นกโจรสลัด พันธุ์อเมริกัน กับการขยายเสน่ห์ทางเพศโดยการขยายหน้าอกและเสียงร้อง

เสน่ห์ทางเพศขยายขึ้นได้ จริงหรือ ใช่ จริงแท้แน่นอน

นกเพศผู้หลายชนิดเบ่งหน้าอกโดยหวังจะสร้างความประทับใจให้เพศเมีย แต่สำหรับสีสัน ขนาด และพรสวรรค์ในการร้องแล้ว ไม่มีอะไรเอาชนะหน้าอกที่เหมือนเรือเหาะของ นกโจรสลัด พันธุ์อเมริกัน (Fregata magnificens) ไปได้

ในระหว่างการเกี้ยวพาราสี นกเพศผู้แต่ละตัวจะหาทางเอาชนะนกตัวอื่นๆ ด้วยส่วนหนึ่งของร่างกาย นั่นคือถุงสีแดงที่ห้อยลงมาจากคอ เมื่อมันพองถุงที่คอนี้ ถุงจะโป่งออกเป็นรูปร่างคล้ายหัวใจมีความสูงเท่ากับตัวมัน จากนั้นมันจะใช้จะงอยปากทำ เสียงแหลม และเสียงจะก้องกังวานอยู่ในถุงเหมือนเสียงตีกลองซึ่งเป็นการร้องเรียกคู่ด้วยเสียงเคาะ

“คุณได้ยินเสียงร้องนี้ก่อนที่จะเห็นตัวพวกมันนานเลยค่ะ” เจน โจนส์ จากกองทุนอนุรักษ์หมู่เกาะกาลาปาโกส ผู้เป็นประจักษ์พยานการเกี้ยวพาราสีดังกล่าวบนหมู่เกาะแห่งนั้น บอกนกเพศเมียที่บินอยู่เหนือหัวจะร่อนลงมาและพิจารณาหาคู่ นกเพศผู้อาจดึงดูดเพศเมียมากขึ้นด้วย “การเคลื่อนไหวเหมือนเต้นดิสโก้ การสั่นหัว หรือการเขย่าตัวเป็นครั้งคราว” โจนส์กล่าว

ผลการศึกษาครั้งหนึ่ง (ขวา) บอกว่าเป็นเพราะเสียงเหมือนตีกลองที่ทำให้นกเพศผู้ตัวนั้นๆเป็นคู่ผสมพันธุ์ที่ดีที่สุด แต่การแสดงทั้งหมด “น่าทึ่งจริงๆค่ะ” โจนส์ว่า “บันเทิงสุดๆ”

เรื่องโดย แพทริเซีย เอดมันด์ส

ข้อมูลเพิ่มเติม

ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์
Fregata magnificens โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและแอตแลนติกของทวีปอเมริกา รวมทั้งหมู่เกาะข้างเคียงจากแคลิฟอร์เนียและจอร์เจียลงใต้ไปยังเอกวาดอร์และอุรุกวัย

สถานะการอนุรักษ์
ไอยูซีเอ็นจัดให้นกชนิดนี้อยู่ในสถานะ “มีความเสี่ยงน้อย”

ข้อมูลน่าสนใจ

นกโจรสลัดบินได้นานหลายเดือนในคราวเดียว โดยอาศัยกระแสลมอุ่นที่พัดขึ้น พวกมันจะโฉบลงไปยังผิวนํ้ามหาสมุทรเพื่อหาอาหารหรือขโมยอาหารจากสัตว์อื่น ๆ นักนิเวศวิทยาซึ่งศึกษาการเกี้ยวพาราสีของนกเพศผู้ที่อพยพเข้าไปในเม็กซิโกสรุปว่า เสียงมีผลต่อ “การทำนายความสำเร็จในการจับคู่ผสมพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ” ผลการศึกษาชี้ว่า นกเพศผู้ที่ทำเสียงเหมือนตีกลองในความถี่ตํ่ากว่าซึ่งเป็นเพราะถุงที่คอมีขนาดใหญ่กว่า และเป็นจังหวะเร็วและต่อเนื่องกว่า จะดึงดูดเพศเมียได้มากกว่า


อ่านเพิ่มเติม จงศรัทธาในรัก เหมือนดั่งสัตว์เหล่านี้

เรื่องแนะนำ

เสือชีตาห์คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว?

