สำรวจโลก: ผีเสื้อครึ่งหญิงครึ่งชาย และเรื่องสัตว์แปลกอื่นๆ - National Geographic Thailand

สำรวจโลก : ครึ่งหญิงครึ่งชาย

ครึ่งหญิงครึ่งชาย

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส

โลกธรรมชาติเต็มไปด้วยสัตว์กะเทย (hermaphrodite) หรือสัตว์ที่รูปลักษณ์ภายนอกอาจดูเหมือนเพศผู้หรือเพศเมียแต่มีอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งสองเพศ ญาติของพวกมันที่เราพบเห็นได้น้อยกว่าคือ สิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างลักษณะสืบสายพันธุ์ของเพศผู้และเพศเมีย (gynandromorph) เช่นมีขนาดและสีสันของเพศหนึ่ง แต่มีอวัยวะสืบพันธุ์ของอีกเพศ

แต่ที่หายากกว่านั้นคือพวกที่มีลักษณะของเพศผู้อยู่ข้างหนึ่งและของเพศเมียอยู่อีกข้างหนึ่ง แบ่งแยกกันตรงกึ่งกลาง เช่นผีเสื้อกะเทย (บน) จอช จอห์เนอร์ นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ อธิบายถึง “สิ่งที่นักวิทยา-ศาสตร์ส่วนใหญ่ตั้งสมมุติฐาน” เกี่ยวกับการเกิดความผิดปกติเหล่านี้ กล่าวคือ โครโมโซมเพศของผีเสื้อกลับกันกับของมนุษย์ เพศผู้มีโครโมโซมเหมือนกันสองตัว (แซดแซด – ZZ) ส่วนเพศเมียมีโครโมโซมต่างกัน (แซดดับเบิลยู – ZW) บางครั้งไข่ของเพศเมียมีสองนิวเคลียส คือ แซดและดับเบิลยู เมื่อไข่ได้รับ “การผสมสองครั้ง” จากสเปิร์มแซดของเพศผู้ เอ็มบริโอที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพศผู้และเพศเมียอย่างละครึ่ง

จอห์เนอร์บอกและเสริมว่า ผีเสื้อกะเทยในห้องปฏิบัติการของเขาพยายามวางไข่ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ น่าจะเป็นเพราะความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นแม้ว่าสายพันธุ์ของพวกมันจะมีส่วนผสมของสีสันอันน่าตื่นตา แต่ก็ไม่อาจตกทอดไปสู่ลูกหลานได้ P A P I L I O G L A U C U S ถิ่นอาศัย / ถิ่นกระจายพันธุ์ ผืนป่า อุทยาน และย่านชานเมืองในพื้นที่ซีกตะวันออกของสหรัฐฯ และบางส่วนของแคนาดา ข้อมูลน่าสนใจ ผีเสื้อหางติ่งลายเสือถิ่นตะวันออกซึ่งเป็นผีเสื้อกะเทย (gynandromorph) ตัวนี้ (แสดงขนาดราว 1.5 เท่าของตัวจริง) มีด้านสีเหลืองเป็นลักษณะของเพศผู้และด้านสีมอๆ เป็นลักษณะของเพศเมีย

เมียร์แคต
เมียร์แคต : ถิ่นอาศัย / ถิ่นกระจายพันธุ์ – ทะเลทรายและทุ่งหญ้าทางตอนใต้ของแอฟริกา สถานะการอนุรักษ์ – เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ค่อนข้างน้อย ข้อมูลน่าสนใจ – โดยส่วนใหญ่เมียร์แคตในธรรมชาติกินแมลงและสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก รวมถึงแมงป่อง

ใครๆก็อยากเป็นใหญ่

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส

นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการเมียร์แคตคาลาฮารี เมื่อปี 1993 ทิม คลัตตันบรอก อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ศึกษาฝูงเมียร์แคตราว 100 ฝูง เมียร์แคตเพศผู้และเพศเมียอย่างละตัวจะกลายเป็นผู้มีอำนาจ และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของแต่ละฝูง โดยดูจากอายุ นํ้าหนัก และความก้าวร้าว

