คุยกับ ซีซาร์ มิลแลน - National Geographic Thailand

คุยกับซีซาร์ มิลแลน

ซีซาร์ มิลแลน เดินทางมาเมืองไทยบ่อยครั้งในระยะหลังเพื่อถ่ายทำรายการ Cesar Recruit’s: Asia ซึ่งออกอากาศ Season แรกไปแล้ว และอยู่ระหว่างการถ่ายทำ Season 2  เรามีโอกาสพบและสัมภาษณ์เขาเมื่อต้นปี 2560  สิ่งแรกที่ซีซาร์พูดถึงอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเราอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ  ซีซาร์กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอกเหนือจากการที่ทรงเป็นคนรักสุนัขคือ พระองค์ทรงช่วยเหลือและรับชุบเลี้ยงสุนัขพันทางตัวหนึ่ง [น่าจะเป็นเรื่องราวของคุณทองแดง] ซีซาร์กล่าวว่า “เรามักได้ยินว่ากษัตริย์และสมาชิกราชวงศ์ต่างๆ มักนิยมชมชอบสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นสุนัขพันธุ์แท้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสถานะ เมื่อผมได้ยินเรื่องที่พระองค์ทรงช่วยเหลือและชุบเลี้ยงสุนัขธรรมดาๆตัวหนึ่ง  ผมรู้สึกได้ถึงน้ำพระทัยของพระองค์ คนไทยรักและเทิดทูนพระองค์ ผมเห็นได้ถึงความรักและความเคารพนี้ สิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น ผมจึงขอร่วมเป็นหนึ่งกับคนไทยเพื่อถวายพระเกียรติและร่วมรำลึกถึงพระองค์”

 

NGThai: คุณคิดว่าการที่เรามีหรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัข ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นหรือไม่

ซีซาร์: ในฐานะมนุษย์ เราต้องรักใครสักคน และต้องรู้สึกถึงการเป็นที่รัก บางครั้ง มนุษย์ไม่รักคุณตอบ แต่สัตว์รักคุณตอบเสมอ จิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบอกเราว่า ความเชื่อหรือศรัทธามีอยู่จริง  สำหรับผม สุนัขคือตัวแทนของสัญชาตญาณ ความรัก และจิตวิญญาณ คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ฉลาดมาก แต่พวกเขารักไม่เป็น แต่สุนัขรักเป็น คุณสัมผัสได้ว่า จิตวิญญาณของสุนัขไม่เห็นแก่ตัว แต่จิตวิญญาณของมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว สัญชาตญาณบอกคุณว่า คุณต้องทำงาน คุณต้องเอาตัวรอด สุนัขเตือนให้เรานึกถึงความเรียบง่าย ความรัก และศรัทธา ด้วยเหตุนี้ คุณจึงต้องการพวกมัน ลูกค้าของผมฉลาดมาก แต่สุนัขของพวกเขาไม่รู้หรอก ดังนั้น การที่ในหลวง (ร.9) ทรงรักสุนัข ก็เพราะทรงเข้าใจถึงความจำเป็นของการมีมิตรภาพอันบริสุทธิ์ เราต้องการสุนัข ไม่ต่างจากที่เราต้องการยารักษาโรค หรืออาหาร พูดอีกอย่างก็ได้ว่า สุนัขเตือนให้เรานึกถึงพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงรักทุกคน สุนัขก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะยากจน หรือรวยล้นฟ้า มันก็รักคุณไม่ต่างกัน ไม่ว่าคุณจะผิวดำหรือผิวขาว พิการหรือเป็นเกย์ สุนัขเข้าใจแนวคิดนี้ เราจึงต้องการสุนัข ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเรื่องการปกป้องหรือเหตุผลอื่นๆ ที่คนทั่วไปคิดกัน แต่เป็นเรื่องลึกซึ้งกว่านั้น

ซีซาร์ มิลแลน เมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการ Cesar Recruit’s: Asia ซีซั่นที่ 2 ในไทย

