เมื่ออสรพิษเกี่ยวกระหวัด - National Geographic Thailand

เมื่ออสรพิษเกี่ยวกระหวัด

งูแบล็กแมมบา ((Dendroaspis polylepis: Black Mamba) ซึ่งอาศัยอยู่ตามท้องทุ่งสะวันนาและเนินเขาทางใต้และตะวันออกของทวีปแอฟริกา เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แถมยังเป็นงูที่เร็วที่สุดชนิดหนึ่งในโลกอีกด้วย โดยเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันใช้ความเร็วในการหลบหนีนักล่าเป็นหลัก ไม่ใช่ในการล่าเหยื่อ และเติบโตจนมีขนาดลำตัวได้ยาวถึง 4.3 เมตร โดยที่งูหนุ่มสองตัวในคลิปนี้ถูกจับภาพไว้ได้ที่สนามกอล์ฟเลพเพิร์ดครีกในเมืองเมลเลน ประเทศแอฟริกาใต้ ด้วยฝีมือคนถ่ายที่ซูมภาพจากระยะไกล โดยในคลิปเราจะเห็นงูเพศผู้สองตัวพยายามกดอีกฝ่ายลงเบื้องล่าง

แม้ว่าจะมีชื่อว่า “แบล็กแมมบา” แต่อันที่จริงแล้วพวกมันมีสีเขียวอ่อนๆไปจนถึงสีเทา ปากของงูชนิดนี้จะอ้ากว้างเมื่อมันรู้สึกถูกคุกคามและภายในปากจะมีสีน้ำเงินอมดำ ซึ่งอาจเป็นที่มาของชื่อ “แบล็กแมมบา”

แม้จะมีหลายคนโทษพวกมันว่าเป็นงูที่กัดคนจนตายและมักตกเป็นตัวร้ายในเทพปกรณัมของแอฟริกา แต่จริงๆแล้วแบล็กแมมบาเป็นงูที่ขี้อายและพยายามหลบหนีให้ไวที่สุดหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้า พวกมันจะหันมาสู้ยิบตาต่อเมื่อถูกต้อนให้จนมุมเท่านั้น โดยจะชูหัวขึ้นและแผ่แม่เบี้ยได้เหมือนกับงูเห่า และส่งเสียงขู่ฟ่อออกมา

ถ้าหากผู้คุกคามไม่ยอมถอย แบล็กแมมมาก็จะฉกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และฉีดพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาทออกมาในการกัดแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้ถึงตายได้ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการเซรุ่มพิษงู (antivenom) ทันเวลา

ในปัจจุบัน จำนวนประชากรงูแบล็กแมมมายังไม่มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าหากมนุษย์ยังคงรุกรานเขตแดนของพวกมันอยู่ต่อไป อาจมีคนถูกงูกัดเพิ่มขึ้นก็เป็นได้เมื่องูรู้สึกจนมุม และนั่นจะเป็นข่าวร้ายสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท เพราะเซรุ่มพิษงูยังเป็นสิ่งที่หาได้ยากในพื้นที่ห่างไกล และถ้าขาดเซรุ่ม โอกาสรอดจากพิษงูแบล็กแมมบาก็แทบจะเป็นศูนย์

เรื่องแนะนำ

ศึกมวยข้ามรุ่นระหว่าง สิงโต และยีราฟ มาดูกันว่าไฟต์นี้ใครจะได้เข็มขัดไปครอง

เห็นอย่างนี้แล้ว คงทำให้อดนึกถึงภาพตัวเองในอดีตที่เคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองกับเพื่อนๆ เป็นไม่ได้ ยีราฟตัวหนึ่งที่เดินอยู่ในทุ่งหญ้าด้วยท่าทางลังเลกับการมีสิงโตเกาะอยู่ด้านหลัง พร้อมกับ สิงโต อีกสองตัวที่กอดขาหลังทั้งสองข้างไว้อย่างแน่นหนา วิดิโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ยีราฟเต็มวัยเพศผู้ล้มลงให้ได้ของเหล่าสิงโต โดย Francois Pienaar ไกด์ของทางสวนสัตว์ ผู้บันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด กล่าวว่า ภาพฝูงสิงโตช่วยกันเพื่อที่จะทำให้ยีราฟล้มลงนั้นถือเป็นไฮไลท์ของอาชีพการทำงานของเขาเลย วิธีการจู่โจมเหยื่อแบบนี้ของสิงโตถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยสิงโตจะเล็งไปที่ขาหลังของเหยื่อก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะเป็นที่หลัง และสุดท้ายจะจบด้วยคอ แต่ในกรณีของยีราฟนั้น โดยเฉพาะตัวที่กำลังยืนอยู่ สิงโตจะต้องข้ามขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากคอที่มีความยาวของยีราฟ เป็นเหตุผลของภาพที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงในวิดิโอนั่นเอง ซึ่งปกติหากจะเอาชนะยีราฟที่โตเต็มที่แบบนี้ได้ นักล่าจะต้องทำให้พวกมันล้มลงเสียก่อน แต่ใช่ว่ายีราฟเองจะไม่สามารถต่อกรกับนักล่าอย่างสิงโตได้ เพราะด้วยขาหลังอันทรงพลังของยีราฟ การเตะเพียงหนึ่งครั้งก็ถือว่าเพียงพอต่อการทำให้สิงโตบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ด้วยเหตุนี้ สิงโตจึงเบนเข็มไปที่ลูกยีราฟมากกว่า แทนที่จะจู่โจมตัวที่โตเต็มวัย ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกแต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างสิงโตและยีราฟยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมานะอุตสาหะของสิงโต แต่แล้วความพยายามของสิงโตอย่างเดียวก็ไม่อาจเพียงพอ ยีราฟสามารถสลัดเหล่าสิงโตออกไปได้ แม้ว่าสิงโตจะมีดีกรีเป็นถึง “เจ้าป่า” แต่ยีราฟเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่หมูมาให้เชือดนิ่มๆ โดยรอบนี้ยีราฟออกนำ สิงโต ไปก่อน 1-0.. ***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม : ลูกยีราฟได้ลายมาจากแม่ […]