เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา - National Geographic Thailand

เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา

เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา

นักประวัติศาสตร์ไม่แน่ใจว่า มนุษย์เริ่มจับและฝึกนกนักล่าเพื่อใช้ล่าสัตว์ที่ไม่สามารถฆ่าด้วยลูกศรหรือจับด้วยบ่วงเป็นครั้งแรกเมื่อใด  หลักฐานอ้างอิงในบทกวีโบราณอย่าง มหากาพย์กิลกาเมช (The Epic of Gilgamesh)  พูดถึงการฝึกเหยี่ยวเมื่อราว 4,000 ปีก่อนในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศอิรัก ตลอดหลายศตวรรษ การจับและฝึกเหยี่ยวแพร่หลายอยู่ในหลายวัฒนธรรมที่เรารู้จัก พระศพของกษัตริย์ตุตันคามุนได้รับการฝังโดยมีจี้รูป เหยี่ยวปีกแหลม ประดับอยู่ ชาวกรีก ประทับเหรียญเป็นภาพเทพซุสให้เหยี่ยวปีกแหลมเกาะพระหัตถ์  และพ่อค้าชาวนอร์สค้าขายเหยี่ยวเจอร์จากไอซ์แลนด์ไปทั่วทั้งยุโรป

เมื่อถึงตอนที่มาร์โค โปโล เข้าเฝ้ากุบไลข่านในศตวรรษที่ 13 จักรพรรดิมองโกลพระองค์นี้ทรงจ้างเจ้าพนักงาน 60 คนให้ดูแลผู้ฝึกเหยี่ยว 10,000 คน  ขณะเดียวกันในยุโรป  กษัตริย์เฟรเดอริกที่สองแห่งจักรวรรดิโรมันทรงใช้เวลา 30 ปีรวบรวมการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเกี่ยวกับการฝึกเหยี่ยว  กระทั่งปัจจุบันยังถือกันว่าเป็นหนังสือที่เชื่อถือได้ มากที่สุดเล่มหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคนิคของกีฬาชนิดนี้

แต่ไม่มีภูมิภาคใดที่การฝึกเหยี่ยวจะเฟื่องฟูมากกว่าโลกอาหรับที่ซึ่งปัจจุบันผู้ฝึกเหยี่ยวกว่าครึ่งหนึ่งของโลกอาศัยอยู่  ขณะที่การฝึกเหยี่ยว (ซึ่งรวมถึงนกอินทรีและนกนักล่าอื่นๆ ด้วย) ส่วนใหญ่แล้วเป็นกีฬาของกษัตริย์ในยุโรป ที่นี่กลับเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเอาชีวิตรอดในทะเลทรายอาหรับ

ชาวเบดูอินจะจับเหยี่ยวปีกแหลมอพยพและฝึกพวกมันให้ล่าสัตว์ เช่น นกบัสตาร์ดฮูบารา และกระต่ายทะเลทราย  ก่อนหน้าปืนจะเข้ามามีบทบาท  เหยี่ยวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการหาอาหารให้ครอบครัวของชาวเบดูอินได้อย่างมาก  และในสภาพแวดล้อมแบบทะเลทรายอันแร้นแค้น แหล่งโปรตีนแม้เพียงเล็กน้อยก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง  การฝึกเหยี่ยว มีความสำคัญมากต่อวัฒนธรรมอาหรับในยุคที่ศาสนาอิสลามแพร่หลายไปทั่วภูมิภาค  กระทั่งศาสดามุฮัมมัดยังกล่าวถึงเหยี่ยวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานโดยประกาศว่า  อาหารที่เหยี่ยวจับได้นั้นสะอาดพอที่ชาวมุสลิมจะบริโภคได้

เหยี่ยวปีกแหลม
เจ้าหน้าที่ในมองโกเลียรวบรวมซากเหยี่ยวเซเกอร์ที่ตายจากสายไฟฟ้าที่ไม่มีฉนวนหุ้ม ในแต่ละปีที่นั่นมีนกนักล่า ถูกไฟช็อตตายประมาณ 4,000 ตัว
เหยี่ยวปีกแหลม
เหยี่ยวเซเกอร์เพศเมียเฝ้าระวังลูกในรังเหนือที่ราบมองโกเลีย มีเรื่องเล่าว่า เจงกิสข่านทรงเลี้ยงเหยี่ยวชนิดนี้หลายร้อยตัวไว้ ล่าสัตว์ ปัจจุบันเหยี่ยวเซเกอร์อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัยและการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

