เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา - National Geographic Thailand

เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา

เหยี่ยวปีกแหลม ราชันแห่งห้วงเวหา

นักประวัติศาสตร์ไม่แน่ใจว่า มนุษย์เริ่มจับและฝึกนกนักล่าเพื่อใช้ล่าสัตว์ที่ไม่สามารถฆ่าด้วยลูกศรหรือจับด้วยบ่วงเป็นครั้งแรกเมื่อใด  หลักฐานอ้างอิงในบทกวีโบราณอย่าง มหากาพย์กิลกาเมช (The Epic of Gilgamesh)  พูดถึงการฝึกเหยี่ยวเมื่อราว 4,000 ปีก่อนในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศอิรัก ตลอดหลายศตวรรษ การจับและฝึกเหยี่ยวแพร่หลายอยู่ในหลายวัฒนธรรมที่เรารู้จัก พระศพของกษัตริย์ตุตันคามุนได้รับการฝังโดยมีจี้รูป เหยี่ยวปีกแหลม ประดับอยู่ ชาวกรีก ประทับเหรียญเป็นภาพเทพซุสให้เหยี่ยวปีกแหลมเกาะพระหัตถ์  และพ่อค้าชาวนอร์สค้าขายเหยี่ยวเจอร์จากไอซ์แลนด์ไปทั่วทั้งยุโรป

เมื่อถึงตอนที่มาร์โค โปโล เข้าเฝ้ากุบไลข่านในศตวรรษที่ 13 จักรพรรดิมองโกลพระองค์นี้ทรงจ้างเจ้าพนักงาน 60 คนให้ดูแลผู้ฝึกเหยี่ยว 10,000 คน  ขณะเดียวกันในยุโรป  กษัตริย์เฟรเดอริกที่สองแห่งจักรวรรดิโรมันทรงใช้เวลา 30 ปีรวบรวมการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเกี่ยวกับการฝึกเหยี่ยว  กระทั่งปัจจุบันยังถือกันว่าเป็นหนังสือที่เชื่อถือได้ มากที่สุดเล่มหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคนิคของกีฬาชนิดนี้

แต่ไม่มีภูมิภาคใดที่การฝึกเหยี่ยวจะเฟื่องฟูมากกว่าโลกอาหรับที่ซึ่งปัจจุบันผู้ฝึกเหยี่ยวกว่าครึ่งหนึ่งของโลกอาศัยอยู่  ขณะที่การฝึกเหยี่ยว (ซึ่งรวมถึงนกอินทรีและนกนักล่าอื่นๆ ด้วย) ส่วนใหญ่แล้วเป็นกีฬาของกษัตริย์ในยุโรป ที่นี่กลับเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเอาชีวิตรอดในทะเลทรายอาหรับ

ชาวเบดูอินจะจับเหยี่ยวปีกแหลมอพยพและฝึกพวกมันให้ล่าสัตว์ เช่น นกบัสตาร์ดฮูบารา และกระต่ายทะเลทราย  ก่อนหน้าปืนจะเข้ามามีบทบาท  เหยี่ยวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการหาอาหารให้ครอบครัวของชาวเบดูอินได้อย่างมาก  และในสภาพแวดล้อมแบบทะเลทรายอันแร้นแค้น แหล่งโปรตีนแม้เพียงเล็กน้อยก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง  การฝึกเหยี่ยว มีความสำคัญมากต่อวัฒนธรรมอาหรับในยุคที่ศาสนาอิสลามแพร่หลายไปทั่วภูมิภาค  กระทั่งศาสดามุฮัมมัดยังกล่าวถึงเหยี่ยวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานโดยประกาศว่า  อาหารที่เหยี่ยวจับได้นั้นสะอาดพอที่ชาวมุสลิมจะบริโภคได้

เหยี่ยวปีกแหลม
เจ้าหน้าที่ในมองโกเลียรวบรวมซากเหยี่ยวเซเกอร์ที่ตายจากสายไฟฟ้าที่ไม่มีฉนวนหุ้ม ในแต่ละปีที่นั่นมีนกนักล่า ถูกไฟช็อตตายประมาณ 4,000 ตัว
เหยี่ยวปีกแหลม
เหยี่ยวเซเกอร์เพศเมียเฝ้าระวังลูกในรังเหนือที่ราบมองโกเลีย มีเรื่องเล่าว่า เจงกิสข่านทรงเลี้ยงเหยี่ยวชนิดนี้หลายร้อยตัวไว้ ล่าสัตว์ ปัจจุบันเหยี่ยวเซเกอร์อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัยและการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

