สุนัข : คุณเป็นที่หนึ่งในใจของพวกมันหรือเปล่า มาหาคำตอบได้ในบทความนี้

คุณเป็นที่หนึ่งในใจของสุนัขที่เลี้ยงไว้หรือเปล่า มาหาคำตอบกัน

สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงที่บ้าน เลือกที่จะอยู่กับเราต่อไหม หากมันไปเจอคนแปลกหน้าที่เลี้ยงพวกมันได้ดีกว่า อยากรู้จริงๆ ว่าเราอยู่ส่วนไหนในใจพวกมันกันนะ เราเป็นที่หนึ่งในใจหรือเปล่า

เคยสงสัยกันไหมว่าสุนัขของคุณอยากเปลี่ยนเจ้าของใหม่กันบ้างหรือเปล่า เบื่อเราหรือเปล่านะ หรืออยากไปวิ่งเล่นกับคนแปลกหน้าที่ไม่ใช่เราบ้าง

นักวิทยาศาสตร์ทราบดีอยู่แล้วว่าสุนัขมักจะสำรวจห้อง และมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุต่างๆ มากกว่าเวลาที่มันอยู่ในห้องเดียวกับเจ้าของ และเรื่องนี้คุณอาจจะรู้อยู่แล้วได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งผลการวิจัยแต่อย่างใดว่า สัตว์เลี้ยงจะใช้เวลานานกว่าเดิมและตื่นเต้นกว่าเดิมในการทักทายเจ้าของของพวกมันหลังจากไม่เจอกันมานาน

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า พฤติกรรมของสุนัขเวลาอยู่กับเจ้าของ และคนแปลกหน้า อาจจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย

อ่านเพิ่มเติม ทำไมสุนัขถึงเป็นมิตร

นักวิจัยในรัฐฟลอริดาให้สุนัขเลือกว่าจะเดินไปหาใครมากกว่ากันระหว่างเจ้าของหรือคนแปลกหน้า ในหลายสถานการณ์และบริบทที่แตกต่างกันออกไป

สุนัขกลุ่มหนึ่งถูกทดสอบโดยให้อยู่กับเจ้าของและคนแปลกหน้าในสถานที่ที่สุนัขเหล่านั้นมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่าง ห้องในบ้านของพวกมัน ขณะที่สุนัขอีกกลุ่มถูกทดสอบให้อยู่กับเจ้าของและคนแปลกหน้าในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย โดยเหล่าสุนัขมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามพวกมันต้องการ จะไปหาใครให้คนนั้นลูบหัวก็ได้

ผลการศึกษาพบว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานที่

ให้เป็นที่หนึ่งในใจฉันเพียงคนเดียว..เธอจะรู้ไหม

ในสถานที่ที่พวกมันไม่คุ้นเคย เหล่าสุนัขจะใช้เวลาส่วนใหญ่ปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของของพวกมันมากกว่า คิดเป็นตัวเลขได้กว่าร้อยละ 80 ในส่วนของกลุ่มที่อยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี กลับพบว่าพวกมันมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่เล่นกับคนแปลกหน้ามากกว่า คิดเป็นร้อยละ 70 เลยทีเดียว โดยการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Analysis of Behavior

(รับชมวิดิโอ สุนัขเปลี่ยนพฤติกรรมการแสดงออกทางสีหน้าเมื่อถูกมนุษย์หรือเจ้าของจ้องมอง)

อ่าว แล้วแบบนี้เราควรจะน้อยใจไหมที่เราไม่ใช่ตัวเลือกแรกของสัตว์เลี้ยงของเราในทุกๆ สถานการณ์? คำตอบคือ “ไม่ควร” Erica Feuerbacher คณะผู้วิจัย อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมไม่ควรไปมีอารมณ์น้อยใจ

“ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและในสถานที่พวกมัน (สัตว์เลี้ยง) ไม่มีความคุ้นเคย คุณยังมีความสำคัญอยู่ ยังไงในสายตาของพวกสัตว์เลี้ยงพวกนั้น คุณก็เป็นที่หนึ่งในใจพวกมันเสมอ”