แต่ในศตวรรษที่ 20 การพัฒนาอย่างรวดเร็วของดูไบและเอมิเรตส์หรือรัฐอื่นๆ เกือบขจัดวิถีปฏิบัตินี้จนหมด ไปจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี  นกบัสตาร์ดฮูบาราลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากถูกมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัย และในที่สุด การล่านกขนาดใหญ่ชนิดนี้ก็ถูกห้าม  คงมีเพียงเศรษฐีที่มีเงินเลี้ยงเหยี่ยวปีกแหลมจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อล่านกบัสตาร์ดฮูบารา ในเอเชียกลางและแอฟริกาเหนือ

จากนั้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มกุฎราชกุมาร ชีคฮัมดาน บิน โมฮัมเมด บิน ราชิด อัล มักตูม ทรงนำการแข่งเหยี่ยว ปีกแหลมมาเผยแพร่เพื่อทำให้ชาวเอมิเรตส์ทั่วไปเข้าถึงการฝึกเหยี่ยวได้ การแข่งขันใช้การจับเวลาเหยี่ยวขณะไล่เหยื่อล่อ ในระยะทางที่กำหนด ฤดูกาลแข่งขันซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคมมีเหยี่ยวปีกแหลมกว่า 2,000 ตัวเข้าแข่งขัน ชิงเงินรางวัลเกือบเจ็ดล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหยี่ยวปีกแหลม
เฮาเวิร์ด วอลเลอร์ สวมหมวกที่ใช้สำหรับการผสมพันธุ์และร้องเลียนเสียงเหยี่ยวเจอร์เพศเมีย เพื่อหลอกล่อเอาอสุจิจาก เหยี่ยวเจอร์เพศผู้

ผลกระทบของการแข่งขันเหยี่ยวเห็นได้ชัดเจนทั่วดูไบที่ซึ่งการครอบครองเหยี่ยวปีกแหลมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  คอนให้เหยี่ยวเกาะพบเห็นได้ตามล็อบบี้โรงแรมและอาคารสำนักงานทั่วเมือง  ผู้ฝึกเหยี่ยวพาเหยี่ยวป่วยไปโรงพยาบาลเหยี่ยว และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหยี่ยวต้องใช้จากห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าเกี่ยวข้องกับการแข่งขันเหยี่ยวโดยเฉพาะ

บ่ายวันหนึ่งผมไปเยี่ยมชมห้างที่ว่านี้   มีลูกค้ามากมาย   หลายคนมาพร้อมกับเหยี่ยวที่สวมหมวกปิดตาเกาะบนข้อมือ ที่สวมถุงมือหนัง  พวกเขาแวะเวียนมาเลือกซื้อสินค้าซึ่งมีตั้งแต่อาหารเหยี่ยว (นกพิราบและนกกระทาแช่แข็ง) วิตามินเหยี่ยว เรื่อยไปจนถึงเครื่องส่งสัญญาณวิทยุขนาดจิ๋วสำหรับติดตามเหยี่ยวที่พลัดหลง และหมวกปิดตาหนังซึ่งย้อมสีด้วยมือจากสเปน และโมร็อกโก ที่นี่มีแม้แต่ร้านที่ขายเฉพาะเครื่องบินจำลองบังคับด้วยวิทยุซึ่งทำสีให้ดูเหมือนนกบัสตาร์ดฮูบารา สำหรับฝึกเหยี่ยวหนุ่มสาวให้เรียนรู้การไล่ล่า

ห้างนี้ยังมีคลินิกเหยี่ยวที่ซึ่งผมพบชายหนุ่มในชุดพื้นเมืองดิชดาชายาวสีขาว มีเหยี่ยวเพเรกรินเกาะแขน ลูกชายวัยเด็ก สองคนเดินตามหลังมา  “เหยี่ยวป่วยหรือครับ” ผมเอ่ยถาม “เปล่าครับ ผมพามันมาตรวจสุขภาพ” ชายคนนั้นตอบ “มันกำลังจะลงแข่ง!” เด็กชายคนหนึ่งบอก “มันจะชนะ!” คนพี่พูด  ชายคนนั้นยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ

เหยี่ยวปีกแหลม
ชีคบูตตี บิน มักตูม บิน จูมา อัล มักตูม แห่งราชวงศ์ดูไบ ทรงมีฟาร์มเหยี่ยวหลายแห่งซึ่งรวมถึงกรงนกใหญ่กลางแจ้ง ที่ซึ่งพระองค์ พระโอรส และเจ้าหน้าที่ดูแลเหยี่ยว ปีกแหลมหลายร้อยตัว ได้แก่ เหยี่ยวเจอร์ เหยี่ยวเพเรกริน เหยี่ยวเซเกอร์ และเหยี่ยวชนิดอื่นๆ

ผมยังแวะไปดูโซนที่ขายเหยี่ยวเป็นๆ มีเหยี่ยวเพเรกรินและเหยี่ยวเซเกอร์ซึ่งผู้ฝึกเหยี่ยวชาวซาอุดีอาระเบียนิยม มาแต่เดิม และเหยี่ยวเครสเตลตัวลายๆ ขนาดเล็กอีกสองสามตัว ซึ่งเป็นนกสำหรับหัดเลี้ยง  ผมถามเจ้าของนกว่า นกมาจาก ที่ไหน คนขายแต่ละคนชี้ไปยังเอกสารที่มีตราราชการประทับระบุประเทศต้นกำเนิดของเหยี่ยว  ในทางปฏิบัติแทบจะพูดได้ว่าตอนนี้เหยี่ยวแต่ละตัวที่เข้าออกยูเออี ต้องมีหนังสือเดินทางของตัวเอง

แม้จะมีความพยายามของยูเออี แต่การลักลอบค้าเหยี่ยวยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ของโลก  นักอนุรักษ์รายงานว่า เหยี่ยวเซเกอร์และเหยี่ยวเพเรกรินถูกจับในช่วงอพยพผ่านปากีสถานและลักลอบส่งผู้ซื้อที่มั่งคั่งในตะวันออกกกลาง  เหยี่ยวเจอร์ในดินแดนแถบอาร์กติกของรัสเซียยังถูกลักลอบจับด้วย  ในบรรดาชนิดพันธุ์ที่กล่าวมา มีเพียงเหยี่ยวเซเกอร์ที่ปัจจุบันจัดอยู่ในภาวะถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็มีรายงานว่าประชากรเหยี่ยวเจอร์บางกลุ่มในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ   หลายแห่งดูเหมือนจะมีจำนวนลดลง  นักอนุรักษ์กังวลว่า การค้าเหยี่ยวผิดกฎหมาย ผนวกกับถิ่นอาศัยของเหยี่ยวที่นับวันมีแต่จะหดหายไป โดยเฉพาะในแถบอาร์กติก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจคุกคามการอยู่รอดในระยะยาว ของเหยี่ยว

เรื่อง  ปีเตอร์ กวิน           

ภาพถ่าย  เบรนต์ สเตอร์ตัน

เหยี่ยวปีกแหลม
หลังการฝึกในทะเลทราย เหยี่ยวถูกผูกกับคอนเพื่อขึ้นรถนำกลับมายังดูไบ สายตาของเหยี่ยวเฉียลคมมากจนการเคลื่อนไหว เพียงเล็กน้อยหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแสงอาจทำให้เหยี่ยวตกใจได้
เหยี่ยวปีกแหลม
ชีคบูตตี บิน มักตูม บิน จูมา อัล มักตูม เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของราชวงศ์ดูไบ ทรงโพสท่าถ่ายภาพกับเหยี่ยวตัวโปรดบางตัว ชีคทรงช่วยบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการเลี้ยงและฝึกเหยี่ยวของโลกอาหรับ โดยทรงโปรดเหยี่ยวที่ทรงเพาะพันธุ์ขึ้นเองมากกว่าเหยี่ยวที่จับจากธรรมชาติ
เหยี่ยวปีกแหลม
สัตวแพทย์และผู้ช่วยที่โรงพยาบาลเหยี่ยวอาบูดาบีรักษานกปีละราว 11,000 ตัว ที่นี่จึงเป็นโรงพยาบาลสัตว์ปีกขนาดใหญ่ ที่สุดในโลก ผู้ฝึกเหยี่ยวนำเหยี่ยวเข้ามารับบริการทุกอย่าง ตั้งแต่การตรวจสุขภาพไปจนถึงการรักษาอาการบาดเจ็บอย่างปีกหัก

