สิงโต vs ยีราฟ กับความสูงที่ไม่เป็นอุปสรรค มาดูกันว่าใครจะชนะในศึกมวยข้ามรุ่นนี้

ศึกมวยข้ามรุ่นระหว่าง สิงโต และยีราฟ มาดูกันว่าไฟต์นี้ใครจะได้เข็มขัดไปครอง

เห็นอย่างนี้แล้ว คงทำให้อดนึกถึงภาพตัวเองในอดีตที่เคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองกับเพื่อนๆ เป็นไม่ได้


ยีราฟตัวหนึ่งที่เดินอยู่ในทุ่งหญ้าด้วยท่าทางลังเลกับการมีสิงโตเกาะอยู่ด้านหลัง พร้อมกับ สิงโต อีกสองตัวที่กอดขาหลังทั้งสองข้างไว้อย่างแน่นหนา

วิดิโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ยีราฟเต็มวัยเพศผู้ล้มลงให้ได้ของเหล่าสิงโต โดย Francois Pienaar ไกด์ของทางสวนสัตว์ ผู้บันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด กล่าวว่า ภาพฝูงสิงโตช่วยกันเพื่อที่จะทำให้ยีราฟล้มลงนั้นถือเป็นไฮไลท์ของอาชีพการทำงานของเขาเลย

วิธีการจู่โจมเหยื่อแบบนี้ของสิงโตถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยสิงโตจะเล็งไปที่ขาหลังของเหยื่อก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะเป็นที่หลัง และสุดท้ายจะจบด้วยคอ แต่ในกรณีของยีราฟนั้น โดยเฉพาะตัวที่กำลังยืนอยู่ สิงโตจะต้องข้ามขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากคอที่มีความยาวของยีราฟ เป็นเหตุผลของภาพที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงในวิดิโอนั่นเอง ซึ่งปกติหากจะเอาชนะยีราฟที่โตเต็มที่แบบนี้ได้ นักล่าจะต้องทำให้พวกมันล้มลงเสียก่อน

แต่ใช่ว่ายีราฟเองจะไม่สามารถต่อกรกับนักล่าอย่างสิงโตได้ เพราะด้วยขาหลังอันทรงพลังของยีราฟ การเตะเพียงหนึ่งครั้งก็ถือว่าเพียงพอต่อการทำให้สิงโตบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ด้วยเหตุนี้ สิงโตจึงเบนเข็มไปที่ลูกยีราฟมากกว่า แทนที่จะจู่โจมตัวที่โตเต็มวัย ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างสิงโตและยีราฟยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมานะอุตสาหะของสิงโต แต่แล้วความพยายามของสิงโตอย่างเดียวก็ไม่อาจเพียงพอ ยีราฟสามารถสลัดเหล่าสิงโตออกไปได้

สิงโต

แม้ว่าสิงโตจะมีดีกรีเป็นถึง “เจ้าป่า” แต่ยีราฟเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่หมูมาให้เชือดนิ่มๆ โดยรอบนี้ยีราฟออกนำ สิงโต ไปก่อน 1-0..

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : ลูกยีราฟได้ลายมาจากแม่

ลูกยีราฟ

 

เรื่องแนะนำ

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก

ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

ย้อนกลับไปในอดีตบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เติบโตในรกมีอัณฑะอยู่นอกร่างกาย แต่แล้วสัตว์กลุ่มหนึ่งกลับวิวัฒนาการให้กล่องดวงใจกลับเข้าไปอยู่ข้างใน

นี่ไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา แต่คือแมวดาว

นี่ไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา แต่คือแมวดาว ชายชาวจีนคนหนึ่งในมณฑลยูนนานบังเอิญพบลูกแมวถูกทิ้งเอาไว้ข้างทางนอกเมือง เขาช่วยเหลือและดูแลมันก่อนที่สามวันต่อมาจะเริ่มสังเกตเห็นว่านี่อาจไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา จึงส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มันคือแมวดาว (Prionailurus bengalensis) เสือขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่ถือเป็นสัตว์คุ้มครองในจีน พวกมันเป็นสัตว์ออกหากินตอนกลางคืนและมีขนาดตัวใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไป ดูเหมือนว่าชายชาวจีนที่เก็บมันได้จะไปเจอเข้ากับลูกแมวดาวตัวนี้ในตอนที่แม่ของมันออกไปหาอาหารพอดี ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนที่จะพาลูกแมวดาวตัวนี้กลับไปคืนแม่ของมัน เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ป่าหายาก   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

รัฐไอดาโฮ เขียน (ร่าง) กฎหมายให้ล่าหมาป่าได้ร้อยละ 90 ของประชากรหมาป่าในรัฐ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการคุกคามความพยายามหลายสิบปีที่ได้ฟื้นฟูจำนวนประชากร หมาป่า ของรัฐ ซึ่งใช้เงินภาษีไปกว่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ร่างกฎหมายของรัฐไอดาโฮได้ผ่าน (ร่าง) กฎหมายที่ตั้งเป้าจะกำจัดประชากรส่วนใหญ่ของหมาป่าในรัฐ ข้อกฎหมายที่จะยกเลิกขีดจำกัดเรื่องจำนวนการล่า หมาป่า แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมการล่าหมาป่าในรัฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมันได้สร้างความโกรธเคืองในหมู่นักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ รวมไปถึงกลุ่มผู้ที่สนับสนุนการล่าหมาป่า (ร่าง) กฎหมายฉบับใหม่นี้จะส่งให้เหล่านายพรานและผู้รับเหมาเอกชน สามารถล่าหมาป่าได้มากกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนประชากรหมาป่าในรัฐ ที่มีประมาณ 1,500 ตัวจากการนับครั้งล่าสุด การตัดสินใจครั้งนี้ประกาศออกมาในเวลาเพียงหนึ่งเดือน หลังจากที่หมาป่าสายพันธุ์ดังกล่าวถูกถอดออกจากบัญชีสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐฯ แม้ว่าประชากรหมาป่าในเทือกเขาร็อกกีตอนเหนือจะถูกถอดออกจากบัญชีตั้งแต่ปี 2011 ก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้คุกคามความพยายามอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาหลายสิบปี และใช้เงินภาษีไปกว่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อการฟื้นฟูจำนวนประชากรหมาป่าในภูมิภาค (ร่าง) กฎหมายนี้ได้ผ่านเข้าไปในสภา และได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสมาชิกพรรครีพับบลิกัน แต่ได้รับการต่อต้านจากสมาชิกพรรคเดโมแครตเช่นกัน (ร่าง) กฎหมายฉบับนี้ได้รับการยอมรับเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนคะแนนเสียง 26 ต่อ 7 ในวุฒิสภาของรัฐ และผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งรัฐ เมื่อวันที่ 27 เมษายน ด้วยคะแนนเสียง 58 ต่อ 11 และในปัจจุบันกฎหมายนี้กำลังถูกเสนอไปยังสำนักงานของผู้ว่าการรัฐ หนึ่งในสมาชิกพรรครีพับบลิกัน แบรต ลิตเทิล […]