ปลา : ทำไมปลาบางชนิดถึงไม่ค่อยชอบว่ายน้ำ ว่าแต่เพราะขี้เกียจหรืออะไรกันนะ

เกิดเป็นปลา แต่ทำไมว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งล่ะ

ม้าน้ำ ปลากบ และปลาอีกหลายชนิด ที่แม้ว่าจะมีถิ่นอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะสามารถว่ายน้ำได้คล่องเหมือน ปลา ตัวอื่นๆ ทั่วไป

ทุกวันนี้เราทราบกันดีว่ามีนกหลายหลายชนิดที่ไม่สามารถบินได้ เช่นนกกระจอกเทศ หรือนกเพนกวิน แต่รู้หรือไม่ว่า มีปลาจำนวนมากเช่นเดียวกันที่ไม่ได้ว่ายน้ำเก่งแบบที่พวกเราคิดกัน จึงชวนให้เกิดข้อสงสัยว่า ในเมื่อเกิดเป็นปลาทั้งที ทำไมบางตัวถึงว่ายน้ำไม่แข็งล่ะ?

คำตอบก็คือ พวกมันต่างเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ในสถานการณ์อื่นมากกว่า..

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

เมื่อพูดถึงปลาแล้ว “ปลาที่ว่ายน้ำช้า ส่วนใหญ่มักจะเป็นตัวที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว” Selina Heppell หัวหน้าแผนกประมงและสัตว์ป่าที่มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต กล่าว

ยกตัวอย่างเช่น ม้าน้ำ ด้วยรูปร่างลักษณะที่แปลกประหลาด ทำให้พวกมันตกเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้ช้าที่สุดในมหาสมุทร แต่พอถึงเวลาไล่ล่าเหยื่อ ความเร็วของพวกมันก็เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่กระแสน้ำมีความนิ่ง อาหารหลักของพวกมันคือโคพีพอด ซึ่งเป็นครัสเตเชียนตัวจิ๋วที่สามารถหนีจากนักล่าได้ในเวลาเพียงแค่ 2 มิลลิวินาที แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ทันอยู่ดี ในเมื่อม้าน้ำต้องการแค่เพียง 1 มิลลิวินาทีเท่านั้นในการจู่โจม…

ปลา

อ่านเพิ่มเติม อะไรคือครัสเตเชียน (Crustacean)

ปลาบางชนิดก็เป็นเจ้าแห่งการพรางตัว อย่างปลาหิน สามารถอำพรางตัวเองได้อย่างแนบเนียนบนพื้นทะเล จนบางครั้งมีสาหร่ายมาเจริญเติบโตบนร่างกายของพวกมัน การอำพรางเหล่านี้จัดว่าเป็นเครื่องมือล่อให้ปลามาติดกับได้ง่ายขึ้น

เหยื่อส่วนใหญ่ของปลาหิน จะเป็นพวกปลาที่มาหาอาหารในละแวกนั้น ด้วยความที่มีสาหร่ายมาเติบโตบนร่างกายของพวกมัน บ่อยครั้งที่ปลามักจะไม่ทันได้สังเกตว่าตรงนั้นคือปลาหินพรางตัวอยู่ ทำให้สุดท้ายแล้วพวกปลาเหล่านั้นก็ตกหลุมพรางและเป็นอาหารให้แก่ปลาหินในที่สุด

และด้วยความที่ร่างกายของพวกมันมีเงี่ยงที่เต็มไปด้วยพิษ ทำให้ความเร็วในการว่ายน้ำแทบจะไม่มีความจำเป็นต่อพวกมันเลย โดยพิษของพวกมันสามารถฆ่ามนุษย์ได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

อีกหนึ่งชนิดคือ ปลาบร็อบ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ความลึกประมาณ 1,200 เมตรนอกชายฝั่งออสเตรเลีย ปลาเหล่านี้ไม่มีมวลกล้ามเนื้อเลย ทำให้พวกมันมีความหนาแน่นน้อยกว่าความลึกของน้ำที่พวกมันอาศัยอยู่ และสามารถรอดชีวิตได้จากแรงกดดันจากใต้ทะเลลึก พวกมันไม่ทำอะไรเลย นอกจากนอนนิ่งๆ และกินอะไรก็ได้ที่พวกมันสามารถหาได้ตามพื้นทะเล ไม่ว่าจะเป็น ปู หอย หรือสัตว์อื่นๆ

