๆ กำลังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของบรรดาผู้พักพิง เมื่อพวกมันไม่สามารถหาอาหารได้เพียงพอ และทุกข์ทรมานจากความหิวโซ

สถานที่แห่งนี้เคยมีนกเมอรร์, นกพัฟฟิน, นกอ็อกเล็ต และนกทะเลอื่นๆ อีกหลายพันตัวส่งเสียงกู่ร้องขณะโผบินเหนือท้องฟ้าของเกาะอาดัก “ตอนนี้เหลือแค่ 200 – 300 ตัวเท่านั้น” Douglas Causey ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยอลาสกากล่าว ในฐานะนักสำรวจเกาะอาดักเมื่อ 30 ปีก่อน

Causey มีทฤษฎีที่ตั้งไว้ในใจ แต่ตัวเขาต้องการหาคำตอบที่ชัดเจนว่าเหตุใดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทางทะเลอลาสกา ซึ่งมีพื้นที่กว้าง 4.9 ล้านเอเคอร์จึงกำลังสูญเสียประชากรสัตว์ป่าไปอย่างมากมาย ทั้งนก, แมวน้ำ, สิงโตทะเล และวาฬ ทุกชนิดในภูมิภาคนี้ล้วนมีจำนวนประชากรลดลง รายงานจากการสำรวจโดยดาวเทียม NOAA ปี 2017

การตายของนกหลายชนิด ที่บางครั้งใช้คำว่า “หายนะ” เกิดขึ้นหลายครั้งในทะเลแบริง นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา รายงานจากศูนย์บริการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USFWS ระบุว่า แนวโน้มการผสมพันธุ์และจำนวนประชากรของนกทะเลลงลดราว 13% ในปี 2006 – 2015 และไข่อีก 31% ฟักเร็วกว่าปกติ

ในปี 2017 องค์กรไม่แสวงผลกำไร Audubon Alaska จัดสถานะนกจำนวน 36 สายพันธุ์ในอลาสกาอยู่ในบัญชีแดง จากจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า

“ไม่มีนกจับคู่ผสมพันธุ์กันในช่วงสองปีนี้ และเราไม่รู้ว่าทำไม” Causey กล่าว “เราพยายามบันทึกว่าพวกมันกินอะไรเป็นอาหาร เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะกระจายอาหารให้มัน ทว่ามหาสมุทรกำลังเปลี่ยนไปเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”

 

ห่วงโซ่อาหารที่ยุ่งเหยิง

Causey ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียวที่ต้องการหาคำตอบ Timothy Jones นักวิจัยหลังปริญญาเอก จากทีมสำรวจชายฝั่งและนกทะเล มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ชี้ว่าธารน้ำแข็งที่ละลายในทะเลเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิคือตัวการ การแตกหักของน้ำแข็งส่งผลให้แพลงก์ตอนพืชเติบโตล่าช้า และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารในภูมิภาค

Jones ยังพบว่าคลื่นความร้อนในทะเลยังเป็นสาเหตุของสภาพอากาศแบบสุดขั้ว และเป็นอันตรายต่อบรรดาสิ่งมีชีวิต โดยคลื่นความร้อนในทะเลที่โด่งดังที่สุดคือ The Blob ซึ่งส่งผลให้นกอ็อกเล็ตล้มตายเป็นประวัติการณ์มาแล้ว เมื่อปี 2014 – 2015 “คลื่นความร้อนในทะเลจะเกิดถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้น” Jones กล่าว ทั้งยังส่งผลกระทบต่อนกทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่คาดการณ์ไม่ได้ ผลพวงของหายนะในครั้งนั้นยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปี 2018 มีรายงานว่านกทะเลมากกว่า 1,400 ตัวกำลังแสดงสัญญาณของความอดอยากนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา รายงานจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์

Causey และ Bruce W. Robinson อาสาสมัครจาก USFWS เก็บตัวอย่างดินและน้ำบนเกาะ Attu ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของหมู่เกาะ Aleutian เพื่อส่งต่อให้กับด็อกเตอร์  Veronica Padula ตรวจสอบหาปริมาณสารพทาเลท สารเคมีจากขยะพลาสติกที่ปนเปื้อน เป็นไปได้ว่าสารเคมีนี้อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของนก และทำให้พวกมันอดอยาก นอกจากนั้น Causey ยังสร้างแผนที่จำลองการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของห่วงโซ่อาหาร จากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นและน้ำแข็งละลายอีกด้วย เพื่อมองหาพื้นที่หายนะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บนเกาะ Attu ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยากำลังเก็บตัวอย่างนกเมอรร์ นกทะเลขนาดกลางที่มีหน้าตาคล้ายเพนกวิน พวกมันมีหัวสีดำ และท้องสีขาว “ดูมันผอมกะหร่องเลยใช่ไหม?” Causey กล่าว กระดูกซี่โครงของนกปูนออกมา “ต้องตรวจระบบภายในเพิ่มเติมด้วย”