 

อ่านเพิ่มเติม

ชะตากรรมของนกชนหิน

เรื่องแนะนำ

ช่วยด้วย! ช้างตกทะเล

เจ้าช้างตัวนี้ถูกน้ำทะเลพัดออกจากฝั่งเกือบ 15 กิโลเมตร (8 ไมล์ทะเล) ขณะเดินข้ามข้ามทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai เพื่อไปยังป่าอีกฝั่งหนึง เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบช้างตัวดังกล่าวกำลังพยายามลอยตัวในทะเลจากฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา  เจ้าช้างเกือบจะจมน้ำ ได้แต่ชูงวงไว้หายใจและเหนื่อยอ่อน  เจ้าหน้าที่ทหารเรือของศรีลังการเชื่อว่าช้างตัวดังกล่าวพยายามข้ามสันดอนทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai ซึ่งอยู่ตรงกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์และระหว่างผืนป่าสองแห่งที่บรรดาช้างใช้เป็นทางลัดเดิน กระทั่งว่ายน้ำข้ามเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ทหารเรือในชุดประดาน้ำต้องว่ายน้ำจากเรือเพื่อคล้องเชือกรอบตัวช้าง  อีกคนต้องขึ้นขี่หลังนำทางเจ้าช้างหลงทะเลกลับขึ้นฝังอย่างปลอดภัย เรื่องช้างว่ายน้ำไม่ได้เป็นเรื่องแปลกประหลาด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างช้างลอยตัวในน้ำและว่ายน้ำได้โดยอาศัยงวงช่วยหายใจ และช้างถือเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนบก ถ้าไม่นับนักกีฬาว่ายน้ำมืออาชีพ  ช้างอินเดียชื่อราชัน วัย 66 ปีที่เพิ่งล้มไปเมื่อปีก่อน ก็เป็นนักว่ายน้ำผู้โด่งดังในยูทูป  แต่หากช้างต้องว่ายน้ำทะเลต่อเนื่องกันนานเกินไป มันจะเหนื่อยมากเนื่องจากใช้พลังงานมากเกินไปในการเอาชีวิตให้รอด และน้ำทะเลก็เป็นอันตรายต่อผิวช้าง หากมันต้องแช่อยู่นานๆ  ในศตวรรษที่ผ่านมา ประชากรช้างศรีลังกาลดลงถึงร้อยละ 65 เพราะการตัดไม้ทำลายป่า  ปัจจุบันช้างศรีลังการถูกคุ้มครองตามกฎหมาย เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็น   อ่านเพิ่มเติม : แกะรอยงาช้างเถื่อน, ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ, จะเป็นอย่างไร? เมื่อทดลองตั้งกล้องถ่ายต้นไม้ไว้ 1 ปี

วีลแชร์เพื่อคอร์กี้พิการ

วีลแชร์เพื่อคอร์กี้พิการ Opal เจ้าหมาคอร์กี้น้อยป่วยเป็นโรคไขสันหลังเสื่อม (degenerative myelopathy) โรคที่ส่งให้มันไม่สามารถเดินได้ โดยอาการเริ่มต้นจากขาหลังก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยการใช้งานไม่ได้ของขาหน้า อย่างไรก็ตาม ความพิการนี้ไม่อาจพรากความรักที่เจ้าของมีต่อมันไป และ Opal ยังคงใช้เวลาร่วมกับเจ้าของอย่างสนุกสนานในทุกๆ วันด้วยวีลแชร์แบบพิเศษที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้มันรู้สึกเหมือนได้เดินอีกครั้ง หากคุณผู้อ่านอยากรู้ว่าเจ้า Opal มีความสุขขนาดไหน ลองชมวิดีโอสารคดีสั้นนี้ดู เพราะสีหน้าของเจ้าคอร์กี้น้อยได้บ่งบอกทุกอย่างแล้ว   อ่านเพิ่มเติม ช่วยอัลบาทรอสปรับตัวรับสภาพอากาศด้วยรังนกเทียม