ปลา
มองเผินๆ อาจจะคิดว่าเป็นปะการังทั่วไปธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเจ้านี้กลับเป็นปลาหิน โดยปลาหินมีทักษะการอำพรางตัวที่ยอดเยี่ยมมาก

ไม่เป็นไรเดินก็ได้

Scott Heppell รองศาสตราจารย์ด้านการประมงที่มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต กล่าวว่า ปลานกฮูกที่มีถิ่นอาศัยอยู่ใต้ก้นลึกของมหาสมุทร สามารถว่ายน้ำได้ แต่ไม่เร็วมากนัก

พวกมันเป็นหนึ่งในปลาไม่กี่ชนิดที่เลือกที่จะเดินบนก้นทะเลมากกว่าการว่ายน้ำ เพราะสำหรับพวกมันแล้ว ความเร็วแทบจะไม่มีส่วนสำคัญอะไรเลย วิธีการล่าของพวกมันคือค่อยๆ เดินไปหาเหยื่อ

ดูคลิปวิดิโอ ปลาเดินบนก้นทะเล

สัตว์อีกหนึ่งชนิดที่ชอบเดินมากกว่าว่ายน้ำคือ Spotted Handfish โดยพวกมันเกือบสูญพันธุ์ไปแล้วในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 สาเหตุหลักคือมลพิษและการลักลอบขโมยไข่ แต่มีนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สร้างโปรแกรมการผสมพันธุ์เพื่อที่จะไม่ให้พวกมันต้องเป็นเพียงแค่สัตว์ในตำนาน…

สำหรับในบรรดาเหล่าปลาเดินทั้งหมดทุกชนิด ที่เรียกได้ว่าหากมีรางวัลรูปร่างแปลกประหลาดที่สุด พวกมันก็คงจะลอยลำมาแบบชนิดที่ทิ้งอันดับที่สองอย่างไม่เห็นฝุ่น คงหนีไม่พ้น ปลาค้างคาวปากแดง ซึ่งพวกมันอาศัยอยู่ใต้ทะเลบริเวณหมู่เกาะกาลาปาโกส

ปลาชนิดสุดท้ายที่ไม่สนใจในเรื่องของความเร็วเลยคือ ปลาปักเป้า โดยหากตกเป็นเหยื่อ พวกมันจะกลืนน้ำเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็พองตัวออกไป ทำให้เกิดหนามแหลมคมมากมาย ส่งผลให้ในนักล่าไม่สามารถกินพวกมันได้

นอกจากนี้ ปลาปักเป้าหนึ่งตัวมีพิษมากพอที่จะฆ่ามนุษย์ได้มากถึง 30 คนอีกด้วย จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถถอนพิษพวกมันได้

“ก็มาดิครับ”… คงจะเป็นความในใจถึงนักล่าที่ชอบดูแคลนพวกมันว่า เป็นปลาภาษาอะไรว่ายน้ำเชื่องช้า

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

บางปะกง

เรื่องแนะนำ

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน เหมืองบริเวณหุบเขาโอคานากัน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของเมียนมา นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตแร่สำคัญแล้ว ช่วงหลายปีมานี้สถานที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลใหม่ทางบรรพชีวินวิทยาอีกด้วย มีฟอสซิลสัตว์โบราณมากมายที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดีในก้อนอำพัน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, แมลง, กบ ไปจนถึงหางไดโนเสาร์ และฟอสซิลของลูกงูโบราณตัวนี้คือหนึ่งในฟอสซิลชิ้นล่าสุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน จากการตรวจสอบลูกงูตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มันมีความยาวเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น มีกระดูกสันหลังรวม 97 ข้อ นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่ามันเป็นลูกงูที่เพิ่งฟักไม่นาน และในบริเวณไม่ไกลกันนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบเกล็ดและผิวหนังของงูที่ถูกฝังอยู่ในอำพัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นของงูสายพันธุ์นี้ที่โตเต็มวัยแล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ จากเหมืองมหัศจรรย์นี้อีก…   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

