เพราะเหตุใด แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์ - National Geographic Thailand

เพราะเหตุใดแมลงสาบถึงไม่สูญพันธุ์

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

เพราะเหตุใด แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์

       หลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของแมลงชนิดหนึ่ง เป็นข้อพิสูจน์ที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าแมลงสาบนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงราวๆ 300 ล้านปีก่อน เนื่องจากมันดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน เจ้าแมลงสาบหลากหลายสายพันธุ์จึงถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ที่สูญพันธุ์ยากเป็นอันดับต้นๆ

 

แมลงสาบ
ซากดึกดำบรรพ์คล้ายแมลงสาบที่เก่าแก่ที่สุด คาดการณ์ว่ามาจากยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous) ซึ่งอยู่ในช่วง 354 – 295 ล้านปีก่อน ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.crystalinks.com/fossilcockroach.html

 

หากพูดถึงแมลงสาบคงมีแต่คนส่ายหน้าและแสดงอาการไม่ชอบใจ เพราะแมลงเหล่านี้มักสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นตระหนกให้กับใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกมันบิน หรือคืบคลานเข้ามาหาตัวเรา ไม่เพียงแค่นี้พวกมันยังสร้างผลกระทบอื่นๆ ต่อสุขภาพของมนุษย์อีกด้วย และปัญหาที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราพบเจอกันในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น

ปัญหาแรกที่พบ คือ พวกมันมักก่อเชื้อโรคเจือปนในอาหาร เพียงแค่พวกมันวิ่งผ่านจานข้าว หรือแม้แต่สัมผัสของใช้ภายในครัว แบคทีเรียที่อยู่ในตัวของแมลงสาบก็สามารถส่งผ่านมายังภาชนะได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด และโรคท้องร่วง

ปัญหาข้อต่อมา คือ โรคภูมิแพ้จากแมลงสาบ หากมนุษย์คนใดที่พบเจอกับอุจจาระ หรือซากการลอกคาบของแมลงสาบ อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น มีผดผื่นขึ้นที่ผิวหนัง น้ำตาไหลไม่รู้ตัว จามติดต่อกันหลายครั้ง และอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคหอบหืด

ปัญหาข้อสุดท้ายที่สาหัสไม่แพ้กัน คือ แมลงสาบเป็นพาหะนำโรค เชื้อโรคที่มาพร้อมกับแมลงสาบนั้นอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพได้ หากได้รับการสะสมแบคทีเรียติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น โรคอุจจาระร่วงจากเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) หรือโรคสเตรปโทคอกโคสิส (Streptococcus) เป็นต้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสเตรปโทคอกโคสิสได้ที่นี่

แมลงสาบ
ลักษณะของแมลงสาบหลากสายพันธุ์ และรูปภาพนี้ยกมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.domyown.com/roach-identification-guide-a-456.html

 

ไดโนเสาร์ยังสูญพันธุ์ แล้วเหตุใดแมลงสาบถึงยังคงมีชีวิตอยู่? หลายๆ คนคงเคยสงสัย และต่างนึกถึงเหตุผลว่าทำไมแมลงสาบถึงยังไม่สาบสูญไปจากโลกเสียที เพราะเจ้าแมลงเหล่านี้มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้พวกมันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และเหตุผลเหล่านี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกมันดำรงชีพมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยล้านปี

  1. พวกมันมีความสามารถในการปรับตัวอย่างยอดเยี่ยม คงเป็นเรื่องยากสำหรับแมลงชนิดอื่นที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล หรือแม้แต่ที่อยู่อาศัย แต่สำหรับแมลงสาบนั้น พวกมันสามารถปรับตัวได้กับทุกถิ่น และอาศัยอยู่ได้ทั้งในบ้าน ที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในที่อับชื้นก็ยังได้
  2. อาหาร แมลงสาบสามารถกินอาหารได้แทบทุกอย่างบนโลกใบนี้ เช่น อาหารจำพวกแป้ง, ของหวาน, เนื้อสัตว์, ซากสัตว์, กาว และเส้นผม เป็นต้น
  3. ขนาด แมลงสาบเยอรมันคือสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นพวกมันสามารถซ่อนตัวอยู่ในรอยร้าวเล็กๆ ได้ หรืออยู่กันอย่างแออัดตรงหลังกำแพงก็ทำได้ไม่ยาก หรือพวกมันอาจถูกพบใต้ตู้เย็น ใต้ตู้กับข้าว หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ด้วยขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป จึงทำให้แมลงสาบเหล่านี้สามารถหลบหลีกผู้คนได้อย่างว่องไว
  4. ออกหากินในเวลากลางคืน แมลงสาบมักใช้เวลาในช่วงกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน และแน่นอนว่าช่วงกลางดึกนั้นถือเป็นช่วงนอนหลับพักผ่อนของมนุษย์ ดังนั้นมันจึงใช้โอกาสนี้ในการออกหาอาหาร โดยปราศจากผู้คนรบกวน
  5. การสืบพันธุ์ แมลงสาบเพศเมียสามารถมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้ โดยวิธีการนี้เป็นการสืบพันธุ์แบบ พาร์ธีโนเจเนซิส (Parthenogenesis) ซึ่งตัวเมียสามารถผลิตไข่ที่ฟักเป็นตัวได้โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิ โดยส่วนใหญ่ตัวเมียมักจะวางไข่ออกมาในลักษณะแคปซูล ซึ่งในแคปซูลนั้นบรรจุทายาทของมันได้ถึง 40 ตัว ภายใน 1 ปีจึงมีลูกแมลงสาบออกมาสู่โลกภายนอกถึง 400 ตัว

ถึงแม้แมลงสาบจะหัวขาด แต่มันยังคงมีชีวิตต่อไปได้นานนับสัปดาห์ เพราะแมลงสาบนั้นมีทางเดินหายใจอยู่ที่เปลือกภายนอก ไม่ได้หายใจทางจมูกแต่อย่างใด

วิธีกำจัดแมลงสาบด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำได้อย่างไร?