ขณะที่สมาชิกตัวอื่น ๆ ทำหน้าที่เป็นยามนักขุดโพรง และพี่เลี้ยงเด็ก เมื่อเมียร์แคตที่มีสถานะตํ่ากว่าเริ่มโตเต็มวัย เพศผู้มักจะออกจากฝูง ขณะที่เพศเมียยังอยู่ต่อไป และตัวที่อายุมากที่สุดและหนักที่สุดมักจะสืบทอดอำนาจเมื่อตัวเก่าตายลง

นักวิจัยสงสัยว่า ถ้าเพศเมียที่มีนํ้าหนักน้อยกว่าซึ่งเข้าคิวสืบทอดอำนาจเกิดเพิ่มนํ้าหนักขึ้นมา แล้วเพศเมียที่หนักกว่าจะได้เลื่อนสถานะขึ้นเป็นผู้นำหรือไม่ เพื่อทดสอบแนวคิดนี้ นักวิจัยใช้เวลาหลายสัปดาห์ป้อนไข่ต้มให้เมียร์แคตเพศเมียกลุ่มหนึ่งวันละฟอง แต่ไม่ให้ตัวอื่นๆ ที่เกิดครอกเดียวกับพวกมัน นักวิจัยฝึกเพศเมียทั้งสองกลุ่มให้ปีนขึ้นไปบนเครื่องชั่งนํ้าหนัก แล้วบันทึกนํ้าหนักของพวกมัน และพบว่าตัวที่ไม่ได้ให้อาหารยังคงมีนํ้าหนักเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับตัวอื่นๆ โดยการออกหาอาหารมากขึ้น

สำหรับนักวิจัย อีลีส ฮูชาร์ด นี่แสดงให้เห็นว่า เมียร์แคต“สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงในด้านการเจริญเติบโตและขนาดของตัวที่อาจเป็นคู่แข่ง และตอบสนองด้วยการปรับการเจริญเติบโตของตัวมันเอง”

ปลาสี่ตา
ปลาสี่ตา : ถิ่นอาศัย / ถิ่นกระจายพันธุ์ – น่านนํ้าจืดและนํ้ากร่อยตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ สถานะการอนุรักษ์ – ยังไม่ได้รับการประเมินสำหรับบัญชีแดงของไอยูซีเอ็น ข้อมูลน่าสนใจ – มีเพียงสามชนิดพันธุ์ในวงศ์ A. anableps ที่มีตาสองส่วน ปลาสี่ตาเพศผู้ (ล่างซ้าย) และเพศเมียถ่ายภาพที่สวนสัตว์โอคลาโฮมาซิตี

เมื่อความรักต้องเลือกข้าง

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส

Anableps anableps มีชื่อสามัญว่า ปลาสี่ตา แต่จริง ๆ แล้วมันมีแค่สองตา พวกมันดูเหมือนมีสี่ตาเพราะแถบเนื้อเยื่อในแนวนอนที่แบ่งตาออกเป็นสองส่วน แต่ละส่วนมีรูม่านตาของตัวเองและการมองเห็นแยกกัน เวลาว่ายนํ้าใกล้ผิวนํ้า ปลาชนิดนี้สามารถมองเห็นในนํ้าและบนผิวนํ้าได้พร้อมกัน