NGThai: ในฐานะที่คุณอยู่เมืองไทย คุณเห็นสุนัขจรจัดมากมายตามท้องถนน เรามีปัญหานี้ค่อนข้างมาก คุณพอจะมีคำแนะนำที่เป็นไปได้ไหม

ซีซาร์: เมื่อผู้คนตระหนักว่า วิธีแก้ปัญหาทำได้ง่ายเพียงใด เมื่อนั้นประชากร (สุนัขจรจัด) จะเริ่มลดลง  ก็เหมือนเรื่องการรีไซเคิล ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องโลกร้อน ที่คนทั่วโลกตระหนัก พูดให้เข้าใจง่ายคือ คุณต้องปิดโรงงานบ้าง เพื่อไม่ให้เราปลดปล่อยความร้อนมากเกินไป คนทั้งโลกรู้เรื่องนี้ ปัญหาประชากรมากเกินไปสามารถหยุดยั้งได้ง่ายด้วยมาตรการอย่างการทำหมัน เพราะทำให้ไม่มีลูกสุนัขใหม่ๆเพิ่มขึ้น เหมือนปิดกั้นแม่น้ำไม่ให้ไหล คุณสร้างกำแพงหรือทำนบกั้น แม่น้ำก็หยุดไหล วิธีการหยุดไม่ให้สุนัขมีลูก ง่ายๆก็ทำหมันสุนัขครับ เหมือนนโยบายลูกคนเดียวในเมืองจีนไงครับ ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าเข้าใจและเห็นว่าสำคัญ ก็ต้องลงมือทำครับ เหมือนเรื่องทำวัคซีน เรื่องยุง เรื่องโรคอย่างไข้ซิการ์ ถ้าทั่วโลกเห็นว่าสำคัญ เราก็แก้ปัญหาได้

 

NGThai: คุณรู้สึกประทับใจหรือได้บทเรียนอะไรเป็นพิเศษบ้างไหมจากการเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อถ่ายทำรายการใหม่ของคุณ

ซีซาร์: น่าสนใจครับ ผมเองก็มาจากโลกที่สาม ผมมาจากเม็กซิโก สำหรับผม ผมไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ เอเชียสำหรับผมก็เหมือนบ้าน ผมรู้สึกสบายใจมากกว่าเวลาอยู่ในเอเชียมากกว่าในยุโรปเสียอีก เรามีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ครอบครัวและศาสนาสำคัญมากสำหรับเรา ผมมองว่าทั่วโลกมีปัญหาคล้ายคลึงกัน นั่นคือการศึกษา คนยุโรปมีปัญหา คนอเมริกันก็มีปัญหาของตัวเอง รายการผมมาจากอเมริกาที่บอกว่า เราดูแลสุนัขดีกว่าที่อื่น ผมมองว่าปัญหาอยู่ที่การให้การศึกษาแก่ผู้คน ผมไม่ได้ฝึกหัดสุนัข นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมทำ ผมมองว่าเราทุกคนต้องการความช่วยเหลือ คุณรู้ไหม คนตะวันตกมองเอเชียแบบเหมารวมว่า เอเชียก็คือจีน ดังนั้น พวกเขาคงต้องกินเนื้อสุนัข ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ดังนั้น ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจคำว่า ‘วัฒนธรรม’ ในแง่นี้ ผมคิดว่าเราล้วนต้องการความช่วยเหลือ

ซีซาร์ มิลแลน มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสุนัข เขาเดินทางจากเม็กซิโกมายังสหรัฐเพื่อหางานทำ และเรียนรู้ทักษะการฝึกด้วยตนเอง ก่อนที่จะโด่งดังจากซีรี่ย์ The Dog Whisperer ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์

NGThai: คุณบอกว่า คุณไม่ได้ฝึกสอนสุนัข แต่สิ่งที่คุณทำคือช่วยเจ้าของสุนัขมากกว่า อยากให้ช่วยขยายความ