“ในช่วงฤดูหนาวนกเมอรร์จะพากันล้มตายเยอะมาก ทั้งหมดที่ตายคือนกผอมกะหร่อง เพราะพวกมันไม่ได้กินอาหารเท่าที่ควรได้กิน” Causey กล่าว “ดูเหมือนว่าปัญหานี้จะเกี่ยวพันกับปัญหาในระบบนิวเศทั้งหมด” Padula เสริม

รายงานจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ ตามแนวชายฝั่งแปซิฟิกของทวีปอเมริกา, อ่าวในอลาสกา และหมู่เกาะ Aleutian ตั้งแต่ปี 2015 – 2016 มีนกทะเลเป็นแสนตัวที่ล้มตายจากความอดอยาก ส่วนมากเป็นนกเมอรร์ นอกจากนั้นพวกเขายังพบซากนกบนชายหาดหลายแห่งมากกว่า 2,100 ซาก ในปี 2016

“ชะตาของทะเลแบริงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งในทะเล” Jones กล่าว และขณะนี้ทรัพยากรอาหารกำลังลดลงเรื่อยๆ “เราเห็นหายนะเหล่านี้เกิดขึ้นในบางพื้นที่ของอลาสกาทุกปีมาตั้งแต่ปี 2014”

เรื่อง Samantha Yadron

 

อ่านเพิ่มเติม

สารเคมีจากพลาสติก และเครื่องสำอางปนเปื้อนในโลมา

 

เรื่องแนะนำ

แตนยักษ์เอเชีย บุกสหรัฐฯ และนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ

แตนยักษ์เอเชีย แตนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกถูกพบในรัฐวอชิงตัน เจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่พันธุ์ แตนรูปร่างแปลกตา โดดเด่นด้วยสีส้มสลับดำ และเหล็กในยาวแหลม ถูกพบใกล้เมืองเบลน รัฐวอชิงตัน เมื่อปลายปี 2019 ผลจากการระบุชนิดพันธุ์ พบว่าพวกมันคือ แตนยักษ์เอเชีย (Asian giant hornet) แตนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดประมาณเกือบสองนิ้วเมื่อโตเต็มที่ นักวิทยาศาสตร์ต่างกังวลว่า แตนชนิดนี้จะแพร่กระจายไปทั่ววอชิงตันและรัฐอื่นๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผึ้งในท้องถิ่น และอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ไม่มีใครทราบว่าแมลงชนิดนี้มาถึงสหรัฐฯ ได้อย่างไร แต่การค้นพบครั้งนี้เปรียบเหมือนสัญญาณเตือน และกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยได้รับการเรียกขานว่า “แตนมรณะ” (Murder hornet) ผู้ล่าชนิดนี้เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นในเอเชียตะวันออก และญี่ปุ่น อีกทั้งขึ้นชื่อเรื่องการเป็นศัตรูของฝูงผึ้งน้ำหวาน ด้วยพิษที่อยู่ในเหล็กในยาวแหลม เป็นที่ทราบกันดีว่า การต่อยหนึ่งครั้งสามารถปลิดชีพคนได้ ในประเทศญี่ปุ่นมีคนเสียชีวิตจากการถูกแตนยักษ์ต่อยประมาณ 30 ถึง 50 คนต่อปี ในปี 2013 เมื่อประชากรของแตนยักษ์เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ พวกมันฆ่าคนราว 42 คนในจังหวัดหนึ่งของประเทศจีน ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เมื่อมนุษย์เข้าใกล้รังหรือไปรบกวนรังของมัน แมลงชนิดนี้ “กำจัดได้ยาก” คริส ลูนีย์ นักกีฏวิทยา ประจำสำนักงานเกษตรรัฐวอชิงตัน […]

สัตวแพทย์: เป็นมากกว่าคนซ่อมสัตว์

เรื่อง  สุวัชรี พรมบุญมี และนิรมล มูนจินดา ภาพถ่าย  ธนัท ชยพัทธฤทธี ทุกปีฉันต้องพา “ถุงเงิน” แมวที่เปรียบเหมือนน้องสาวไปพบสัตวแพทย์ตามกำหนดเพื่อเข้ารับวัคซีนพื้นฐานอย่างน้อยปีละสองเข็ม ได้แก่ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า และวัคซีนรวมซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หัดแมว โรคหวัดแมว  และโรคติดเชื้อคลามัยเดีย อยู่ในเข็มเดียว อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโต  และส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเติบโตเป็นเงาตามตัว   มูลค่าตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงในปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจบริการ 5,000 ล้านบาท เวชภัณฑ์และยา 7,000 ล้านบาท และธุรกิจอาหารสัตว์ 10,000 ล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 5-10 แม้สภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงซบเซา  ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนคลายเหงาเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยแต่งงานมีครอบครัวน้อยลงและเลือกไม่มีลูกมากขึ้น และยังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอีกด้วย ที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน  บรรดาเจ้าของที่บ้างกำลังอุ้มสัตว์เลี้ยง บ้างจับสายจูงให้กระชับ เลือกนำสัตว์เลี้ยงมารักษาที่นี่เพราะมั่นใจในวิทยาการรักษา  จึงฝากชีวิตสมาชิกในครอบครัวเอาไว้ในแง่นี้ โรงพยาบาลสัตว์ย่อมเป็นเสมือนที่พึ่งทางใจของเจ้าของสัตว์ด้วย “เดี๋ยวนี้คนเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มักเลี้ยงเน้นใช้งาน เช่น เฝ้าบ้าน พอสมาชิกในครอบครัวป่วย ก็พามาหาเรา มาด้วยความหวัง […]

แพลงก์ตอนถึงจิ๋ว แต่มีผลต่อมหาสมุทร

แพลงก์ตอนถึงจิ๋ว แต่มีผลต่อมหาสมุทร เจ้าสัตว์เล็กจิ๋วอย่างแพลงก์ตอนเคยถูกเชื่อกันว่าไม่น่าจะมีผลอะไรต่อมหาสมุทรมากนัก แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า แพลงก์ตอนสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อันประกอบด้วยคริลล์ และตัวอ่อนของกุ้ง ปูเหล่านี้ เมื่อพวกมันว่ายรวมกันเป็นกลุ่ม การมีอยู้่ของพวกมันสามารถส่งผลกระทบต่อกระแสสมุทรได้เลยทีเดียว กระแสสมุทรคือระบบหมุนเวียนน้ำนมหาสมุทรที่มีทิศทางการไหลที่แน่นนอน โดยเกิดขึ้นจากแรงลมและอุณหภูมิของน้ำ ทีมนักวิจัยพบว่าการที่กลุ่มของแพลงก์ตอนสัตว์จำนวนหลายพันล้านตัวนั้นว่ายขึ้นมาจากความลึกหลายร้อยเมตรสู่ผิวน้ำสามารถส่งผลกระทบต่อกระแสสมุทรเดิมได้ ผ่านการทดลองกับแทงก์น้ำในห้องปฏิบัติการ โดยในการศึกษาครั้งต่อไปพวกเขาจะหาคำตอบเพื่มเติมว่า วิถีชีวิตของสัตว์นั้นจะส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม มหาสมุทรเป็นพิษ: ภาพถ่ายที่ช่วยย้ำเตือนถึงสถานะน่ากังวลของทะเลในปัจจุบัน

ชมการลอกคราบของตะขาบยักษ์

ชมการลอกคราบของตะขาบยักษ์ หากตะขาบที่คุณผู้อ่านพบเจอในสวนหรือในห้องน้ำที่บ้านนั่นคือความสยองแล้ว ขอเชิญพบกับความสยองขวัญที่ยิ่งกว่าจาก “ตะขาบยักษ์แอมะซอน” ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ด้วยความยาวเกือบฟุต เจ้าสิ่งมีชีวิตที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงนี้มากไปด้วยเรื่องราวน่าประหลาดใจ ขนาดร่างกายของมันจะเติบโตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนขามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการลอกคราบหลายต่อหลายครั้ง ในขณะที่ลอกคราบเจ้าตะขาบจะหมุน บิด เคลื่อนตัวไปมาเพื่อให้มันหลุดออกมาจากผิวหนังชั้นเก่า จากนั้นก็กินผิวหนังเดิมของมันเสีย และออกหาอาหารอีกครั้ง ถึงพวกมันจะเป็นสัตว์มีพิษที่น่ากลัว แต่แม่ตะขาบมีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงมาก และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ดีอีกด้วย เมื่อวางไข่ แม่ตะขาบจะใช้ขาของมันที่มีอยู่มากมายอุ้มไข่ของมันทั้งหมดไว้บนตัวเพื่อปกป้องลูกจนกว่าไข่จะฟัก และเหล่านี้คือเรื่องราวบางส่วนจากวงจรชีวิตของตะขาบยักษ์ อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าตะขาบเป็นสัตว์ดุร้ายและไม่ใช่สัตว์ที่คุณควรจะเข้าใกล้เท่าไหร่นักและ…อย่าประมาทความเร็วของมันต่ำเกินไป   อ่านเพิ่มเติม : ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน, รัน เบบี้เต่า รัน!