นักวิจัยพบเส้นทางอพยพเหยี่ยวนกเขา บินไกลนับหมื่นกิโลเมตร เกินเส้นผ่านศูนย์กลางโลก

นักวิจัยไทยใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมฯ ติดตามเส้นทางอพยพของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและพันธุ์ญี่ปุ่น พบเดินทางไกลถึง 14,532 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก พร้อมพบ “แหล่งทำรังวางไข่ –แหล่งหากินในฤดูหนาว” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘เขาดินสอ’ จุดดูเหยี่ยวระดับโลก ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปีจะมีเหยี่ยวอพยพนับแสนๆ ตัว หนีหนาวจากพื้นที่ผสมพันธุ์ (breeding grounds) ของประเทศรัสเซียและจีนมาอาศัยในเขตร้อนทางตอนใต้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เส้นทางอพยพ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ 1. เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านมหาสมุทร (The East Asian Oceanic Flyway) เริ่มจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตไซบีเรีย ลงมาตามแนวฝั่งตะวันออกของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ จนถึงประเทศอินโดนีเซีย และ 2. เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านแผ่นดินใหญ่ (East Asian Continental Flyway) โดยจะเริ่มจากเขตไซบีเรีย และจีน ลงมาตามแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านคาบสมุทรไทย-มาเลเซีย และหมู่เกาะของอินโดนีเซีย ซึ่งเหยี่ยวจำนวนมากจะเลือกอพยพเส้นทางที่สอง เพราะเป็นเส้นทางข้ามแผ่นดิน มีจุดให้แวะพักและหาอาหาร ซึ่งปลอดภัยกว่าการบินข้ามทะเลที่ต้องบินต่อเนื่องไม่มีจุดหยุดพัก หากเหนื่อยหมดแรงนั่นหมายถึงเหยี่ยวต้องจมน้ำตาย เขาดินสอ ตำบลบางสน อำเภอประทิว […]

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว

แผนอนุรักษ์แรดสุมาตรา

แผนอนุรักษ์แรดสุมาตรา สถานะของแรดสุมาตราในปัจจุบันกำลังเข้าขั้นวิกฤติใกล้สูญพันธุ์ คาดกันว่ามีแรดสุมาตราเหลือบนโลกเพียงแค่ 80 ตัวเท่านั้นบนเกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียวฝั่งอินโดนีเซีย ปกติแล้วแรดสุมาตราเป็นสัตว์สันโดษ และจะจับคู่ก็ต่อเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ทว่าประชากรแรดที่แยกจากกันอย่างโดดเดี่ยวนี้กำลังกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ ด้วยจำนวนแรดในธรรมชาติที่น้อยลง หากแรดตัวเมียนั้นๆ ไม่ถูกจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเวลานาน พวกมันจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ไปในที่สุดเมื่อไม่มีลูก นั่นหมายความว่าประชากรแรดสุมาตรามีแต่จะยิ่งลดลงเรื่อยๆ หน่วยงานอนุรักษ์หลายหน่วยงาน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกด้วย กำลังร่วมมือกันเพื่อปกป้องสายพันธุ์นี้ไว้ โปรเจคดังกล่าวมีชื่อว่า “Sumatran Rhino Rescue” เป้าหมายเพื่อย้ายแรดสุมาตราในธรรมชาติไปยังเขตรักษาพันธุ์ใกล้ๆ เพื่อให้พวกมันผสมพันธุ์กัน และเมื่อจำนวนประชากรของแรดสุมาตราเพิ่มขึ้นในอัตราที่คลายความกังวลลงแล้ว จึงค่อยปล่อยพวกมันกลับสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้สาเหตุใหญ่ที่ทำให้จำนวนประชากรของแรดสุมาตราลดลงอย่างมากก็คือการล่าเอานอ ซึ่งมีค่ามากตามความเชื่อของการแพทย์แผนจีน นอกจากนั้นพวกมันยังเผชิญกับการถูกคุกคามถิ่นอาศัยจากอุตสาหกรรมป่าไม้และเกษตรกรรม   อ่านเพิ่มเติม แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?