เที่ยว สวนสัตว์ อย่างไรให้ปลอดภัย และไม่รบกวนสัตว์ - National Geographic Thailand

เที่ยวสวนสัตว์อย่างไรให้ปลอดภัย และไม่รบกวนบรรดาสัตว์

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพหมีขั้วโลกที่ สวนสัตว์ แห่งหนึ่งในประเทศเดนมาร์ก ภาพถ่ายโดย JO-ANNE MCARTHUR


อุบัติเหตุและเรื่องน่าเศร้าจากการชม สวนสัตว์ สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการเคารพสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่กักขัง และเคารพอาณาเขตของพวกมัน

การไปเที่ยวชมสวนสัตว์เป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าไปชมสวนสัตว์มักคาดหวังถึงสวยงามและความหลากของระบบนิเวศทางธรรมชาติที่โลกนี้ได้สรรค์สร้างให้พวกเราเป็นประจักษ์พยาน

อย่างไรก็ตาม แม้สวนสัตว์จะมีระบบการจัดการเป็นอย่างดี แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอันตราย เมื่อมนุษย์ต้องอยู่ในพื้นเดียวกันกับสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงท

“คุณไปเที่ยวสวนสัตว์ เพื่อให้ลูกของคุณเกิดความประทับใจ และเพื่อสอนให้พวกเขาเข้าถึงจิตใจของบรรดาสัตว์ที่วิเศษเหล่านี้” แจ็ก ฮานนา ผู้อำนวยการกิตติคุณ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโคลัมบัสในมลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา กล่าวและเสริมว่า “แต่บรรดาสัตว์เหล่านี้สามารถทำตามสัญชาตญาณธรรมชาติของพวกมันได้เช่นกัน”

แต่ก็นับว่าโชคดี ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เสนอวิธีที่ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งคุณ และครอบครัวของคุณปลอดภัยจากการไปเที่ยวชมสวนสัตว์หรือสถานที่อื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน

สวนสัตว์
ครอบครัวชาวยิวครอบครัวหนึ่งกำลังชมเสือดาวในสวนสัตว์กรุงเยรูซาเล็ม ภาพถ่ายโดย OMER MESSINGER, NURPHOTO/SIPA USA/AP

เคารพอาณาเขตของสัตว์

แม้ว่าบรรดาสวนสัตว์จะดูแลและทำให้ผู้เข้าชมมั่นใจว่า พวกเขาจะปลอดภัยและสนุกสนานกับประสบการณ์ในการเที่ยวสวนสัตว์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้มาเยือนสวนสัตว์จะละเลยความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่บรรดาผู้ปกครองต้องจับตาดูเด็กๆ อยู่ตลอดและปกป้องเด็กๆ ไม่ให้ปีนกำแพงหรือนำพาตัวเองเข้าไปในแนวรั้วหรือพื้นที่อาณาเขตของสัตว์

มีเหตุการณ์น่าเศร้าที่บ่งชี้ว่าทำไมคำแนะนำนี้ถึงสำคัญ ในปี 2012 ที่สวนสัตว์พิตต์สเบิร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย เด็กชายอายุ 2 ขวบ ถูกหมาป่าแอฟริกันทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากเด็กตกลงไปในพื้นที่จัดแสดงของหมาป่าแอฟริกันตัวดังกล่าว และในปี 2016 ที่สวนสัตว์ซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ กอริลลาตัวหนึ่งถูกยิงเพื่อปกป้องเด็กคนหนึ่งที่ร่วงลงไปใกล้กับกอริลลาตัวนั้น

อลิซซาเบธ เฮเรลโก ผู้จัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตววิทยาแห่งชาติสมิธโซเนียน กล่าวว่า บางครั้งกรงขังหรืออุปกรณ์ที่กั้นระหว่างคนกับสัตว์ทำให้ผู้ที่มาเที่ยวชมไม่สามารถมองเห็นสัตว์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเธอเข้าใจว่าบรรดาผู้เข้าชมก็พยายามหาทางมองเห็นสัตว์ให้ชัด แต่การยกตัวเด็กให้อยู่สูงกว่าแนวกั้นสัตว์ไม่ใช่ความคิดที่ดี

“เราเข้าใจว่า พวกคุณนั้นรู้จักลูกของพวกคุณเป็นอย่างดี แต่การทำแบบนั้นก็ให้เรากังวลใจ” เธอกล่าวและเสริมว่า “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เราก็ต้องเข้าไปปกป้องความปลอดภัยของเด็กๆ มากกว่าคนอื่นๆ”

สวนสัตว์
ยีราฟตัวหนึ่งในสวนสัตว์กำลังจ้องมองไปที่ทิวทัศน์ของภูเขา ภาพถ่ายโดย OMER MESSINGER, NURPHOTO/SIPA USA/AP

จงเคารพสัตว์เหล่านั้น

เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เข้าชมสวนสัตว์ต้องเคารพบรรดาสัตว์ที่ถูกจัดแสดงอยู่ด้วย

“สวนสัตว์คือบ้านของพวกมัน” ฮานนากล่าวและเสริมว่า “กรุณาอย่าตะโกน ขว้างอาหารหรือสิ่งของอื่นๆ ใส่ และเคารพ ‘บ้าน’ ของพวกเขาด้วยนะคะ”

แนวปฏิบัติของผู้เข้าชมสวนสัตว์ที่ดีคือต้องเคารพกฎและปฏิบัติต่อสัตว์แบบที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อตัวเอง ซึ่งรวมไปถึงการพูดคุยด้วยเสียงที่เบา และไม่เคาะกระจก หรือสิ่งที่ดึงความสนใจของสัตว์ได้

โดยเสียงที่ดังและรบกวนสามารถทำให้สัตว์รู้สึกเครียด ซึ่งอาจทำให้มันไม่สามารถกินอาหาร เล่น หรือทำพฤติกรรมปกติอื่นๆ ได้

“พวกคุณมาที่นี่เพื่อชมบรรดาสัตว์ แต่เมื่อพวกคุณมาที่นี้แล้ว ก็ต้องเคารพพวกมัน เรียนรู้จากพวกมัน และได้แรงบันดาลใจจากมันด้วยนะคะ” ฮานนากล่าวทิ้งท้าย

เรื่องโดย JASON BITTEL


อ่านเพิ่มเติม ย้อนตำนาน 80 ปีเขาดิน

เรื่องแนะนำ

ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตีพิมพ์สารคดีเรื่อง นกฮัมมิงเบิร์ด มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกสุดคือเรื่อง “The Hummingbirds” ในฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 1960

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

ปลาโรนันจุดขาวเป็นปลาหายากในวงศ์ปลากระเบนที่นักวิทยาศาสตร์ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมาก และพวกมันกำลังถูกคุกคามเนื่องจากครีบของปลาโรนันขายได้ราคาสูงมาก ขณะนี้บรรดานักอนุรักษ์ทำได้เพียงซื้อคืนพวกมันจากชาวประมงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย – และอีกหลายเรื่องที่ “ยังไม่เปลี่ยนแปลง” อาคารไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและพื้นที่เริ่มผุพังจากความหิวของกองทัพปลวกส่งเสียงกรีดร้องเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบเมื่อผมได้ก้าวเหยียบไปที่ระเบียงเพื่อมองทิวทัศน์ที่คุ้นเคย ป้ายให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนสีซีดจางเนื่องจากกาลเวลาใต้แดดฝนนานนับปีเข้ามาทักทายผมจากดงไม้เขียวชอุ่ม ชื่อที่คุ้นเคยบนนั้นทำให้นึกถึงหน้าตาของผู้คนที่เคยได้ร่วมงานกันที่นี่ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ตัวอักษรที่เลือนราง “ร่าเริง ว่ายน้ำและดำน้ำได้ดี” ถูกเขียนอยู่ในช่องว่างเพื่อรายงานสุขภาพประจำวัน ทุกสิ่งเหมือนถูกหยุดแช่แข็งไว้ในกาลเวลาจากวันสุดท้าย ก่อนที่ ‘ มาเรียม ’ จะล้มป่วยลงและตายไปกลางค่ำคืนของวันที่ 17 สิงหาคม 2562 เมื่อผมได้มายืนอยู่ที่อ่าวดุหยงของเกาะลิบงแห่งนี่อีกครั้งหลังจากผ่านมากว่าสามปี นอกจากร่องรอยความผุพังของกาลเวลาและความว่างเปล่าที่มาแทนที่เสียงพูดคุยและรอยยิ้มของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ผมคุ้นเคย หรือผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนเจ้าพะยูนน้อยแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากมองด้วยสายตา เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมโดยรวมของเกาะลิบง ยกเว้นลวดลายพะยูนที่เพิ่มมาให้เลือกบนเสื้อผ้าที่เขวนในร้านขายของชำที่ปราศจากผู้คน หรืองานศิลปะสตรีทอาร์ตรูปพะยูนและสัตว์ทะเลสีสดใสที่มาประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ บนเกาะ เวลาสามปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้นหลังจากความตายของ มาเรียม พวกเราคงได้เห็นกระแสคลื่นของความตระหนักรู้ของสังคมที่ถาโถมให้แก่สัตว์สงวนของไทยด้วยความน่ารักของเจ้าพะยูนกำพร้า พวกเราคงรู้สึกเสียใจหรือบ้างก็เสียน้ำตามาเช่นกันจากความตายของมัน พวกเราคงได้ยินถึงเรื่องของความตั้งใจในการบริหารจัดการอนุรักษ์ประชากรของเหล่าพะยูนตัวอื่นๆ ที่มีอยู่ราว 265 ตัวในน่านน้ำไทย แต่เศษขยะพลาสติกที่ลอยผ่านสายตาไปบนผิวน้ำ หรือ ดงหญ้าทะเลที่เคยงอกงามได้เสียหายไปเป็นพื้นที่กว้างเหลือเพียงต้นสั้นๆ ก็ต้องทำให้ต้องหยุดคิดนึกถามว่าความเปลี่ยนแปลงที่เราหวังได้คืบหน้าไปเพียงใด ความตั้งใจในการห้ามพลาสติกใช้แล้วทิ้งในไทยที่ต้องถูกชะลอไปอย่างมากด้วยเหตุจากโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปรอบโลก หรือความเสียหายต่อแนวหญ้าทะเลของจังหวัดตรังที่เป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของไทยซึ่งคาดว่ามาจากตะกอนดินที่มากับการขุดลอกร่องน้ำบนชายฝั่ง ก็ยังคงตรอกย้ำกับพวกเราว่าความสำเร็จของการอนุรักษ์พะยูนยังคงไปไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ *************** แสงของดวงจันทร์ในยามขึ้น […]

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว