พะยูน ในไทย จากที่เกือบสูญพันธุ์ กลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในธรรมชาติแล้ว

การปรากฏตัวของพะยูนในไทยสร้างความหวังใหม่ให้เหล่านักอนุรักษ์

พะยูน เคยเป็นสัตว์ที่คาดการณ์กันว่าจะสูญพันธุ์จากประเทศไทยไปในไม่ช้า ในวันนี้ได้กลายเป็นสัตว์ที่พร้อมที่จะกลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง จากความพยายามอย่างต่อเนื่องของนักอนุรักษ์และชาวบ้านในชุมชน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่หมู่เกาะลิบง จ. ตรัง (บ้านเกิดมาเรียม) แหล่งอนุรักษ์พะยูนที่สำคัญของประเทศไทย มีฝูงพะยูนกว่า 20 ตัวมารวมตัวกันหากินบริเวณแหล่งน้ำตื้น ซึ่งสร้างความตื่นเต้นต่อชาวบ้านและบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง

ที่มา https://web.facebook.com/prhotnews02/photos/a.742976939181128/2156111247867683/?type=3&_rdc=1&_rdr

เมื่อย้อนกลับไปราว 5 – 6 ปีที่แล้ว ในยามที่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องทะเลยังมีทิศทางไม่ชัดเจน ผู้ประกอบการประมงเชิงพาณิชย์ยังไม่ได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้สัตว์น้ำเจ้าถิ่นซึ่งเป็นตัววัดความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลอย่าง “พะยูน” ต้องอยู่ในภาวะที่ใกล้สูญพันธุ์ นักอนุรักษ์และหน่วยงานทางธรรมชาติจึงพยายามหาวิธีการเพื่อให้สัตว์สายพันธุ์นี้กลับมาอยู่คู่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง

ความเข้าใจเรื่องพะยูนในเบื้องต้น

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี มีความยาวประมาณ 2.5 – 3 เมตร และมีน้ำหนักราว 230 – 500 กิโลกรัม กินพืชในน้ำเป็นอาหาร โดยเฉพาะหญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง เราสามารถพบเจอพะยูนได้ในทะเลชายฝั่งเขตอบอุ่น ตั้งแต่ชายฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันออกไปจนถึงทวีปออสเตรเลีย ซึ่งนั่นรวมถึงทะเลแดง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก

พะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกับแมนนาที พวกมันมีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านลักษณะกายภาพภายนอกและพฤติกรรม และสัตว์ทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็มีบรรพบุรุษร่วมกับสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างช้าง ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีลักษณะภายนอกและพฤติกรรมที่เหมือนกันก็ตาม

ด้วยความที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ พวกมันจึงต้องขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจทุก ๆ 6 นาที ในบางครั้ง พวกมันหายใจด้วยการ “ยืน” ด้วยหางและเอาหัวโผล่ขึ้นพ้นน้ำ

พะยูน, อนุรักษ์พะยูน, พะยูนไทย
พะยูนตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าทะเลในทะเลของประเทศวานูอาตู โดยสัตว์สายพันธุ์นี้กลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทวีปออสเตรเลีย

การสืบพันธุ์ของพะยูน

พะยูนตัวเมียใช้ระยะเวลาตั้งท้องนานนับปี แม่พะยูนจะช่วยพาลูก ๆ ขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อหายใจเองเป็นครั้งแรก ลูกพะยูนเกิดใหม่จะต้องอยู่ในความดูแลของแม่ประมาณ 18 เดือน บางครั้งลูกพะยูนต้องอาศัยเกาะบนหลังของแม่เพื่อว่ายน้ำในท้องทะเล