ซีซาร์: เวลาผมได้รับการร้องขอให้ไปช่วยเหลือเจ้าของสุนัข สิ่งแรกที่ผมทำตอนเข้าไปในบ้านคือ ผมจะพยายามสัมผัสหรือประเมินพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในบ้านหลังนั้น พ่อ แม่ ลูก และสุนัข ความตั้งใจของผมคือช่วยเหลือทุกคนให้สื่อสารกัน ถ้าคนในบ้านรู้จักสื่อสารกันด้วยดี สุนัขจะรู้สึกสมดุล ถ้าพ่อแม่ลูกไม่สื่อสารกัน จะไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่า alignment [ความเข้ากันได้หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน]  สุนัขจะรับรู้ได้ว่า คนในบ้านไม่ชอบกัน พ่อแม่ทะเลาะกัน ลูกๆ ไม่ฟังพ่อแม่ สุนัขก็จะเลียนแบบ สุนัขก็คือนักเรียน มันมองและเฝ้าดู เจตนา (intention) ของมันคือภาพสะท้อนหรือกลายเป็นเจตนาของคุณ  เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าคุณพาลูกๆ ไปวัด ลูกๆ ก็จะเรียนรู้ ในทางกลับกัน ถ้าคุณพาลูกๆ ไปเจอคนค้ายาเสพติด ลูกๆก็จะเรียนรู้  ข้อสำคัญคือ มนุษย์มีโอกาสในอนาคตข้างหน้าที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ด้วยมันสมองหรือภูมิปัญญาของเรา เราเขียนหนังสือได้ แต่สุนัขทำไม่ได้ เราสามารถแสดงออกซึ่งอารมณ์ได้หลากหลาย ขณะที่สุนัขทำได้ไม่กี่อย่างวิธีการแสดงออกของมันจัดว่าพื้นฐานมากๆ และเรียบง่าย

 

บทสัมภาษณ์ได้รับการเรียบเรียงเพื่อความกระชับ

ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Fox International Asia และ National Geographic

 

อ่านเพิ่มเติม : ไขข้อเท็จจริง แน่ใจได้อย่างไรว่าสุนัขจะไม่กินคุณ หากคุณบังเอิญตาย?จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

เรื่องแนะนำ

งูเหลือมกลืนเหยื่อตัวใหญ่กว่ามันได้หลายเท่า

งูเหลือมกลืนเหยื่อตัวใหญ่กว่ามันได้หลายเท่า งูเหลือม คือ สัตว์ที่เชื่อกันว่า มีวิวัฒนาการมาจากสัตว์ตระกูลจิ้งจก และ ตุ๊กแก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยล้านปีมาแล้ว และยังถือว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อันตรายและมีลำตัวยาวที่สุดในโลก โดยเฉพาะงูเหลือมในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปัจจุบันสามารถวัดความยาวสูงสุดได้ยี่สิบห้าฟุต หากถามว่าทำไมงูเหลือมถึงกลายเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อันตรายที่สุดในโลก นั่นเป็นเพราะ งูเหลือมมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงซึ่งสามารถรัดเหยื่อ จนเลือดในตัวเหยื่อหยุดไหลเวียนได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในทุกๆ ครั้งที่เหยื่อพยายามจะหายใจ มันจะรัดเหยื่อแน่นขึ้นอีก จนขาดอากาศหายใจในที่สุด นอกจากกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแล้ว ขากรรไกรของงูเหลือมก็สามารถทำงานได้ดีด้วยเช่นกัน งูเหลือมสามารถกินเหยื่อตัวใหญ่ได้ เพราะขากรรไกรของมันมีความยืดหยุ่นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ฟันแถวล่างของมัน ยังยืดออกจากกันและขยับได้อย่างอิสระคล้ายกับปีกของนก ซึ่งช่วยให้มันสามารถอ้าปากได้กว้างและกลืนเหยื่อลงไปในคอได้ ฟันของงูเหลือมยังมีลักษณะที่แหลมคม โค้งไปด้านใน ซึ่งมีข้อดีอย่างมากในการจับ และล็อคเหยื่อให้แน่นทำให้เหยื่อไม่สามารถดิ้นหลุดออกจากปาก จากนั้นจึงค่อยๆ ดันเหยื่อเข้าไปในคอของมัน   อ่านเพิ่มเติม ความกลัวงูและแมงมุมติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดหรือไม่?    

ปิดฉากชีวิตกระซู่เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซีย

กระซู่ ชื่อว่า ฮาราปัน โพสท่าที่ศูนย์อนุรักษ์ไวท์โอ๊คที่มลรัฐฟลอริดา สถานที่ซึ่งมันได้อยู่อาศัยที่นั่นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์กระซู่ หรือ แรดสุมาตรา ในประเทศอินโดนีเซีย ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK หลังจาก กระซู่ เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซียได้ตายไป ก็เหลือเพียงตัวเมีย 1 ตัว และในอินโดนีเซียก็เหลือกระซู่อีกเพียง 80 ตัวเท่านั้น มีรายงานว่า แทม (Tam) กระซู่หรือแรดสุมาตรา (Sumatran rhinoceros) เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซียนั้นตายลง ทำให้กระซู่ ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์นี้ ได้สูญพันธุ์ไปจากมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ย้อนไปเมื่อปี 2008 มีการค้นพบแทมที่สวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่ง มันจึงถูกจับและนำมาดูแลที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตาบิน รัฐซาบาห์ และวางแผนให้มันผสมพันธุ์กับกระซู่เพศเมียสองตัวที่ชื่อว่า ปันตุง (Puntung) ที่ถูกจับมาเมื่อปี 2011 และ อิมาน (Iman) ที่ถูกจับเมื่อปี 2014 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในปี 2017 ปันตุงถูกการุณยฆาตเนื่องจากโรคมะเร็ง ขณะนี้ อิมานจึงเป็นกระซู่เพศเมียตัวสุดท้ายในมาเซีย […]

ฉลามให้กำเนิดลูกโดยไม่ผ่านการผสมพันธุ์

เรื่อง เบกกี ลิตเติ้ล เตรียมพบกับเรื่องราวที่จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ นักวิทยาศาตร์ได้เผยแพร่การค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ฉลามเพศเมียได้ให้กำเนิดลูกน้อยของมัน โดยไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์กับตัวผู้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ มันคลอดทั้ง ๆ ที่ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ ฉลามเสือเพศเมียชื่อ ลีโอนี (Leonie) ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้วางไข่และลูก ๆ ทั้งสามตัวของมันฟักออกจากไข่อย่างฉลามทั่วไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉลามเสือ (Stegostoma fasciatum) ออกไข่โดย “ไม่ผสมพันธุ์” แต่มันเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกพฤติกรรมนี้ไว้ได้ ลีโอนีตกลูกครอกก่อนหน้านี้ในปี 2012 โดยการผสมพันธุ์กับฉลามหนุ่มในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรีฟเอชคิว เมืองทาวนส์ฮิลล์ รัฐควีนส์แลนด์ และหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จับลีโอนีแยกมาอยู่ในบ่อที่เธอไม่มีโอกาสเจอตัวผู้อีกเลย ในบ่อใหม่ ลีโอนียังคงวางไข่ของเธอต่อไป อย่างเช่นที่แม่ไก่ทำ แต่เราไม่รู้ว่าไข่เหล่านั้นได้รับการปฏิสนธิหรือไม่ สามปีหลังแยกจากตัวผู้ เธอได้สร้างความประหลาดใจแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้ดูแล ไข่บางฟองที่เกิดจากเธอฟักออกมาเป็นตัว นับเป็นครั้งแรกที่เราสังเกตุพฤติกรรมนี้ได้ในปลาฉลาม แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศไปเป็นแบบพาร์ธีโนเจเนซิส (การสืบพันธุ์ที่ตัวอ่อนเจริญโดยไข่ไม่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม) พบมาก่อนหน้านี้ในปลากระเบนลายจุดและงูสายรุ้งกัมพูชา การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศลักษณะนี้ มีการสำรวจพบในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอีกหลายชนิดซึ่งมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นในภาวะปกติ นักวิทยาศาสตร์ในสวนสัตว์หลุยส์วิลล์ประหลาดใจมากที่งูเหลือมในการดูแลออกไข่โดยไม่ได้รับการผสมพันธุ์ พวกเขาตั้งข้อสังเกตุว่า อาจเกิดจากการที่พวกมันเก็บสเปิร์มของงูตัวผู้ไว้ในตัว ในกรณีงูเหลือมที่หลุยส์วิลล์ ลูกของมันไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับสเปิร์มแน่นอน เพราะว่างูเหลือมสาวตัวนี้ไม่เคยได้ต้องกายงูเหลือมหนุ่มตัวใดเลย แต่ลีโอนีเคย และเมื่อตอนที่เธอให้กำเนิดลูกออกมา นักวิทยศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำควีนส์แลนด์กล่าวหาว่า เธอเก็บสเปิร์มของตัวผู้ไว้ หลังจากการทดสอบทางพันธุกรรมร่วมแรมปีแสดงให้เห็นว่า […]