หลายๆ คนคงประสบปัญหาแมลงสาบวิ่งวุ่นภายในบ้าน ถึงแม้จะกำจัดด้วยวิธีหลากหลายก็ไม่หมดไปเสียที แต่หากลองด้วยวิธีง่ายๆ ที่อาจคาดไม่ถึงด้วยการนำน้ำเปล่าไปผสมกับน้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก แล้วนำมาใส่ภาชนะอย่างขวดสเปรย์แบบฉีด จากนั้นให้นำไปฉีดในบริเวณที่มีแมลงสาบ หรือหากเจอแมลงสาบตัวเป็นๆ ก็สามารถฉีดใส่มันได้เลย จากนั้นให้ดูปฏิกิริยาของเจ้าสิ่งมีชีวิตพวกนี้ มันจะค่อยๆ หมดลมหายใจ เหตุใดวิธีนี้จึงสามารถกำจัดแมลงสาบได้? นั่นก็เพราะแมลงสาบนั้นมีทางเดินหายใจอยู่ที่เปลือกภายนอก (Exoskeleton) และเมื่อผิวของมันสัมผัสกับน้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก น้ำยาเหล่านี้จะมีคุณสมบัติลดแรงตึงผิว และมีความสามารถในการเคลือบผิวของแมลงเหล่านี้เอาไว้ ส่งผลให้แมลงสาบหายใจไม่ออก และตายในที่สุด

เหตุผลที่แมลงสาบบางสายพันธุ์สามารถบินได้นั้น เนื่องมาจากอุณหภูมิโดยรอบเป็นตัวกระตุ้นให้พวกมันบินสูงขึ้นจากพื้นดิน

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม

แมลงสาบมีดีอะไรถึงอยู่มาได้หลายล้านปี ชมคลิปวิดีโอที่เผยความทรหดทนทายาดของสัตว์ที่ได้ชื่อว่า อึดที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

 

แหล่งข้อมูล

Why Cockroaches Survive

SECRET LIVES OF COCKROACHES

WHAT ARE FLYING COCKROACHES?

 

เรื่องแนะนำ

ไม่ธรรมดา! กระต่ายป่าขี่หลังแกะข้ามน้ำท่วม

เรื่อง คาเซ่ย์ สมิท เพื่อหนีออกจากอุทกภัยในนิวซีแลนด์ กระต่ายป่า 3 ตัวเลือกที่จะเดินทางไปยังพื้นที่สูงกว่า ด้วยวิธีการสะดวกสบายนั่นคือ การโดยสารไปกับฝูงแกะ เฟิร์ก ฮอนี เกษตรกรวัย 64 ปี ผู้อาศัยอยู่ในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ได้ถ่ายภาพเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม2017 เอาไว้ได้ ด้วยโทรศัพท์ของเขา รายงานจากสำนักข่าว AP ขณะที่เขากำลังฝ่าสายฝน เพื่อช่วยฝูงแกะของเพื่อนบ้านจำนวน 40 ตัว ฮอนีเล่าว่า เขาเห็นก้อนสีดำบางอย่างอยู่ บนหลังแกะ และเมื่อเข้าไปมองใกล้ๆ จึพบว่ามันคือกระต่ายป่า 3 ตัว โดยมี 2 ตัวเกาะอยู่บนหลังแกะตัวหนึ่ง และอีกหนึ่งตัวอยู่บนหลังแกะอีกตัว ทั้งหมดกำลังโดยสารไปกับฝูงแกะเพื่อหนีน้ำอย่างปลอดภัย ฮอนีพาฝูงแกะและกระต่ายมายังพื้นที่ที่สูงและแห้งกว่าเดิม ซึ่งระหว่างการเดินทางแม้เส้นทางจะมีความขรุขระแค่ไหน แต่กระต่ายก็ยังคงเกาะอยู่บนหลังแกะได้ “ตอนที่แกะกระโดดข้ามน้ำ เจ้ากระต่ายยังคงเกาะบนหลังอย่างเหนียวแน่น” ฮอนีเล่าให้ฟัง และแล้วเมื่อมาถึงพื้นที่แห้ง เจ้ากระต่ายก็หล่นลงมาจากหลังแกะ ก่อนที่จะหนีเข้าพงหญ้าไป เมื่อฮอนีกลับมาในตอนบ่าย เขากล่าวว่า แกะทั้หมดปลอดภัยดี และกระต่ายป่าทั้ง 3 ตัวก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว   […]

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]

ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ร่วมติดตามภารกิจจับความสวยงามบรรจุลงกล่องอันเป็นนิรันดร์ของนักจับผีเสื้อในอินโดนีเซีย หนึ่งในตลาดค้าผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก