ไดโนเสาร์ น้องใหม่ : เผยโฉม ซูล ครูริวาสเตเตอร์ - National Geographic Thailand

ไดโนเสาร์ น้องใหม่ : เผยโฉม ซูล ครูริวาสเตเตอร์

ไดโนเสาร์ น้องใหม่ : เผยโฉม ซูล ครูริวาสเตเตอร์

ซูล ครูริวาสเตเตอร์  (Zuul crurivastator) ไดโนเสาร์ ทรงพลังแห่งยุคครีเทเชียส

ที่เพิ่งถูกค้นพบ ผู้มีหางเป็นค้อนปอนด์ และอาจโค่นไทรันโนซอร์ได้

 ใ น ภ า พ ย น ต ร์ ที่ออกฉายเมื่อปี 1984 เรื่อง “โกสต์บัสเตอร์ส” เหล่าสมุนของซูล ปีศาจร้าย หน้าการ์กอยล์ ประกาศก้องว่า “นี่คือซูลเพียงหนึ่งเดียว” แต่ในชีวิตจริง นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบแฝดอีกตัวหนึ่ง นั่นคือ ซูล ครูริวาสเตเตอร์ ไดโนเสาร์ ผู้มีทั้งชื่อสกุลและสปีชีส์ใหม่เอี่ยมกับหน้าตาเหมือนสัตว์ประหลาด เจ้าสัตว์ตัวนี้เป็นแองคีโลซอร์ หรือไดโนเสาร์ชนิดหางตุ้มหุ้มเกราะที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในอเมริกาเหนือ แถมยังอยู่ในสภาพดีอย่างน่ามหัศจรรย์ด้วย

เกราะของซูลกลายป็นฟอสซิลที่หุ้มด้วยเนื้อเยื่ออ่อนย่นอยู่ตรงนั้น สีข้างที่มีรอยแผลของ ซูล ซึ่งถูกถนอมไว้ อาจบันทึกเหตุการณ์ที่มันต่อสู้กับแองคิโลซอร์ตัวอื่น ๆ “นี่เป็นยิ่งกว่าฝันอีกครับ” เดวิด เอแวนส์ นักบรรพชีวินวิทยาแห่งพิพิธภัณฑ์รอยัลออนแทริโอ หัวหน้าคณะวิจัย ซูล กล่าว

เจ้าสัตว์กินพืชที่เหมือนรถถังตัวนี้ตายลงเมื่อ 76 ล้านปีก่อนในบริเวณที่ปัจจุบันคือพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐมอนแทนา ใกล้ปากแม่นํ้าที่เป็นรอยต่อกับทะเลโบราณ ซากที่พองอืดมาอยู่ในแม่นํ้าที่มีท่อนซุงทับถมกันและถูกฝังในผืนทรายอย่างรวดเร็ว เจ้าสัตว์ตัวนี้ถูกฝังลึกอยู่อย่างนั้นจนถึงปี 2014 เมื่อนักขุดค้นฟอสซิลเอกชนค้นพบซากของมันเข้า พิพิธภัณฑ์รอยัลออนแทริโอได้ฟอสซิลดังกล่าวมาในปี 2016 และเดือนพฤษภาคม ปี 2017 นักวิจัยของพิพิธภัณฑ์ก็ประกาศว่า มันเป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่

ไดโนเสาร์
รักษาสภาพอย่างสมบูรณ์ : ทีมของเจ้าหน้าที่เทคนิคทำงานหลายปีเพื่อเอาหินส่วนเกินออกจาก ซูล  เอมีเลีย มาดิล นักเตรียมฟอสซิล ที่ทำงานกับบริษัททำนิทรรศการก็อยู่ในทีมนั้นด้วย
ไดโนเสาร์
นิสัยอ่อนโยน : ดังที่เห็นในการตีความของศิลปิน (บน) และฟอสซิล (ล่าง) เขาขนาดใหญ่ยื่นจากรอบดวงตาของ ซูล จนได้ชื่อเป็นปีศาจ แต่ ซูล ไม่ได้กระหายเลือด หากชอบกินต้นอ่อน มันใช้กรามที่เหมือนเสียมงับพืชอ่อน ๆ เข้าปาก

ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์
หนังหนาไว้ป้องกัน : แผ่นเกราะกระดูก (osteoderm) หุ้มผิวหนังของ ซูล เอาไว้ รูปร่างทรงหนามของมันดูใหญ่ขึ้นด้วยปลอกสีนํ้าตาลที่ทำจากเคอราทิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเล็บมนุษย์
จอมพิฆาตช่วงล่าง : แองคีโลซอร์อย่าง ซูล โด่งดังด้วยหางของพวกมัน ซึ่งเมื่อ 100 ล้านถึง 90 ล้านปีก่อนได้วิวัฒนาการมาเป็นค้อนปอนด์แข็งที่มียอดเป็นปุ่มกระดูกที่กว้างถึง 0.6 เมตร ในสปีชีส์รุ่นถัดมา หางหนามที่น่าเกรงขามของ ซูล ตามภาพ เหยียดยาวถึงสองเมตรและอาจช่วยมันปัองกันตัวจากพวกไทรันโนซอร์ เพื่อเป็นเกียรติแก่บั้นท้ายติดอาวุธของ ซูล เอแวนส์และเพื่อนร่วมงาน วิกตอเรีย อาร์เบอร์ จึงตั้งชื่อสปีชีส์ให้ไดโนเสาร์ตัวนี้ว่า ครูริวาสเตเตอร์ ซึ่งเป็นภาษาละตินหมายถึง “จอมพิฆาตช่วงล่าง” นั่นเอง

เรื่องโดย ไมเคิล เกรชโก


อ่านเพิ่มเติม

พบฟอสซิลลูกนกจากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน

เรื่องแนะนำ

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขมีช่วงวัยที่เรียกได้ว่า "น่ารักที่สุด" อยู่ระหว่างอายุ 6 - 8 สัปดาห์ งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้ว่าสุนัขวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออยู่เคียงข้างมนุษย์อย่างแท้จริง

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]