ทำไมสัตว์น้ำถึงกิน ขยะพลาสติก และมันรู้สึกอย่างไร - National Geographic Thailand

ทำไมสัตว์น้ำถึงกินพลาสติก และมันรู้สึกอย่างไร

นกกระสาขาวหาอาหารในพื้นที่ฝังกลบขยะที่สเปน ซึ่งมีขยะมากเสียจนพวกมันไม่ต้องอพยพ เนื่องจากสามารถหาอาหารรอบๆ พื้นที่ขยะนี้ได้ ภาพถ่ายโดย JASPER DOEST, NAT GEO IMAGE COLLECTION


ภาพวาฬที่ท้องเต็มไปด้วย ขยะพลาสติก กลายเป็นกระแสทั่วโลก และนี่คือสิ่งที่เรารู้

ทำไมสัตว์ทะเลที่อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่อาหารถึงกินถุงมือ เชือก หรือถ้วยพลาสติก และลงเอยด้วยการมี ขยะพลาสติก น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัมในท้อง

เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน มีการค้นพบวาฬอายุ 10 ปีตายเกยตื้นอยู่บนชายหาดในสกอตแลนด์ ผลจากการชันสูตรพบว่ามีพลาสติกและขยะชนิดอื่นๆกว่า 100 กิโลกรัมในระบบย่อยอาหารของมัน ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมามีเหตุการณ์เช่นนี้เพิ่มมากขึ้น

ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้เกี่ยวกับการกินพลาสติกและขยะชนิดอื่นๆว่าส่งผลต่อสัตว์น้ำอย่างไร หรือเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงกิน หรือพวกมันรู้สึกอย่างไรหลังจากกินขยะพลาสติกเข้าไป การชันสูตรซากเผยให้เห็นถึงของที่กินไม่ได้ในปริมาณมาก ซึ่งไม่ได้ทำให้มันตายทันที แต่ปริมาณของที่กินจะค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

และนี่คือข้อมูลที่เรารู้

ขยะพลาสติก, วาฬเกยตื้น, วาฬ
ในเดือนพฤศจิกายน 2019 มีวาฬหัวทุยตัวหนึ่งเกยตื้นตายอยู่ที่ชายหาด Isle of Harris ในสกอตแลนด์ ผลจากการชันสูตรพบว่ามีพลาสติกและขยะชนิดอื่นๆกว่า 100 กิโลกรัมในระบบย่อยอาหารของมัน ภาพถ่ายโดย SCOTTISH MARINE ANIMAL STRANDING SCHEME

ทำไมสัตว์น้ำถึงกินพลาสติก

นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามตอบคำถามนี้อยู่ แมทธิว ซาโวกา (Matthew Savoca) นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากสถานีวิจัยทางทะเลฮอปกินส์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวและเสริมว่า เราต่างรู้ว่ามีพลาสติกอยู่ทุกที่ และมีขยะพลาสติกไหลลงสู่ทะเลกว่า 8 ล้านตันในแต่ละปี เรารู้ว่าสัตว์น้ำกินพลาสติก แต่การจะรู้ถึงเหตุผลเบื้องหลังของเรื่องนี้เป็นเรื่องยากทีเดียว “เรารู้เรื่องอันน่าตกใจเกี่ยวกับทะเลน้อยมากครับ” เขาบอก

แนวคิดแบบดั้งเดิมเชื่อว่า สัตว์น้ำกินพลาสติกเนื่องจากพวกมันไม่รู้ว่าพลาสติกเป็นอย่างไร (และสำหรับสัตว์บางชนิด เช่นวงศ์ปลากะตัก พลาสติกมีกลิ่นคล้ายอาหาร) แต่ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมวาฬบางชนิด เช่นวาฬน้ำลึกมีฟัน (deep-diving toothed whale) อย่างวาฬหัวทุย วาฬนำร่อง และวาฬจะงอยปากนก (beaked whale) จึงเสียชีวิตด้วยพลาสติกที่มีอยู่เต็มท้อง

ขยะพลาสติก
แม้ว่าปลาฉลามวาฬจะเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่ยังตกเป็นเหยื่อของขยะพลาสติกด้วยเช่นกัน

ในบางครั้ง วาฬชนิดพันธุ์เหล่านี้ล่าเหยื่อใต้มหาสมุทรลึกราว 488 เมตรจากพื้นผิวน้ำ พวกมันใช้การกำหนดตำแหน่งโดยคลื่นสะท้อน (echolocation) เพื่อล่าเหยื่อ โดยเฉพาะหมึก ซาโวกากล่าวว่า เป็นไปได้ที่เสียงของขยะนั้นคล้ายกับอาหารของเหล่าวาฬ

