แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน - National Geographic Thailand

แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน

แมวน้ำกินปูคลานขึ้นมาบนแผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่เพื่องีบหลับ ตกลูก หรือซ่อนตัวจากวาฬเพชฌฆาตหรือแมวน้ำเสือดาว (สังเกตได้จากแผลเป็นเด่นชัดบนลำตัว) การมีน้ำแข็งทะเลน้อยลงในน่านน้ำรอบคาบสมุทรแอนตาร์กติก ทำให้ภูเขาน้ำแข็งอย่างก้อนนี้ซึ่งหลุดออกจากธารน้ำแข็งบนแผ่นดิน กลายเป็นที่พักพิงสำคัญของส่ำสัตว์

แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน

คาบสมุทรแอนตาร์กติกมีความยาวกว่าประเทศอิตาลี และมีปลายม้วนขึ้นเหนือไปทางเขตอบอุ่น ภูมิอากาศของที่นั่นสำหรับทวีป แอนตาร์กติกา ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง อุณหภูมิฤดูร้อนมักจะสูงกว่าจุดเยือกแข็ง พืชที่ขึ้นเป็นหย่อมๆกระจายอยู่ตามกองหินแกรนิตและหินบะซอลต์ที่โผล่ขึ้นมา  คาบสมุทรนี้ยังเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น แมวน้ำเฟอร์ แมวน้ำช้าง เพนกวินอาเดลี เพนกวินเจนทู และเพนกวินคางแถบ นกเพเทรลและนกชีทบิลล์โผบินอยู่บนฟ้า ชีวิตเหล่านี้ล่วนแต่ต้องพึ่งพาอาศัยท้องทะเล

บนคาบสมุทรขรุขระ ความเงียบสงบของแอนตาร์กติกาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องเซ็งแซ่และการเคลื่อนไหวเป็นหย่อมๆ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยแง่มุมพิลึกพิลั่น ธารน้ำแข็งสีฟ้าขาวไหลไปทางมหาสมุทรและทลายลงเป็นภูเขาน้ำแข็งรูปร่างต่างๆเท่าที่จะคิดจินตนาการได้ ภูเขาน้ำแข็งขนาดเท่าเมืองย่อมๆพุ่งทะยานสู่หมู่เมฆ แม้กระทั่งไกลออกไปหลายสิบกิโลเมตร คุณจะยังได้ยินเสียงแตกและระเบิดดังครืนครั่นเหมือนเสียงปืนใหญ่

ที่นั่นดูเหมือนป่าดงพงไพร และเป็นเช่นนั้นจริง แต่ใช่ว่าจะไร้ผู้แผ้วพาน ผู้คนทำให้สรรพชีวิตในภูมิภาคนี้เปลี่ยนแปลงไปหลายสิบปีก่อนหน้าที่จะมีใครได้เห็นแอนตาร์กติกาเสียอีก ไม่นานหลังจากกัปตันเจมส์ คุก ฝ่าน่านน้ำของแอนตาร์กติกมาได้ในทศวรรษ 1770 พวกพรานได้เริ่มลงมือสังหารแมวน้ำเฟอร์นับล้านๆตัว ส่วนใหญ่เพื่อนำหนังมาทำหมวกและเสื้อคลุม พวกเขายังฆ่าแมวน้ำช้างเพื่อเอาไขมาทำสีทาบ้านและสบู่ คนกลุ่มแรกๆที่ย่างเท้ามาเหยียบทวีปนี้น่าจะเป็นนักล่าแมวน้ำจากคอนเนตทิคัต ซึ่งขึ้นฝั่งทางตะวันตกของคาบสมุทรเมื่อปี 1821

แอนตาร์กติกา
เพนกวินอาเดลีไถลตัวไปบนน้ำแข็ง ด้านหลังพวกมันบนเกาะพอเลต เพนกวินอีกหลายพันตัวยืนเรียงรายบนเนินขรุขระและเต็มไปด้วยมูลนก

หลังจากนั้น นักล่าวาฬเริ่มแทงฉมวกใส่วาฬแกลบครีบดำ วาฬสีน้ำเงิน วาฬฟิน และวาฬหลังค่อม พวกเขาดึงเอาแผ่นซี่กรองอาหารออกจากปากเพื่อนำไปทำแส้ ก้านร่ม เสื้อรัดทรงสตรี และสปริงรถม้า รวมทั้งใช้ไขวาฬทำความร้อนจุดตะเกียง และทำเนยเทียม ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ เซาท์จอร์เจียกลายเป็นแหล่งจาริกของนักล่าวาฬ อ่าวลีทเป็นสถานีล่าวาฬแห่งสุดท้ายที่ปิดตัวลงเมื่อปี 1966