“พวกมันแยกแยะสัตว์นักล่าทั้งบนนํ้าและใต้นํ้าได้ในเวลาเดียวกัน และประมวลผลภาพเหล่านั้นทั้งหมดเพื่อให้รู้ว่าต้องไปทางไหน” เอริก เคเลน ผู้ดูแลสัตว์นํ้าที่สวนสัตว์โอคลาโฮมาซิตี กล่าว แต่ลักษณะเฉพาะดังกล่าวไม่ใช่ความแปลกประหลาดทางกายวิภาคเพียงอย่างเดียวของปลาสี่ตา ช่องเพศของเพศเมียและอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศผู้ซึ่งเป็นครีบดัดแปรรูปร่างคล้ายท่อเรียกว่า โกโน-โพเดียม (gono-podium) ในปลาบางตัวจะหันไปทางขวา และในบางตัวจะหันไปทางซ้าย นี่หมายความว่า ปลาเพศผู้ที่ถนัดขวาถูกสร้างขึ้นมาให้ผสมพันธุ์กับปลาเพศเมียที่ถนัดซ้าย และกลับกัน

เคเลนเล่าว่า ปลาสี่ตาที่จัดแสดงในสวนสัตว์ของเขา “จะโกลาหลกันมากเมื่อเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์” ผู้ดูแลคอยเฝ้าสังเกตว่า “เพศผู้ตัวใดมีโกโน-โพเดียมหันไปทางซ้าย ตัวใดหันไปทางขวา และตัวไหนผสมพันธุ์กับตัวไหน” บางครั้งเคเลนเห็นปลาเพศผู้ “พยายามสุดกำลังที่จะหันไปอีกทางหนึ่ง” และผสมพันธุ์กับเพศเมียที่หันไปทางเดียวกัน “แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรอกนะครับ”

 

อ่านเพิ่มเติม : ก็แค่อยากเล่นด้วย!มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!

เรื่องแนะนำ

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

ที่ ตลาดค้าสัตว์ป่า ในเซินเจิ้น ผู้ค้านำสัตว์เลี้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาโชว์เพื่อค้าขาย ในประเทศจีน มีสัตว์ 54 สายพันธุ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อการบริโภค การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้การค้าสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลก ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY ภาพข่าวจากสื่อหลายสำนักมักทำให้เชื่อว่า ตลาดค้าสัตว์ป่า เป็นที่นิยมในจีน แต่ความจริงแล้ว ชาวจีนส่วนมากไม่คุ้นเคยกับมัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นทำให้มีการจับจ้องการค้าสัตว์ป่าของจีน โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จีนได้ประกาศห้ามการค้าสัตว์ป่าจนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะจบสิ้น ภาพของสัตว์ที่ป่วยและดูทนทุกข์ทรมานในตลาด หรือวิดีโอที่แสดงการต้มค้างคาวเป็นๆในถ้วยซุป ได้เผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองไปทั่วโลก และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าการซื้อสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อนำไปบริโภคเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่หลายในสังคมจีน แต่ในความเป็นจริง สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่ การกินสัตว์ป่านั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด China Daily ซึ่งเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการอันน่าเสียดแทงเพื่อประณามวัฒนธรรมนี้ และเรียกร้องมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร ซึ่งกระแสสังคมออนไลน์ในจีน เช่น Weibo ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขนาดหรือระดับของการค้าสัตว์ป่าในจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากสัตว์หลายชนิดถูกล่า นำเข้า และส่งออกอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหาร ยา เกมกีฬา หรือเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณที่ยังคงมีความเชื่อเรื่องการใช้พลังจากอวัยวะส่วนต่างๆของสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลจีนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 54 ชนิดในฟาร์มเพื่อจำหน่ายและบริโภค เช่น มิ้งค์ […]

ม้าป่าเปรวาสกี้แท้จริงสืบเชื้อสายจากม้าบ้าน

เดิมเคยเชื่อกันว่าสายพันธุ์ม้าป่าเปรวาสกี้หรือม้าป่ามองโกลเป็นสายพันธุ์ม้าป่าเพียงพันธุ์เดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่ผลการศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าพวกมันสืบเชื้อสายมาจากม้าบ้าน