ในด้านความเชื่อ มีตำนานเล่าขานว่าพะยูนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรื่องเล่าของคนโบราณอย่างนางเงือกด้วยเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทยแต่เดิมนั้น พะยูนมีถิ่นอาศัยอยู่ทะเลทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงที่เดียว คือบริเวณแนวเขตพื้นที่หญ้าทะเลขนาดใหญ่ ในเกาะมุกและเกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และอาจเป็นไปได้ว่ายังพอมีเหลืออยู่แถบทะเลจังหวัดระยอง ประมาณ 10 ตัว (ข้อมูลเมื่อปี 2560)

เสียงที่หาฟังยากที่สุดในท้องทะเล

แม้ว่าพะยูนจะเป็นสัตว์ที่มีสายตาที่ไม่ดีนัก แต่ก็มีหูที่ไว เหล่าพะยูนจึงต้องใช้เสียงเพื่อการสื่อสาร แต่ทว่าเสียงของเรือที่แล่นอยู่ในทะเลย่อมรบกวนความสามารถในการค้นหาซึ่งกันและกัน เราจึงไม่อาจได้ยินพวกมันสื่อสารกันบ่อยนัก การได้ยินเสียงของพะยูนจึงเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับเหล่านักสำรวจมากทีเดียว

(รับชมวิดีโอพะยูนที่กำลังส่งเสียงในทะเล)

SOUND ON! An endangered #dugong vocalizing, one of the rarest sounds in the ocean. Dugongs don't see very well, but their ears are very sensitive and these adorable sounds are how they communicate. Imagine how ship noise affects their ability to find each other. Absolutely stunning footage generously shared with us by @michal_from_underwater.Learn more at SaveTheDugong.com#SaveTheDugong

Posted by Save the Dugong on Wednesday, March 6, 2019

เพราะพะยูนเป็นสัตว์ที่เรารับประทานได้จึงถูกล่า

แม้จะเป็นสัตว์ที่เราพบเจอไม่บ่อยนักในท้องทะเล อีกทั้งพะยูนยังมีลักษณะภายนอกที่ดูน่าเกรงขามเมื่อพิจารณาจากขนาดตัวที่หนาและหนัก (ที่บางท่านอาจมองว่ามันน่ารัก) แต่มนุษย์ก็นิยมล่ามันเพื่อนำเนื้อมาบริโภค โดยเนื้อพะยูนนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่น แกง ผัด ทอด เนื้อแดดเดียว และเนื้อเค็ม โดยมีรสชาติคล้ายเนื้อหมู หนังพะยูนใช้ทำเครื่องหนัง กระดูกพะยูนนำไปใช้เครื่องราง และส่วนอื่น ๆ ที่เหลือ เชื่อกันว่าสามารถทำเป็นยารักษาโรคได้ อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์รู้จักวิธีใช้ประโยชน์จากพะยูนได้ทุกส่วน และเป็นสัตว์ทะเลที่ให้กำไรงามกับชาวประมงเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่มนุษย์จะพากันล่าพะยูนในท้องทะเลจนมันร่อยหรอลงไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ระบบนิเวศของทะเลที่เปลี่ยนไปจนส่งผลให้หญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของมันลดน้อยลง หรือแม้กระทั่งการที่พะยูนไปเข้าไปติดในอวนลากของชาวประมงโดยบังเอิญ

อนึ่ง พะยูนเป็นสัตว์ที่ไม่เหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่ปิด เพราะเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างอ่อนแอและเลี้ยงได้ยาก ดังนั้นการเพาะเลี้ยงในปัจจุบันจึงทำโดยหน่วยงานอนุรักษ์ที่มีความความชำนาญเท่านั้น การเพาะพันธุ์พะยูนโดยชาวบ้านเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง

กฎหมายที่ใช้ปกป้องพะยูน

ในความเป็นจริง ประเทศไทยได้ออกกฎหมายเพื่อปกป้องพะยูนมานานแล้ว พะยูนได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ในปี พ.ศ. 2535 และตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) พะยูนซึ่งเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ได้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ลำดับ 86 ของบัญชีไซเตส จึงเป็นสัตว์ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย และเพาะพันธุ์เท่านั้น