แต่ในศตวรรษที่ 20 การพัฒนาอย่างรวดเร็วของดูไบและเอมิเรตส์หรือรัฐอื่นๆ เกือบขจัดวิถีปฏิบัตินี้จนหมด ไปจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี  นกบัสตาร์ดฮูบาราลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากถูกมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัย และในที่สุด การล่านกขนาดใหญ่ชนิดนี้ก็ถูกห้าม  คงมีเพียงเศรษฐีที่มีเงินเลี้ยงเหยี่ยวปีกแหลมจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อล่านกบัสตาร์ดฮูบารา ในเอเชียกลางและแอฟริกาเหนือ

จากนั้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มกุฎราชกุมาร ชีคฮัมดาน บิน โมฮัมเมด บิน ราชิด อัล มักตูม ทรงนำการแข่งเหยี่ยว ปีกแหลมมาเผยแพร่เพื่อทำให้ชาวเอมิเรตส์ทั่วไปเข้าถึงการฝึกเหยี่ยวได้ การแข่งขันใช้การจับเวลาเหยี่ยวขณะไล่เหยื่อล่อ ในระยะทางที่กำหนด ฤดูกาลแข่งขันซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคมมีเหยี่ยวปีกแหลมกว่า 2,000 ตัวเข้าแข่งขัน ชิงเงินรางวัลเกือบเจ็ดล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหยี่ยวปีกแหลม
เฮาเวิร์ด วอลเลอร์ สวมหมวกที่ใช้สำหรับการผสมพันธุ์และร้องเลียนเสียงเหยี่ยวเจอร์เพศเมีย เพื่อหลอกล่อเอาอสุจิจาก เหยี่ยวเจอร์เพศผู้

ผลกระทบของการแข่งขันเหยี่ยวเห็นได้ชัดเจนทั่วดูไบที่ซึ่งการครอบครองเหยี่ยวปีกแหลมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  คอนให้เหยี่ยวเกาะพบเห็นได้ตามล็อบบี้โรงแรมและอาคารสำนักงานทั่วเมือง  ผู้ฝึกเหยี่ยวพาเหยี่ยวป่วยไปโรงพยาบาลเหยี่ยว และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหยี่ยวต้องใช้จากห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าเกี่ยวข้องกับการแข่งขันเหยี่ยวโดยเฉพาะ

บ่ายวันหนึ่งผมไปเยี่ยมชมห้างที่ว่านี้   มีลูกค้ามากมาย   หลายคนมาพร้อมกับเหยี่ยวที่สวมหมวกปิดตาเกาะบนข้อมือ ที่สวมถุงมือหนัง  พวกเขาแวะเวียนมาเลือกซื้อสินค้าซึ่งมีตั้งแต่อาหารเหยี่ยว (นกพิราบและนกกระทาแช่แข็ง) วิตามินเหยี่ยว เรื่อยไปจนถึงเครื่องส่งสัญญาณวิทยุขนาดจิ๋วสำหรับติดตามเหยี่ยวที่พลัดหลง และหมวกปิดตาหนังซึ่งย้อมสีด้วยมือจากสเปน และโมร็อกโก ที่นี่มีแม้แต่ร้านที่ขายเฉพาะเครื่องบินจำลองบังคับด้วยวิทยุซึ่งทำสีให้ดูเหมือนนกบัสตาร์ดฮูบารา สำหรับฝึกเหยี่ยวหนุ่มสาวให้เรียนรู้การไล่ล่า

ห้างนี้ยังมีคลินิกเหยี่ยวที่ซึ่งผมพบชายหนุ่มในชุดพื้นเมืองดิชดาชายาวสีขาว มีเหยี่ยวเพเรกรินเกาะแขน ลูกชายวัยเด็ก สองคนเดินตามหลังมา  “เหยี่ยวป่วยหรือครับ” ผมเอ่ยถาม “เปล่าครับ ผมพามันมาตรวจสุขภาพ” ชายคนนั้นตอบ “มันกำลังจะลงแข่ง!” เด็กชายคนหนึ่งบอก “มันจะชนะ!” คนพี่พูด  ชายคนนั้นยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ

เหยี่ยวปีกแหลม
ชีคบูตตี บิน มักตูม บิน จูมา อัล มักตูม แห่งราชวงศ์ดูไบ ทรงมีฟาร์มเหยี่ยวหลายแห่งซึ่งรวมถึงกรงนกใหญ่กลางแจ้ง ที่ซึ่งพระองค์ พระโอรส และเจ้าหน้าที่ดูแลเหยี่ยว ปีกแหลมหลายร้อยตัว ได้แก่ เหยี่ยวเจอร์ เหยี่ยวเพเรกริน เหยี่ยวเซเกอร์ และเหยี่ยวชนิดอื่นๆ

ผมยังแวะไปดูโซนที่ขายเหยี่ยวเป็นๆ มีเหยี่ยวเพเรกรินและเหยี่ยวเซเกอร์ซึ่งผู้ฝึกเหยี่ยวชาวซาอุดีอาระเบียนิยม มาแต่เดิม และเหยี่ยวเครสเตลตัวลายๆ ขนาดเล็กอีกสองสามตัว ซึ่งเป็นนกสำหรับหัดเลี้ยง  ผมถามเจ้าของนกว่า นกมาจาก ที่ไหน คนขายแต่ละคนชี้ไปยังเอกสารที่มีตราราชการประทับระบุประเทศต้นกำเนิดของเหยี่ยว  ในทางปฏิบัติแทบจะพูดได้ว่าตอนนี้เหยี่ยวแต่ละตัวที่เข้าออกยูเออี ต้องมีหนังสือเดินทางของตัวเอง

แม้จะมีความพยายามของยูเออี แต่การลักลอบค้าเหยี่ยวยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ของโลก  นักอนุรักษ์รายงานว่า เหยี่ยวเซเกอร์และเหยี่ยวเพเรกรินถูกจับในช่วงอพยพผ่านปากีสถานและลักลอบส่งผู้ซื้อที่มั่งคั่งในตะวันออกกกลาง  เหยี่ยวเจอร์ในดินแดนแถบอาร์กติกของรัสเซียยังถูกลักลอบจับด้วย  ในบรรดาชนิดพันธุ์ที่กล่าวมา มีเพียงเหยี่ยวเซเกอร์ที่ปัจจุบันจัดอยู่ในภาวะถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็มีรายงานว่าประชากรเหยี่ยวเจอร์บางกลุ่มในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ   หลายแห่งดูเหมือนจะมีจำนวนลดลง  นักอนุรักษ์กังวลว่า การค้าเหยี่ยวผิดกฎหมาย ผนวกกับถิ่นอาศัยของเหยี่ยวที่นับวันมีแต่จะหดหายไป โดยเฉพาะในแถบอาร์กติก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจคุกคามการอยู่รอดในระยะยาว ของเหยี่ยว

เรื่อง  ปีเตอร์ กวิน           

ภาพถ่าย  เบรนต์ สเตอร์ตัน

เหยี่ยวปีกแหลม
หลังการฝึกในทะเลทราย เหยี่ยวถูกผูกกับคอนเพื่อขึ้นรถนำกลับมายังดูไบ สายตาของเหยี่ยวเฉียลคมมากจนการเคลื่อนไหว เพียงเล็กน้อยหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแสงอาจทำให้เหยี่ยวตกใจได้
เหยี่ยวปีกแหลม
ชีคบูตตี บิน มักตูม บิน จูมา อัล มักตูม เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของราชวงศ์ดูไบ ทรงโพสท่าถ่ายภาพกับเหยี่ยวตัวโปรดบางตัว ชีคทรงช่วยบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการเลี้ยงและฝึกเหยี่ยวของโลกอาหรับ โดยทรงโปรดเหยี่ยวที่ทรงเพาะพันธุ์ขึ้นเองมากกว่าเหยี่ยวที่จับจากธรรมชาติ
เหยี่ยวปีกแหลม
สัตวแพทย์และผู้ช่วยที่โรงพยาบาลเหยี่ยวอาบูดาบีรักษานกปีละราว 11,000 ตัว ที่นี่จึงเป็นโรงพยาบาลสัตว์ปีกขนาดใหญ่ ที่สุดในโลก ผู้ฝึกเหยี่ยวนำเหยี่ยวเข้ามารับบริการทุกอย่าง ตั้งแต่การตรวจสุขภาพไปจนถึงการรักษาอาการบาดเจ็บอย่างปีกหัก

 