การกลับมาของ เสือแพนเทอร์ ฟลอริดา

เสือแพนเทอร์ ฟลอริดาประชากรแมวใหญ่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้กำลังฟื้นตัวขึ้น แต่ความเฟื่องฟูด้านการพัฒนาส่อเค้าคุกคามความอยู่รอดของพวกมัน ‘ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของ เสือแพนเทอร์ ’ ไบรอัน เคลลี กล่าวทักทาย ตอนผมพบเจอที่ทางแยกจอแจในอีสต์เนเปิลส์ รัฐฟลอริดา เคลลี นักชีววิทยาเสือแพนเทอร์ของรัฐ ชี้ไปทางทิศตะวันออกสู่ย่านที่พักอาศัยแผ่กว้างที่เขาพำนักอยู่ เสือแพนเทอร์ตัวหนึ่งถูกกล้องดักถ่ายจับภาพไว้ได้ห่างออกไปแค่ครึ่งกิโลเมตร เขาบอก และมีอีกตัวที่ข้ามถนนหกเลนที่เรากำลังยืนอยู่ข้างๆ ไปได้อย่างปลอดภัย แต่มีเสือแพนเทอร์อีกตัว เป็นเพศเมียอายุแปดปี ชื่อ เอฟพี224 (FP224) อาศัยอยู่แถวนี้ มันโดนรถชนมาแล้วสองครั้ง ขาหักข้างหนึ่งทั้งสองรอบ มันได้รับการรักษาโดยสัตวแพทย์ และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหลังอุบัติเหตุทั้งสองครั้ง เพื่อตามหาร่องรอยของเสือตัวนี้ เราขับรถไปที่บ้านของเคลลีซึ่งอยู่ติดกับป่าผืนหนึ่ง ที่เมื่อไม่นานมานี้มันใช้เป็นรัง ให้กำเนิดลูกเสืออย่างน้อยสามตัว ตอนนี้เป็นหน้าฝน ปกติรอยเท้าเสือแพนเทอร์จะถูกฝนชะหายไป แต่พวกเราโชคดี “นี่ไง รอยเท้าของนาง” เคลลีบอก พลางชี้ไปที่รอยอุ้งเท้าขนาดใหญ่ราวกำปั้นผม บนพื้นทรายอ่อนนุ่ม เราเดินตามรอยเท้าเข้าไปในดงสนต้นสูงกับปาล์มซาบาลที่มีไม้รากอากาศเกาะเต็มไปหมด พอตรวจดูจากกล้อง ดักถ่ายภาพอัตโนมัติที่เคลลีนำมาติดตั้งไว้ก็พบว่า เอฟพี224 เพิ่งเดินผ่านจุดนี้ก่อนสามทุ่มเล็กน้อยเมื่อสองคืนก่อน การเห็นรอยเท้าของมันช่างน่ายินดี เพราะเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่า ฟลอริดายังมีผืนป่าและสัตว์ พวกแมวใหญ่ ซึ่งบางส่วนมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะใช้ชีวิตโดยไม่มีใครพบเห็นได้ ตามชายขอบของเขตชานเมือง ที่กำลังขยายตัว ชาวฟลอริดาส่วนใหญ่จะไม่มีวันได้เห็นร่องรอยของสัตว์นักล่าเหล่านี้ ซึ่งมีน้ำหนักตั้งแต่ 30 […]