สำหรับในระดับโลก สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดอันดับให้พะยูนอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย (Vulnerable – VU) อันมีความหมายว่ามีความเสี่ยงที่จะสูญพันธ์ไปแบบไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าไร้ซึ่งการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมนุษย์

ในปี 2556 ประเทศไทยมีผลสำรวจพบว่าพะยูนที่ทะเลตรังเหลืออยู่เพียงแค่ 110 – 125 ตัว โดยสาเหตุหลักที่ทำให้มันลดลงเนื่องจากผลกระทบจากเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย และพื้นที่หญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งหากินของพะยูนในจังหวัดตรังลดลงเหลือประมาณ 7,000 กว่าไร่ จาก 12,000 ไร่ จากการสำรวจในปี 2555 ในขณะนั้นจึงมีคาดการณ์กันว่าถ้าปล่อยให้พะยูนตายด้วยอุบัติเหตุเครื่องมือประมงราวปีละ 12 ตัว จะทำให้พะยูนสูญพันธุ์ไปจากทะเลตรังภายใน 16 ปี

พะยูน, พะยูนไทย. พะยูนตรัง
เราสามารถพบเจอพะยูนชนิดนี้ได้ในประเทศไทย

ความหวังใหม่ของพะยูนแห่งท้องทะเลไทย

แน่นอนว่าเหล่าบรรดานักอนุรักษ์ธรรมชาติย่อมไม่ปล่อยให้สัตว์น่ารักที่อยู่คู่ท้องทะเลไทยต้องสูญพันธุ์ไป นับตั้งแต่นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หน่วยงานทางปกครองในพื้นที่ ได้ร่วมมือกันเพื่อหาทางเพาะพันธุ์และฟื้นฟูปริมาณพะยูนในธรรมชาติให้มีมากขึ้น รวมถึงรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์พะยูน

ความพยายามอย่างต่อเนื่องของพวกเขาเริ่มผลิดอกออกผล โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 มีการสำรวจประชากรพะยูนในทะเลตรังอีกครั้ง ค้นพบว่า มีพะยูนคู่แม่ลูก 42 คู่ ซึ่งเป็นข้อมูลยืนยันว่ามีพะยูนมากกว่า 210 ตัว และถ้ามนุษย์ไม่ล่ามันเพิ่มเติม ก็เชื่อว่าในปี 2562 พะยูนจะเพิ่มขึ้นอีกราว 250 ตัว นอกจากนี้ เมื่อนำข้อมูลปี 2560 ซึ่งพบว่ามีพะยูนประมาณ 169 ตัวมาเปรียบเทียบ ก็พบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรพะยูนอย่างน่าดีใจ

สาเหตุที่ประชากรพะยูนที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากความพยายามจากนักอนุรักษ์แล้ว ปัจจัยที่สำคัญคือความร่วมมือของชุมชนประมงที่ไม่ใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายกับสัตว์ทะเลหายาก รวมไปถึงการฟื้นฟูหญ้าทะเลให้เป็นแหล่งอาหารของพะยูนอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้จำนวนพะยูนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเกิดเป็นความหวังว่าพะยูนจะยังเป็นสัตว์สัญลักษณ์คู่จังหวัดตรังและประเทศไทยต่อไป

แหล่งอ้างอิง

Dugong

สำรวจ “พะยูน” ทะเลตรัง พบจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น

พบฝูงพะยูนทะเลตรังเพิ่มกว่า 42 คู่ ชี้หากเลิกล่าปีหน้ามากขึ้นอีก!

พะยูนตายเพิ่มอีก คาดเหตุเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย

วิกฤต “พะยูน” ทะเลตรัง อาจใกล้สูญพันธุ์ใน 16 ปี

สถานภาพของพะยูนในประเทศไทย

สุดตื่นเต้น! เสียงร้องพะยูน ใช้สื่อสารกับฝูง

องค์ความรู้เกี่ยวกับพะยูน


อ่านเพิ่มเติม สัตว์มหัศจรรย์เหล่านี้สูญพันธุ์เพราะมนุษย์

เรื่องแนะนำ

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ?

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ? เสือดาวตัวผู้ตัวนี้เพลิดเพลินกับหมูป่าที่มันล่ามาได้ และกำลังเอร็ดอร่อยไปกับเนื้อของเหยื่อบริเวณส่วนหัวและคอ ฟุตเทจการกินอาหารตามธรรมชาติของนักล่าผู้น่าหวาดหวั่นถูกบันทึกได้โดย Guy Brunskill เจ้าหน้าที่สัตว์ป่า จากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ Londolozi ในแอฟริกาใต้ ในตอนแรกดูเหมือนว่ามันกำลังกินอาหารไปตามปกติ แต่มีช่วงหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าเสือดาวคาบเอากระดูกขากรรไกรของหมูป่า และใช้แท่งกระดูกนั้นเลาะ ตัดเอาเนื้อภายใน ทว่า Luke Hunter ผู้อำนวยการองค์กร Panthera ซึ่งดำเนินงานอนุรักษ์แมวใหญ่ให้ความเห็นว่าพฤติกรรมที่ดูไม่ธรรมดาขณะกำลังกินอาหารของเสือดาวนั้น เป็นแค่การ “เล่น” กับเหยื่อเท่านั้น หาใช่การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์รอบตัวดังที่เข้าใจ ทั้งนี้การเล่นกับอาหารที่ล่ามาได้เป็นพฤติกรรมทั่วไปที่พบได้ในวงศ์แมวใหญ่อย่างเสือดาว, เสือชีตาห์ และสิงโต รวมทั้งหากมันต้องการแทะกินเนื้อส่วนภายในแล้วล่ะก็ Hunter เสริมว่าลำพังแค่ความแข็งแรงของขากรรไกรมันก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์หลายร้อยใบถูกพบในจีน

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน เป็นครั้งแรกของโลกที่นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งกำลังลงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค้นพบ ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ โบราณนับร้อยใบ เจ้าของไข่เหล่านี้คือเทอโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และภายในไข่บางใบมีฟอสซิลของตัวอ่อนเทอโรซอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเทอโรซอร์มานานมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่ไม่เคยมีรายงานการพบไข่มาก่อน จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 มีการพบฟอสซิลของไข่บ้างประปรายเฉลี่ยน้อยกว่าหนึ่งโหลต่อปี ต้องขอบคุณบรรดานักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาในจีนสำหรับการค้นพบในครั้งล่าสุดนี้ ที่ค้นพบฟอสซิลไข่จำนวน 215 – 300 ใบเลยทีเดียว Xiaolin Wang หัวหน้าการวิจัยเล่าว่า ทีมของเขายังพบตัวอ่อนของเทอโรซอร์อีก 16 ตัวภายในไข่และเชื่อว่ายังมีไข่อีกมากที่ยังซ่อนตัวอยู่ในก้อนหิน รอให้พวกเขาไปค้นพบ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสารวาร Science “มันเป็นปรากฏการณ์การค้นพบที่หายากมาก” David Hone นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าว “วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง” ไข่ที่ค้นพบน่าจะเป็นของเทอโรซอร์สายพันธุ์ Hamipterus tianshanensis ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อร้อยล้านปีก่อน พวกมันมีชีวิตอยู่ในบริเวณที่เป็นภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่บินได้ ด้วยระยะห่างระหว่างปีกทั้งสองข้างเมื่อโตเต็มที่ จะมีความยาวถึง 10 ฟุต เชื่อกันว่าพวกมันอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำ จับปลาเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมคล้ายกับนกกระสาในปัจจุบัน “บริเวณที่ค้นพบอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่นั่นมีลมแรง เต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง มีสิ่งมีชีวิตและพืชอาศัยอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น” Shunxing […]