แล้วเหตุใดวาฬชนิดพันธุ์อื่นๆถึงไม่มีพลาสติกเต็มท้อง

วาฬกรองกิน (Baleen Whale) เช่น วาฬหลังค่อมและวาฬสีน้ำเงิน มีแผ่นซี่กรองอาหารที่มันกินตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกระดูกในปาก (baleen) มีลักษณะคล้ายแปรง และมีลำคอแคบที่ทำให้มันไม่สามารถกลืนสิ่งที่ใหญ่กว่าคริลล์ อันเป็นอาหารหลักของมัน สิ่งนี้น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมวาฬประเภทนี้จึงไม่มีกระเพาะที่เต็มไปด้วยขยะ อย่างไรก็ตาม ซาโวกาและทีมงานกำลังศึกษาว่าวาฬอาจกลืนพลาสติกที่มีอนุภาคเล็กหรือไม่ “ยังมีคำถามอีกมากมายที่ไม่สามารถตอบได้ครับ” เขากล่าว

(เชิญชมวิดีโอ เราจะทำให้มหาสมุทรปราศจากพลาสติกได้อย่างไร ได้ที่นี่)

การกินพลาสติกทำร้ายสัตว์อย่างไร

ส่วนใหญ่แล้ว อันตรายจากพลาสติกไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่อาจทำให้เกิดความรู้สึก เช่น ความรู้สึกหิวต่อเนื่องยาวนาน หรือมีอาการเซื่องซึม วาฬเป็นสัตว์ที่ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ นั่นหมายความว่า ช่วงเวลาที่มันต้องดำน้ำลึกนั้นมีความอ่อนไหวของเวลา (time-sensitive) อยู่มาก “อย่างเช่นวาฬหัวทุยที่กินอาหารได้ 30 ชิ้นระหว่างการดำน้ำหนึ่งครั้ง” ซาโวกากล่าวและเสริมว่า “ซึ่งถ้า 5 ใน 10 ชิ้นเป็นขยะพลาสติกที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร นั่นอาจเป็นไปได้ว่ามันได้รับสารอาหารน้อยกว่าที่ควรจะเป็นถึงร้อยละ 10 หรือร้อยละ 30”

ซาโวกาบอกว่า การขาดแคลนสารอาหารนี้ทำให้วาฬไม่มีพลังงานที่จะทำสิ่งต่างๆที่จำเป็นต้องทำ เช่น การตกลูก การอพยพ และการหาอาหาร

พลาสติกกลายเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์น้ำมากที่สุด นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำประมงเกินขนาด การเดินเรือ และมลพิษทางเสียง “เป็นเรื่องน่าละอายอย่างยิ่งครับ เนื่องจากชีวิตของพวกมันมีสิ่งท้าทายหลายเรื่องนอกจากความเครียดเพิ่มเติมที่เราก่อให้พวกมันอยู่แล้ว” และเป็นความเครียดในอัตราที่เราทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ซาโวกาทิ้งท้าย

เรื่อง NATASHA DALY


เรื่อง ขยะพลาสติก : ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเลขยะพลาสติก

เรื่องแนะนำ

ศึกชิงบ่อน้ำระหว่างช้างและหมาป่าแอฟริกา

อย่าคิดแหยมกับช้างที่กำลังกระหายน้ำเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ่อที่พวกมันขุดด้วยตนเองแล้ว ไม่ยุ่งเลยจะปลอดภัยกว่า แต่หมาป่าแอฟริกันฝูงนี้ก็กระหายน้ำเช่นกัน และพวกมันไม่ยอมแพ้ แม้โขลงช้างจะไม่อยากแบ่งปันน้ำให้ก็ตาม…แต่ทว่ากินน้ำยังไม่ทันอิ่ม พวกมันก็ต้องรีบหนีให้ไว เมื่อช้างพาโขลงของมันกลับมาอีกครั้ง ปกติแล้วช้างไม่ได้ใช้น้ำแค่การดื่มแก้กระหายเพียงอย่างเดียว พวกมันยังแช่ตัวในโคลนเพื่อคลายร้อนอีกด้วย ซึ่งคลิปวิดีโอนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว่า แม้แต่ผู้ล่าอย่างหมาป่าแอฟริกาก็น่ากลัวไม่เท่าช้างที่กำลังกระหายน้ำ!   อ่านเพิ่มเติม : คุณมองออกไหมว่าเสือดาวซ่อนอยู่ตรงไหน?, กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน

ดำน้ำตัวเปล่าแก้เชือกให้ฉลามวาฬ

ดำน้ำตัวเปล่าแก้เชือกให้ฉลามวาฬ ครอบครัวนักดำน้ำชาวฮาวายบังเอิญพบเข้ากับพี่ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ฉลามวาฬความยาว 6 เมตรตัวนี้มีเชือกเส้นหนาพันรัดอยู่รอบคอ ดังนั้น Kapua Kawelo และ Joby Rohrer ผู้เป็นนักชีววิทยาที่รักการดำน้ำจึงตัดสินใจช่วยเหลือมัน โดยให้ลูกชายวัย 17 ปีของพวกเขาบันทึกภาพไว้ หลังการดำน้ำขึ้นลงอยู่ 5 ครั้ง ในที่สุด Kawelo ก็สามารถแกะเชือกออกมาได้ และดูเหมือนว่าฉลามวาฬเองจะรู้ว่ามนุษย์กำลังทำอะไรอยู่ มันจึงให้ความร่วมมือว่ายน้ำนิ่งอยู่แบบนั้นรอจนเชือกหลุด หลังว่ายนำเชือกกลับเข้าฝั่งพวกเขาพบว่าเชือกเส้นนั้นหนักถึง 60 กิโลกรัม อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการแกะเชือกหรือขยะออกจากสัตว์น้ำควรทำโดยผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วจะเป็นการปลอดภัยกว่า   อ่านเพิ่มเติม ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

ศึกมวยข้ามรุ่นระหว่าง สิงโต และยีราฟ มาดูกันว่าไฟต์นี้ใครจะได้เข็มขัดไปครอง

เห็นอย่างนี้แล้ว คงทำให้อดนึกถึงภาพตัวเองในอดีตที่เคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองกับเพื่อนๆ เป็นไม่ได้ ยีราฟตัวหนึ่งที่เดินอยู่ในทุ่งหญ้าด้วยท่าทางลังเลกับการมีสิงโตเกาะอยู่ด้านหลัง พร้อมกับ สิงโต อีกสองตัวที่กอดขาหลังทั้งสองข้างไว้อย่างแน่นหนา วิดิโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ยีราฟเต็มวัยเพศผู้ล้มลงให้ได้ของเหล่าสิงโต โดย Francois Pienaar ไกด์ของทางสวนสัตว์ ผู้บันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด กล่าวว่า ภาพฝูงสิงโตช่วยกันเพื่อที่จะทำให้ยีราฟล้มลงนั้นถือเป็นไฮไลท์ของอาชีพการทำงานของเขาเลย วิธีการจู่โจมเหยื่อแบบนี้ของสิงโตถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยสิงโตจะเล็งไปที่ขาหลังของเหยื่อก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะเป็นที่หลัง และสุดท้ายจะจบด้วยคอ แต่ในกรณีของยีราฟนั้น โดยเฉพาะตัวที่กำลังยืนอยู่ สิงโตจะต้องข้ามขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากคอที่มีความยาวของยีราฟ เป็นเหตุผลของภาพที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงในวิดิโอนั่นเอง ซึ่งปกติหากจะเอาชนะยีราฟที่โตเต็มที่แบบนี้ได้ นักล่าจะต้องทำให้พวกมันล้มลงเสียก่อน แต่ใช่ว่ายีราฟเองจะไม่สามารถต่อกรกับนักล่าอย่างสิงโตได้ เพราะด้วยขาหลังอันทรงพลังของยีราฟ การเตะเพียงหนึ่งครั้งก็ถือว่าเพียงพอต่อการทำให้สิงโตบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ด้วยเหตุนี้ สิงโตจึงเบนเข็มไปที่ลูกยีราฟมากกว่า แทนที่จะจู่โจมตัวที่โตเต็มวัย ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกแต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างสิงโตและยีราฟยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมานะอุตสาหะของสิงโต แต่แล้วความพยายามของสิงโตอย่างเดียวก็ไม่อาจเพียงพอ ยีราฟสามารถสลัดเหล่าสิงโตออกไปได้ แม้ว่าสิงโตจะมีดีกรีเป็นถึง “เจ้าป่า” แต่ยีราฟเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่หมูมาให้เชือดนิ่มๆ โดยรอบนี้ยีราฟออกนำ สิงโต ไปก่อน 1-0.. ***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม : ลูกยีราฟได้ลายมาจากแม่ […]