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทิ้งร่องรอยชัดแจ้งไว้นับแต่นั้น อากาศฤดูหนาวบนคาบสมุทรฝั่งตะวันตกอบอุ่นขึ้นกว่าห้าองศาเซลเซียสนับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา สายลมพัดพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่การไหลเวียนของมหาสมุทร โดยดันน้ำลึกที่อุ่นกว่าขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้น้ำแข็งทะเลซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อผิวน้ำจับตัวแข็งเป็นก้อน ละลายหายไป ปัจจุบัน น้ำแข็งทะเลก่อตัวช้าลงแต่ละลายเร็วขึ้น ฤดูไร้น้ำแข็งทางคาบสมุทรฝั่งตะวันตกกินเวลานานกว่าเมื่อปี 1979 ถึง 90 วัน

แอนตาร์กติกา
แมวน้ำเสือดาวงับเพนกวินอาเดลีวัยเยาว์ ก่อนจะลากลงไปให้จมน้ำตายใกล้แอนตาร์กติกซาวด์ ตรงปลายสุดทางตอนเหนือของคาบสมุทร ตามปกติแล้ว แมวน้ำเสือดาวจะล่าเหยื่อเพียงลำพังตามแพน้ำแข็งนอกชายฝั่ง แต่เมื่อน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งช้าลงและละลายเร็วขึ้น ทุกวันนี้พวกมันจึงมักจับกลุ่มอยู่ใกล้ชายฝั่งซึ่งมีคอโลนีของเพนกวินอยู่

การสูญเสียน้ำแข็งทำให้น้ำอุ่นสัมผัสอากาศเย็น น้ำจึงระเหยมากขึ้น และกลับคืนสู่ทวีปที่แห้งที่สุดของโลกในรูปหิมะหรือกระทั่งฝน  ผลการสำรวจครั้งหนึ่งของอังกฤษระบุว่า ธารน้ำแข็งอย่างน้อย 596 แห่งจากจำนวน 674 แห่ง บนคาบสมุทรแอนตาร์กติกฝั่งตะวันตกกำลังถดถอย  ในพื้นที่อื่นๆของแอนตาร์กติกา หิ้งน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่ามากกำลังละลายและถล่มลง ส่อเค้าว่าจะทำให้ระดับทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

น้ำแข็งเป็นสิ่งจำเป็นต่อหลายชีวิต นอกเหนือจากเพนกวินอาเดลี เพราะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ เช่นเดียวกับที่หญ้าเป็นศูนย์กลางของทุ่งหญ้าสะวันนา เมื่อน้ำแข็งหายไป ความสัมพันธ์ต่างๆจะแปรเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาไม่ได้ เช้าวันหนึ่งใกล้แอนตาร์กติกซาวด์ พอล นิกเคลน กับคีท แลดซินสกี ช่างภาพ และผม สวมชุดดรายสูท และดำน้ำแบบสนอร์เกิลอยู่ใกล้ฝั่ง เราเฝ้ามองเพนกวินอาเดลีแสนซนตัวหนึ่งสำรวจดูคลื่นที่เกิดจากแพน้ำแข็งซึ่งทลายลง มันดูลังเลว่าจะดำน้ำลงไปดีหรือไม่ นั่นเป็นเพราะแมวน้ำเสือดาวกำลังว่ายวนเวียนอยู่แถวนั้น และบางครั้งก็โผล่ขึ้นมาหายใจบนน้ำแข็ง

แอนตาร์กติกา
แมวน้ำเฟอร์นั่งพักใกล้กองกระดูกวาฬที่ถูกหิมะปกคลุม แมวน้ำเฟอร์ฟื้นตัวได้ไวหลังมีการห้ามล่าพวกมันในแอนตาร์กติกา ผิดกับวาฬหลายชนิดที่ยังไม่ฟื้นตัว ปัจจุบัน จำนวนประชากรแมวน้ำเฟอร์ในหมู่เกาะเซาท์เชตแลนด์กำลังลดลงอีกครั้ง อันเป็นผลกระทบทางอ้อมจากการที่น้ำแข็งทะเลละลาย ทำให้แมวน้ำเสือดาวขึ้นฝั่งมากินลูกแมวน้ำเฟอร์

แมวน้ำเสือดาวอาจหนักได้เท่ารถคันเล็กๆครึ่งคัน ขากรรไกรที่เต็มไปด้วยฟันของมันอ้าได้กว้างกว่าหมีกริซลี เวลาปิดปากจะดูเหมือนมันกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ นั่นคือหน้าตาของนักล่าเวลามันป้วนเปี้ยนรอบตัวเรา ทั้งกะลิ้มกะเหลี่ยร้อนรน และเป็นใหญ่ในอาณาเขตของมัน

ทันใดนั้น แมวน้ำเสือดาวอีกสองตัวก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันว่ายน้ำเอื่อยๆ หมุนวนไปรอบๆตัวอีกฝ่าย ไม่นานก็ตามมาอีกสองตัว สายตาของพวกมันจับจ้องไปยังเพนกวินตัวอื่นๆ เพนกวินค่อยๆลงน้ำทีละตัว และแมวน้ำก็เริ่มไล่กวดพวกมัน เพนกวินบางตัวหมุนตัวกลับเพื่อวิ่งหนีขึ้นไปบนน้ำแข็งและหาที่หลบภัย แต่บางตัวก็ถึงคราวเคราะห์ ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ไม่เกินสนามหลังบ้านสองสนามต่อกัน แมวน้ำเสือดาวห้าตัวได้ลิ้มรสเพนกวิน ฟัดร่างโชกเลือดของเหยื่อไปมาและฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ

ภาพตรงหน้าสะกดสายตาและ “ไม่ปกติอย่างยิ่ง” เทรซีย์ โรเจอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านแมวน้ำเสือดาวจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ บอกผมในภายหลัง แมวน้ำเสือดาวเหมือนหมีกริซลีตรงที่เป็นสัตว์รักสันโดษ และมักออกล่าตามน่านน้ำกว้างใหญ่ไกลจากฝั่ง พวกมันต้องอาศัยแพน้ำแข็งเพื่อพักระหว่างล่า การสูญเสียน้ำแข็งทะเลเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้พวกมันต้องเกาะกลุ่มกันอยู่ใกล้แผ่นดินมากขึ้น และทำให้พฤติกรรม สถานที่ และแม้แต่เหยื่อที่พวกมันล่า เปลี่ยนแปลงไปด้วย

แมวน้ำเสือดาวมักไม่อยู่ใกล้แหล่งผสมพันธุ์ของแมวน้ำเฟอร์ “นักล่าแมวน้ำในทศวรรษ 1800 เก็บปูมและบันทึกไว้ละเอียดยิบครับ” ดั๊ก เคราส์ นักชีววิทยาสัตว์ป่าที่สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา บอก “ไม่มีใครบันทึกไว้ว่าเคยเห็นแมวน้ำเสือดาวป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น” ตอนนี้แมวน้ำเสือดาว 60 ถึง 80 ตัวจะคืบคลานขึ้นฝั่งทุกปีตรงแหลมเชอร์เรฟฟ์ในหมู่เกาะเซาท์เชตแลนด์ พวกมันฆ่าลูกแมวน้ำเกิดใหม่มากกว่าครึ่งหนึ่งตรงแหล่งผสมพันธุ์ขนาดใหญ่ที่สุดของแมวน้ำเฟอร์ในภูมิภาคนี้

หลังการล่าแมวน้ำเชิงพาณิชย์ในแอนตาร์กติกาปิดฉากลงในทศวรรษ 1950 ประชากรแมวน้ำเฟอร์ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น นักวิทยาศาสตร์คิดว่า พวกมันจะสามารถปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศที่กำลังอบอุ่นขึ้นได้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันจำนวนประชากรที่แหลมเชอร์เรฟฟ์กลับลดลงร้อยละ 10 ต่อปี “สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้น่าตะลึงมาก ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนครับ” เคราส์บอก

เรื่อง เครก เวลช์

ภาพถ่าย พอล นิกเคลน, คริสตินา มิตเทอร์ไมเยอร์ และคีท แลดซินสกี

แอนตาร์กติกา
นกสกัวอาบน้ำในแอ่งน้ำทะเลขัง นกชนิดนี้กินไข่และลูกเพนกวิน ปลา และคริลล์ เป็นอาหาร พวกมันยังเป็นสัตว์กินซากด้วย เปรียบได้กับแร้งแห่งแอนตาร์กติกา โดยทำหน้าที่เก็บกวาดในสถานที่ที่ซากสัตว์ไม่เน่าเปื่อยเพราะความหนาวเย็น

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำความรู้จักกับ ทวีปแอนตาร์กติกา

เรื่องแนะนำ

มาเรียม : ดุหยงน้อยสู่ความหวังพะยูนไทย – บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

เกาะติดภารกิจดูแล "มาเรียม" ลูกพะยูนกำพร้า ซึ่งถือเป็นภารกิจดูแลลูกพะยูนในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติครั้งแรกของประเทศไทย มาเรียมไม่เพียงเป็นขวัญใจของเหล่านักอนุรักษ์ ชาวบ้าน และอาสาสมัครจากทุกแห่งหน แต่ยังกลายเป็นความหวังสำคัญในการจัดการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของพะยูนไทยในระยะยาว

พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

ไม่บ่อยนักที่จะพบลูกสิงโตขาวในธรรมชาติ เนื่องจากพวกมันมักตายตั้งแต่ยังเล็ก มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่เติบโตไปเป็นสิงโตขาวตัวเต็มวัยได้

ก็แค่อยากเล่นด้วย!