สัตว์เหล่านี้ก็มี การรักษาระยะห่างทางสังคม

สัตว์บางชนิด เช่น ชิมแปนซีและผึ้ง มีพฤติกรรมการกีดกันที่เข้มมงวด หรือที่เราเรียกว่า การรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันโรคระบาดภายในฝูง ประชากรทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จึงเกิดมาตรการ การรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยมีคำแนะนำให้อาศัยอยู่ในที่พัก และไม่ออกมาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอกหากไม่จำเป็น แต่การรักษาระยะห่างทางสังคมในธรรมชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในธรรมชาติเป็นแหล่งรวมของเชื้อก่อโรคต่างๆ ในความเป็นจริง สัตว์บางชนิดที่อยู่เป็นฝูงจะขับไล่ประชากรในฝูง ถ้าสมาชิกตัวนั้นติดเชื้อโรค มันเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะว่าการติดเชื้อในสัตว์ไม่สามารถระบุหรือสังเกตได้ง่ายเสมอไป โจเซฟ เคียเซกเกอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ (Nature conservancy) อธิบาย อย่างไรก็ตาม ด้วยสัมผัสพิเศษของสัตว์ พวกมันสามารถรับรู้การติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ บางครั้งสามารถระบุได้ก่อนอาการของโรคจะแสดงออกมา และทั้งฝูงก็จะเปลี่ยนพฤติกกรรมเป็นละเลยและเพิกเฉยต่อสมาชิกตัวนั้น ยกตัวอย่างเช่น ชิมแปนซีและผึ้ง ที่แสดงพฤติกรรมอย่างโหดร้าย เมื่อต้องขับไล่สมาชิกที่เจ็บป่วย เชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในกลุ่มประชากรผึ้ง อย่างโรคอเมริกันฟาวล์บรูด หรือโรคเน่าอเมริกัน เป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อรังผึ้งอย่างมาก ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะเข้าโจมตีตัวอ่อนของผึ้งให้กลายเป็นของเหลวและตายในที่สุด “ลักษณะเช่นนี้จึงเป็นที่มาของชื่อโรค ตัวอ่อนผึ้งที่ติดเชื้อกลายเป็นของเหลวสีน้ำตาล ข้นเหนียว และส่งกลิ่นเหม็นเน่า” แอลิสัน แม็กคาฟี นักศึกษาหลักสูตรหลังปริญญาเอก คณะกีฏวิทยาและโรคพืช มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต กล่าว ตัวอ่อนผึ้งที่ติดเชื้อจะปล่อยสารชีวเคมีออกมา เพื่อให้ประชาผึ้งตัวอื่นรับรู้ เป็นสารที่มีกลิ่นคล้ายกรดโอเลอิก และเบตาโอซิมีน […]

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน หมาในหรืออีกชื่อเรียกว่าหมาแดง (Dholes) เหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในอินเดีย ภายใต้หน้าตาซื่อๆ คล้ายสุนัขบ้าน แต่หมาในเหล่านี้มาพร้อมกับความสามารถเฉพาะตัวที่ซุกซ่อนไว้ หนึ่งคือพวกมันมีป่าฉี่ที่แปลกประหลาดและเป็นเอกกลักษณ์ นั่นคือการยืนด้วยขาหน้าทั้งสอง สองพวกมันมีวิธีการล่าเหยื่อแบบการทำงานเป็นทีม หมาในมีขนาดเล็กกว่าเหยื่อก็จริง แต่พวกมันจึงใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันเพื่อชดเชยข้อจำกัดนี้แทน เมื่อล่าเหยื่อหมาในหนึ่งตัวจะติดตามเหยื่อ ในขณะที่อีกตัวเลี่ยงไปอีกทางเพื่อประกบให้เหยื่อหนียากขึ้น ปัจจุบันพวกมันกำลังเผชิญกับการคุกคามถิ่นที่อยู่และบางครั้งก็ติดโรคมาจากสุนัขบ้านที่มนุษย์นำเข้ามาเลี้ยงเช่น โรคหัดหรือโรคพิษสุนัขบ้าที่คร่าชีวิตประชากรหมาในไปจำนวนมาก   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน, ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์