กระรอกน้อยติดล้อ

กระรอกน้อยติดล้อ นับเป็นการเดินทางอันแสนยาวนานกว่าเจ้ากระรอกน้อยผู้มีสองขาและอีกสองล้อจะได้ชีวิตใหม่คืนมา ที่จังหวัดบาตมัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี Rüzgar Alkan วัย 19 ปีบังเอิญไปพบมันเข้า โดยที่ขาหน้าทั้งสองข้างของกระรอกตัวนี้ติดอยู่ในกับดักสัตว์ Alkan พาตัวมันส่งสัตวแพทย์ในเมือง แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเกินไป ดังนั้น Alkan จึงส่งต่อกระรอกต่อให้กับ Tayfun Demir ซึ่งเปิดศูนย์ดูแลกระรอกในนครอิสตันบูล ห่างออกไป 700 ไมล์ ณ ที่นั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกจากมหาวิทยาลัย Istanbul Aydın ร่วมกับนักกายภาพบำบัดช่วยกันเยียวยาเจ้ากระรอกน้อย หลังการผ่าตัดสองครั้ง ครั้งละหกชั่วโมงเพื่อรักษาบาดแผล ในที่สุดทีมงานได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่จะช่วยให้กระรอกสามารถใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิม มันเป็นล้อเลื่อนที่ใช้แทนขาหน้าซึ่งช่วยให้มันสามารถวิ่งได้อีกครั้ง   อ่านเพิ่มเติม วีลแชร์เพื่อคอร์กี้พิการ

เผยวิดีโอที่บันทึกภาพปลาทะเลลึกที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

เมื่อนักวิทยาศาสตร์เห็นวิดีโอบันทึกภาพปลาตัวน้อยในวงศ์ Snailfish แหวกว่ายไปมาที่ระดับความลึกราว 2.4 กิโลเมตรจากผิวน้ำของมหาสมุทร พวกเขาก็คิดว่าอาจค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่เข้าให้แล้ว ปลาสเนลฟิชเป็นคำเรียกโดยรวมของปลากในวงศ์ Liparidae ที่มีปลาอยู่ราว 350 ชนิด พวกมันมีลักษณะเด่นคือ มีดวงตาโต และหัวโตๆที่สอบไปทางลำตัวที่เรียวยาว สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา (National oceanic and Atmosphere Administration: NOAA) ปล่อยคลิปของปลาสเนลฟิชที่เชื่อว่าเป็นชนิดใหม่นี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นมันเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 กรกฎาคม ในวิดีโอเราจะได้ยินเสียงสมาชิกคนหนึ่งในทีมโนอาอุทานออกมาว่า “ไม่เคยมีใครในโลกเห็นปลาชนิดนี้มาก่อน” ปลาสเนลฟิชเป็นปลาที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก และอาศัยอยู่ที่ระดับความลึกเกือบทุกระดับในมหาสมุทร มันเคยทำให้นักวิทยาศาสตร์ตะลึงงันมาแล้วในปี 2014 ตอนมีการค้นพบที่ระดับ 8,143 เมตรใต้ทะเล และทำลายสถิติในฐานะปลาที่อาศัยอยู่ที่ทะเลลึกที่สุดในโลก ปลาสเนลฟิชยังสามารถทนแรงกดได้เทียบเท่ากับช้าง 1,600 ตัวยืนอยู่บนหลังคารถเล็กๆคนหนึ่ง นักวิจัยบอกว่า การค้นพบครั้งนี้เป็น “สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน” จากการสำรวจโดยเรือ Okeanos Explorer ของโนอา ซึ่งมุ่งหน้าออกจากฮอโนลูลูเพื่อสำรวจน้ำลึกรอบๆจอนสตันอะทอลล์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะรีโมต (Remote Islands Marine National Monument) […]