เสือชีตาห์ คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว? เป็นที่รู้กันดีว่า เสือชีตาห์ คือจ้าวแห่งความเร็ว แต่นอกเหนือจากรูปร่างเพรียวลม กล้ามเนื้ออันแข็งแรงแล้ว ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญอีกซึ่งร่างกายของมันต้องการอย่างมากเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็ว ผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในวารสาร Scientific Reports แสดงให้เห็นว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์นั้นมีส่วนช่วยให้การล่าเหยื่อของมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการวิจัยครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทีมวิจัยทำการวิเคราะห์หูชั้นในของสัตว์ในวงศ์แมวใหญ่   ว่าด้วยเรื่องหู หากคุณมองภาพสโลวโมชั่นของเสือชีตาห์ขณะกำลังวิ่ง จะเห็นได้ว่ามันสามารถคงหัวของมันให้นิ่งอยู่ได้ ซึ่งช่วยให้ดวงตาของมันจับจ้องไปที่เหยื่ออย่างไม่ให้คลาดสายตาระหว่างการล่า เพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกเสือชีตาห์ว่ามีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างไร Camille Grohe มุ่งเป้าไปที่การศึกษาหูชั้นใน หูชั้นในเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย มันประกอบไปด้วยช่องว่างที่บรรจุของเหลวและเซลล์ขนที่ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์รับการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยภาพถ่ายความละเอียดสูง Grohe และทีมงานของเขาสแกนกระโหลกศีรษะจำนวน 21 กระโหลก ในจำนวนนี้บางกระโหลกเป็นของสัตว์สายพันธุ์อื่นในวงศ์แมวใหญ่ มีจำนวน 7 กระโหลกที่เป็นของเสือชีตาห์ นอกจากนั้นพวกเขายังสแกนกระโหลกศีรษะของเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตด้วย เพื่อหาดูว่าหูชั้นในของพวกมันมีวิวัฒนาการอย่างไร ผลการตรวจสอบพวกเขาพบว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์ไม่ได้เหมือนกับสัตว์อื่นๆ ในวงศ์แมวใหญ่ ด้วยระบบการรักษาสมดุลที่มีขนาดใหญ่ของมัน และช่องภายในหูที่ยาวกว่าส่งผลให้ความสามารถในการคงศีรษะและดวงตาของมันให้อยู่นิ่งมีมากกว่าเสืออื่นๆ “กายวิภาคภายในหูของมันสะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากขึ้น” John Flynn ผู้ร่วมการวิจัยกล่าว ในระหว่างการแถลงข่าวผลการค้นพบ โดยที่สำคัญก็คือลักษณะเหล่านี้ไม่ถูกพบในเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นหมายความว่าความพิเศษนี้เพิ่งจะถูกพัฒนาขึ้นไม่นาน ในฐานะของสัตว์บกที่มีความรวดเร็วมากที่สุดในโลก ร่างกายของมันถูกสร้างเพื่อการวิ่งอย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา กระดูกสันหลังที่ยาวและมีความยึดหยุ่น เอื้อให้มันสามารถทำความเร็วจาก 0 […]

หลักฐานฟอสซิลเผยปริศนาการทวีชนิดพันธุ์สัตว์ยุคแคมเบรียน

ฟอสซิลเก่าแก่อายุ 570 ล้านปี ช่วยไขปริศนาว่า สรรพชีวิตบนโลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากจุลชีพแสนเรียบง่าย กลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่และสลับซับซ้อนได้อย่างไร

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.