อ่านเพิ่มเติม

ชะตากรรมของนกชนหิน

เรื่องแนะนำ

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน หมาในหรืออีกชื่อเรียกว่าหมาแดง (Dholes) เหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในอินเดีย ภายใต้หน้าตาซื่อๆ คล้ายสุนัขบ้าน แต่หมาในเหล่านี้มาพร้อมกับความสามารถเฉพาะตัวที่ซุกซ่อนไว้ หนึ่งคือพวกมันมีป่าฉี่ที่แปลกประหลาดและเป็นเอกกลักษณ์ นั่นคือการยืนด้วยขาหน้าทั้งสอง สองพวกมันมีวิธีการล่าเหยื่อแบบการทำงานเป็นทีม หมาในมีขนาดเล็กกว่าเหยื่อก็จริง แต่พวกมันจึงใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันเพื่อชดเชยข้อจำกัดนี้แทน เมื่อล่าเหยื่อหมาในหนึ่งตัวจะติดตามเหยื่อ ในขณะที่อีกตัวเลี่ยงไปอีกทางเพื่อประกบให้เหยื่อหนียากขึ้น ปัจจุบันพวกมันกำลังเผชิญกับการคุกคามถิ่นที่อยู่และบางครั้งก็ติดโรคมาจากสุนัขบ้านที่มนุษย์นำเข้ามาเลี้ยงเช่น โรคหัดหรือโรคพิษสุนัขบ้าที่คร่าชีวิตประชากรหมาในไปจำนวนมาก   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน, ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

อึปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ

อึปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ในมหาสมุทรมีปลิงทะเลมากถึง 1,250 สายพันธุ์ จากในคลิปวิดีโอนี่คือปลิงทะเลที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Thelenota anax และใช่ตามที่คุณคิด…มันกำลังอึ! เจ้าปลิงคว้าเอาตะกอนทรายเข้าไปในปากของมัน ระบบย่อยอาหารที่น่าทึ่งจะย่อยเอาสารอินทรีย์อย่างโปรโตซัว และขจัดของเสียที่ไม่ต้องการออกมา ด้วยวิถีชีวิตเช่นนี้อึของมันที่ถูกกำจัดออกมาจึงกลายเป็นอาหารให้สัตว์อื่นๆ ต่อไป อีกทั้งผืนทรายที่ร่วนซุยยังเอื้อให้สาหร่ายและหญ้าทะเลซึ่งมีหน้าที่ผลิตออกซิเจนเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย แม้ปลิงทะเลจะไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง ทว่าหากขาดพวกมันไประบบนิเวศก็จะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน ทั้งนี้ปลิงมีสารพิษ โฮโลทูลิน ซึ่งปล่อยออกทางผิวหนัง ใช้ในการป้องกันอันตรายจากปลาและปู ถ้าหากนำปลิงทะเลไปใส่ในตู้เลี้ยงปลามันจะปล่อยสารพิษดังกล่าวออกมามากจนทำให้ปลาตายได้   อ่านเพิ่มเติม แมงกะพรุนทำสิ่งเหล่านี้ได้ แม้ไม่มีสมอง

ช่วยด้วย! ช้างตกทะเล

เจ้าช้างตัวนี้ถูกน้ำทะเลพัดออกจากฝั่งเกือบ 15 กิโลเมตร (8 ไมล์ทะเล) ขณะเดินข้ามข้ามทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai เพื่อไปยังป่าอีกฝั่งหนึง เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบช้างตัวดังกล่าวกำลังพยายามลอยตัวในทะเลจากฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา  เจ้าช้างเกือบจะจมน้ำ ได้แต่ชูงวงไว้หายใจและเหนื่อยอ่อน  เจ้าหน้าที่ทหารเรือของศรีลังการเชื่อว่าช้างตัวดังกล่าวพยายามข้ามสันดอนทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai ซึ่งอยู่ตรงกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์และระหว่างผืนป่าสองแห่งที่บรรดาช้างใช้เป็นทางลัดเดิน กระทั่งว่ายน้ำข้ามเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ทหารเรือในชุดประดาน้ำต้องว่ายน้ำจากเรือเพื่อคล้องเชือกรอบตัวช้าง  อีกคนต้องขึ้นขี่หลังนำทางเจ้าช้างหลงทะเลกลับขึ้นฝังอย่างปลอดภัย เรื่องช้างว่ายน้ำไม่ได้เป็นเรื่องแปลกประหลาด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างช้างลอยตัวในน้ำและว่ายน้ำได้โดยอาศัยงวงช่วยหายใจ และช้างถือเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนบก ถ้าไม่นับนักกีฬาว่ายน้ำมืออาชีพ  ช้างอินเดียชื่อราชัน วัย 66 ปีที่เพิ่งล้มไปเมื่อปีก่อน ก็เป็นนักว่ายน้ำผู้โด่งดังในยูทูป  แต่หากช้างต้องว่ายน้ำทะเลต่อเนื่องกันนานเกินไป มันจะเหนื่อยมากเนื่องจากใช้พลังงานมากเกินไปในการเอาชีวิตให้รอด และน้ำทะเลก็เป็นอันตรายต่อผิวช้าง หากมันต้องแช่อยู่นานๆ  ในศตวรรษที่ผ่านมา ประชากรช้างศรีลังกาลดลงถึงร้อยละ 65 เพราะการตัดไม้ทำลายป่า  ปัจจุบันช้างศรีลังการถูกคุ้มครองตามกฎหมาย เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็น   อ่านเพิ่มเติม : แกะรอยงาช้างเถื่อน, ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ, จะเป็นอย่างไร? เมื่อทดลองตั้งกล้องถ่ายต้นไม้ไว้ 1 ปี

แกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์

แกะรอยทางพรานลักลอบล่า เสือจากัวร์ พายุฝนที่โหมกระหน่ำตลอดทั้งคืน เปลี่ยนสายน้ำสีเขียวของแม่น้ำรีโอเกนเดเกให้กลายเป็นสีแดงจากดินโคลนและเกรี้ยวกราด เมฆทะมึนเบื้องบนดูพร้อมที่จะถั่งโถมลงมาอีกครั้งได้ทุกเมื่อ โชคดีที่เรือของเราแข็งแรงมีหลังคาคลุม  ผมร่วมภารกิจลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากอุทยานแห่งชาติมาดิดี ในโบลิเวีย  พวกเขากำลังสืบหาเบาะแสของปัญหาที่รุนแรงขึ้นในป่าฝนผืนนี้ อุทยานแห่งชาติมาดิดีเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอันน่าตื่นตา  รุ่มรวยไปด้วยชนิดพันธุ์นกมากกว่าร้อยละ 11 ของชนิดพันธุ์ที่พบทั่วโลก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 200 ชนิด ที่นี่ยังเป็นบ้านของเสือจากัวร์ แมวใหญ่ลายจุดผู้ลี้ลับซึ่งครั้งหนึ่งเคยท่องไปทั่วผืนป่าจากแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ลงไปจนถึงอาร์เจนตินา เสือจากัวร์สูญเสียถิ่นอาศัยให้ไร่ปศุสัตว์ พื้นที่เกษตรกรรม และการทำไม้อย่างผิดกฎหมาย และมนุษย์ยังคร่าชีวิตมันเพราะความกลัว (ทั้งๆที่เสือจากัวร์แทบไม่เคยโจมตีมนุษย์) หรือไม่ก็กังวลว่า พวกมันจะเข้ามากินปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ (ซึ่งจากัวร์ทำในบางครั้ง) และในตอนนี้ เสือจากัวร์กำลังเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นั่นคือการลักลอบล่าเพื่อป้อนธุรกิจค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย บางทีอาจไม่มีที่ไหนที่ภัยคุกคามนี้จะเด่นชัดเท่ากับในโบลิเวีย ที่ซึ่งพนักงานไปรษณีย์ตรวจยึดเขี้ยวเสือจากัวร์หลายร้อยชิ้นระหว่างลักลอบส่งไปยังประเทศจีน ในโบลิเวีย การล่า รวมไปถึงการซื้อขาย และแม้แต่การครอบครองชิ้นส่วนของเสือจากัวร์ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเป็นเช่นนี้มานานปีแล้ว เช่นเดียวกับการซื้อขายชิ้นส่วนเสือจากัวร์ในตลาดระหว่างประเทศ แต่ในโบลิเวีย การหลบเลี่ยงความผิดมักเป็นเรื่องง่าย เพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง และราคาของเขี้ยวเสือจากัวร์ก็จัดว่าสูงมาก บางครั้งอาจมีสนนราคาระหว่าง 100 ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น “ผู้คนมองว่าเป็นช่องทางทำเงินครับ” นูโน เนกรอยส์ ซัวเรส นักชีววิทยาที่ร่วมงานกับองค์กรอนุรักษ์โบลิเวีย บอกและเสริมว่า “พวกเขารู้ว่าคงไม่โดนเล่นงาน” […]