กระต่ายน้อยคอเอียง

กระต่ายน้อยคอเอียง Ginny เป็น กระต่ายน้อย วัย 3 ปี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น นั่นคือมันมีคอเอียง ทำให้หัวของมันเอียงไปทางด้านซ้ายของลำตัวตลอดเวลา อาการดังกล่าวเรียกว่า “ภาวะคอบิด” (torticollis) เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอเกิดตึงตัวหรือหดสั้นลง ซึ่งสามารถพบได้ในมนุษย์เช่นกัน สาเหตุของอาการนั้นมีความเป็นไปได้หลายข้อเช่น การติดเชื้อในหู, การติดเชื้อปรสิต หรือเส้นเลือดตีบตีน เป็นต้น ซึ่งสำหรับ Ginny แล้ว ทางสัตวแพทย์คาดเดาว่าอาการของมันน่าจะเกิดจากการติดเชื้อผ่านการกินอาหารหรือน้ำดื่มโชคดีที่ภาวะคอบิดนี้สามารถรักษาได้ และดูเหมือนว่าเจ้า Ginny เองก็มีความสุขดี เนื่องจากได้รับความรักและการดูและเป็นอย่างดีจากเจ้าของมัน   อ่านเพิ่มเติม : จังหวะหัวใจนาร์วาฬเมื่อตกอยู่ในอันตราย, ใครๆ ก็รักฟิโอนา

พบกับแมลงที่ตั้งท้องแต่กำเนิด

โดย ลิซ แลงเลย์ ในฐานะที่เราเป็นไพรเมตความสมบูรณ์ทางเพศของเราเติบโตเป็นไปอย่างช้าๆ แม้กระทั่งว่าบางคนถึงจะอายุ 50 ปีแล้ว ก็ยังคงหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินคำที่พูดถึงอวัยวะเพศ… ความสมบูรณ์พร้อมทางเพศคือช่วงอายุที่สิ่งมีชีวิตนั้นๆ เติบโตพอที่จะผสมพันธุ์ได้ และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ในโลกของสรรพสัตว์แล้ว มีเรื่องราวของสัตว์มากมายที่คุณต้องเซอร์ไพร์   เพลี้ยอ่อน (Aphid) เพลี้ยอ่อน แมลงปากดูดขนาดเล็กที่พบได้ทั่วโลก เกิดมาพร้อมกับการตั้งท้อง ข้อมูลจาก Ed Spevak ผู้ดูแลสาขาสัตว์ไม่มีกระดูก ประจำสวนสัตว์ St. Louis “พวกมันสร้างแบบจำลองจิ๋วภายในตัว” Spevak กล่าว “เหมือนกับเจ้าตัว Tribbles ในซีรี่ย์ Star Trek ชุดเก่า” ดังนั้นแล้วนั่นแปลว่าเพลี้ยอ่อนเพศเมีย เมื่อเกิดมาก็จะมีไข่เติบโตอยู่ภายในตัวแล้ว นอกจากนั้นเพลี้ยอ่อนจะเลือกใช้การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อสภาพอากาศไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของมันที่เกิดมามีความหลากหลาย และความแข็งแรงที่ยึดหยุ่นมากขึ้น   อะโซโลตล์ (Axolotl) อะโซโลตล์ ซาลาแมนเดอร์หน้าตาน่ารักจากเม็กซิโก มีภาวะปีเตอร์ แพน ซินโดรม (ภาวะไม่อยากเป็นผู้ใหญ่) อะโซโลต์จะมีชีวิตอยู่ในระยะตัวอ่อนเกือบทั้งชีวิตของมัน การสืบพันธุ์ทั้งๆ ที่ยังเป็นตัวอ่อนอยู่หรือยังไม่เติบโตเต็มวัยนี้เรียกการสืบพันธุ์ประเภทนี้ว่า พีโดเจเนซีส (Paedogenesis) โดย […]