ชีวิตที่ปราศจากการเล่นไม่ใช่ชีวิตที่สนุกสนานเท่าไหร่นัก แม้แต่ฮิปโปโปเตมัสก็เช่นกัน มาร์กริต ฮาร์ริส ได้ถ่ายวิดีโอช่วงเวลาที่เจ้าฮิปโปน้อยพยายามหยอกล้อเล่นกับจระเข้เอาไว้ ภายในอุทยานแห่งชาติ Hwange ในซิมบับเว “มันไม่ใช่ภาพที่หาชมได้ง่ายนะคะ ที่ลูกฮิปโปพยายามเล่นกับจระเข้ ส่วนเจ้าจระเข้ก็ไม่ทำอะไรมัน” ฮาร์ริสกล่าว ตัวเธอเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่า Nikela ที่ให้ความช่วยเหลือ และอนุรักษ์สัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์เอาไว้ ในขณะที่ฮาร์ริสและสามีของเธอมองว่าลูกฮิปโปพยายามที่จะเล่นสนุก ด้านบรรดาผู้ชมคลิปวิดีโอในยูทูบกลับมองว่าเจ้าฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากอาณาเขตมากกว่า “เพราะฮิปโปไม่ได้รู้สึกถึงสัญญาณของการคุกคาม นั่นจึงเป็นไปได้ว่ามันแค่อยากจะเล่นเท่านั้น” เจน กายตัน นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในโมซัมบิกกล่าว “พฤติกรรมการเล่นสนุก เช่นในสุนัข เป็นอะไรที่พบได้ และสอดคล้องกันในสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนม” เธอกล่าว หากฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากพื้นที่จริง มันจะส่งเสียงคำราม และแยกเขี้ยวให้เห็น พฤติกรรมการเล่นสนุกระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานนั้น เป็นเรื่องแปลก เพราะปกติแล้วสัตว์แต่ละชนิดจะเลือกเล่นกับสัตว์สปีชีส์เดียวกันมากกว่า “เป็นไปได้ว่าบริเวณนั้นไม่มีลูกฮิปโปตัวอื่นให้มันเล่นด้วย แต่ตัวฉันคิดว่าพฤติกรรมที่เราเห็นนี้เกิดจากความสงสัยใคร่รู้ตามประสาลูกๆของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่ะ” กายตันกล่าว ปกติแล้วจระเข้จะล่าลูกฮิปโปเป็นอาหาร แต่โชคดีที่ลูกฮิปโปตัวนี้มีขนาดใหญ่จนรอดพ้นจากคมเขี้ยวไปได้ “มองอีกมุมมันก็เป็นข้อดีนะคะ เพราะถ้าฮิปโปตัวนี้เป็นตัวเมีย ในอนาคตถ้ามันมีลูกมันก็จะสอนลูกของมันได้” กานตันกล่าว “การเล่นกับจระเข้ในตอนที่คุณยังเป็นเด็ก จะช่วยให้คุณเรียนรู้ว่าจระเข้มีพฤติกรรม และการตอบสนองอย่างไร” เรื่อง ฮันน่า หลาง   อ่านเพิ่มเติม […]

แม่เหล็กช่วยขับไล่ฉลาม

แม่เหล็กช่วยขับไล่ฉลาม ดูเหมือนว่าจากผลการทดลองใหม่ทางวิทยาศาสตร์ การใช้แม่เหล็กน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจว่าคุณจะไม่ถูกฉลามโจมตี ขณะออกไปหาปลากลางทะเล รายงานระบุว่าแม่เหล็กช่วยไม่ให้ฉลามและปลากระเบนว่ายเข้ามาติดยังกับดักปลาแบบเดิมๆ ปกติแล้วฉลามมีอวัยวะรับสัมผัสอยู่บริเวณส่วนหัว อวัยวะพิเศษนี้ช่วยให้มันสามารถตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อที่หดตัวของเหยื่อ ทว่าสนามแม่เหล็กที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติเหล่านี้ส่งผลให้พวกมันสับสน หลังการทดลองตลอด 8 เดือน ทีมวิจัยพบว่าแม่เหล็กช่วยให้ฉลามที่ว่ายเข้ามาติดยังกับดักปลาลดลงถึง 30% และคาดกันว่าด้วยอุปกรณ์เสริมเพียงราคาไม่กี่ดอลลาร์สหรัฐนี้จะช่วยชีวิตฉลามใกล้สูญพันธุ์อีกจำนวนมาก จากการถูกจับโดยไม่ตั้งใจโดยธุรกิจประมง   อ่านเพิ่มเติม ฉลามดุทะเลเดือด