Julie Hecht นักศึกษาปริญญาเอกในบัณฑิตวิทยาลัย ซิตียูนิเวอร์ซิตีออฟนิวยอร์ก กล่าวเสริมไว้ในอีเมลว่า “ในสถานที่ใหม่หรือในช่วงเวลาที่เหล่าสุนัขรู้สึกไม่สบายใจ พวกมันมักจะรู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับเจ้าของมากกว่า ในขณะเดียวกัน เวลาอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย พวกมันมักจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้ามากกว่า”

ฉันดีใจที่มีเธอ

Feuerbacher อธิบายว่า ในสถานที่ที่พวกสุนัขมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี แค่การมีตัวตนในห้องของเจ้าของ ก็อาจจะทำให้พวกมันรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากพอที่จะสามารถใช้เวลาร่วมกับคนแปลกหน้าได้แล้ว

ผลการศึกษายังทดสอบ “ระหว่างสุนัขในสถานสงเคราะห์สัตว์กับสุนัขที่มีเจ้าของ” ว่า มีปฏิกิริยาอย่างไรเวลาอยู่กับคนแปลกหน้าสองคนในเวลาเดียวกัน ผลปรากฏว่าพวกมันต่างเข้าหาคนแปลกหน้าคนใดคนหนึ่งมากกว่าที่จะเข้าหาทั้งสองคน ในส่วนนี้คณะผู้วิจัยก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม

สอดคล้องกับการวิจัยก่อนหน้าที่แสดงให้เห็นว่าสุนัขในสถานสงเคราะห์สัตว์เลี้ยงจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไปหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับผู้คนเพียงแค่ 10 นาที โดยพวกมันจะไม่ได้มองว่าคนเหล่านั้นเป็นคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว

ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่สร้างความมั่นใจให้กับใครก็ได้ที่กำลังพิจารณารับเลี้ยงสุนัขที่เคยมีเจ้าของมาก่อนหน้านี้ได้มากเลยทีเดียว

“พวกสุนัขไม่ชอบบรรยากาศในสถานสงเคราะห์สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก และฉันก็คิดว่าพวกมันคงไม่คิดถึงสถานที่เหล่านี้หรอก หากได้ย้ายเข้าไปอยู่กับเจ้าของใหม่” เธอกล่าว

“ทันทีที่คุณรับพวกมันมาเลี้ยง พวกมันก็มองว่าคุณเป็นที่หนึ่งในใจไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น”

“…ผมหวังว่าถ้าวันนั้นของผมมาถึง เจ้าของจะไม่เสียใจมาก เพราะจุดประสงค์ จุดมุ่งหมายของการมีชีวิตของผมตั้งแต่แรก คือการได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา รักเขา และทำให้เขามีความสุขเท่าที่หมาตัวหนึ่งจะทำได้”

W. Bruce Cameron, A Dog’s Purpose

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเหล่านี้มีหน้าที่ไล่ต้อนพวกหมี.. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกหมีเอง

สุนัขไล่หมี

เรื่องแนะนำ

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน เหมืองบริเวณหุบเขาโอคานากัน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของเมียนมา นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตแร่สำคัญแล้ว ช่วงหลายปีมานี้สถานที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลใหม่ทางบรรพชีวินวิทยาอีกด้วย มีฟอสซิลสัตว์โบราณมากมายที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดีในก้อนอำพัน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, แมลง, กบ ไปจนถึงหางไดโนเสาร์ และฟอสซิลของลูกงูโบราณตัวนี้คือหนึ่งในฟอสซิลชิ้นล่าสุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน จากการตรวจสอบลูกงูตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มันมีความยาวเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น มีกระดูกสันหลังรวม 97 ข้อ นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่ามันเป็นลูกงูที่เพิ่งฟักไม่นาน และในบริเวณไม่ไกลกันนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบเกล็ดและผิวหนังของงูที่ถูกฝังอยู่ในอำพัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นของงูสายพันธุ์นี้ที่โตเต็มวัยแล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ จากเหมืองมหัศจรรย์นี้อีก…   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

จีนวางแผนสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้า ขนาด 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร

แพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกับลูก แพนด้า ของเธอกำลังสำรวจบริเวณรอบๆ ตัว ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของ แพนด้า หมี และสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข แผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูด ที่ถล่มมณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อ 11 ปีแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ รวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งคือศูนย์แพนด้า Woolong ซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่มีบทบาทในเรื่องการขยายพันธุ์ของแพนด้า และมีแพนด้าจำนวนมากที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น และในตอนนี้ ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่โครงการสร้างอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ของรัฐบาลจีน แผนการสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้ายักษ์ ซึ่งมีกำหนดสรุปแผนก่อสร้างในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 27,132 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะอยู่ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าร้อยละ 80 ของประเทศ ภายในศูนย์ฯ นี้จะรวบรวมแพนด้าจากพื้นที่สงวนจากที่อื่นๆ รวมไปถึงพืชและสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยเช่นกัน จากการสำรวจประชากรแพนด้าในปี 2015 มีแพนด้าอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่ 1,864 ตัว (ไม่รวมลูกแพนด้า) ซึ่งเพิ่มจาก 1,200 […]

นากโบราณขนาดเท่าหมาป่า มีแรงกัดมหาศาล

เรื่อง เจสัน จี.โกลด์แมน เมื่อ 6 ล้านปีก่อน นากน้ำหนักประมาณร้อยปอนด์เที่ยวเดินด้อมๆ มองๆ อยู่ตามพื้นที่ชุ่มน้ำที่ซึ่งปัจจุบันคือทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แตกต่างจากนากในปัจจุบันที่ใช้ก้อนหินทุบเปลือกหอยเม่นตามอ่าวแปซิฟิกทางตอนเหนือของอเมริกาหรือในเอเชีย สิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ทำลายเปลือกหอยด้วยกรามอันแข็งแรงของพวกมัน ขอเชิญพบกับ  Siamogale melilutra บรรพบรุษของนากที่ถูกค้นพบในมณฑลยูนนานของจีน และเรื่องราวของมันเพิ่งจะถูกเปิดเผยเมื่อต้นปี 2017 ที่ผ่านมา ในผลการศึกษาใหม่ ทีมนักวิจัยตรวจสอบฟอสซิลขากรรไกรของมัน และตั้งข้อสันนิษฐานว่าพวกมันอาจเป็นนักล่ากลุ่มสุดท้ายจากปลายยุคไมโอซีน ที่มีขากรรไกรแข็งแรงสำหรับการบดเคี้ยว ซึ่งช่วยให้มันล่าอาหารได้หลากหลายมากขึ้น “เราคิดว่ามันอาจล่าพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีเปลือก แต่ระดับความสามารถในการหาอาหารของพวกมันขณะนี้ เรามองเห็นแค่ความเป็นไปได้จากนากที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น” Z. Jack Tseng หัวหน้าการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก เมืองบัฟฟาโลกล่าว การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ฉายให้เห็นวิถีชีวิตของนากโบราณ แต่ยังช่วยไขปริศนาของพฤติกรรมนากในปัจจุบันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มันรู้จักใช้สิ่งของตามธรรมชาติมาเป็นเครื่องมือ ปัจจุบันนากถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่กินพวกสัตว์มีเปลือกอย่างปู, หอย, เม่นทะเล และพวกที่ล่าปลาเป็นอาหาร ในการจะเข้าใจการหากินของ Siamogale เจ้านากโบราณที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ Tseng และทีมงานของเขารวบรวมขากรรไกรและกระโหลกของนากจำนวน 10 ใน 13 สายพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติของนากโบราณขึ้นมาใหม่จากฟอสซิลของขากรรไกร เมื่อกล้ามเนื้อขากรรไกรขยับ พลังงานจะถูกส่งผ่านมายังกระดูกและฟัน […]