วอมแบต สัตว์ที่ได้ชื่อว่านักขุดโพรง ถ่ายมูลที่มีลักษณะพิเศษกว่าสัตว์ชนิดอื่น

วอมแบต ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์

วอมแบต เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบว่ามันทำได้อย่างไร

วอมแบต เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรงดิน พบได้เฉพาะในประเทศออสเตรเลียและเกาะรอบข้าง ลักษณะตัวกลมป้อมทำให้มนุษย์มองว่ามันเป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับวอมแบต คือพวกมันเป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์

ด้วยลักษณะพิเศษของมูลวอมแบต สร้างความสนใจแก่นักวิทยาศาสตร์ที่พยายามถกเถียงและหาคำตอบในเรื่องนี้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ แพทรีเซีย หยาง นักวิจัยในสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ผู้เชี่ยวชาญด้านของเหลวในร่างกาย ให้ความสนใจศึกษาเรื่องนี้ หลังจากเธอได้ร่วมงานสัมมนาวิชาการ

ฉันแทบไม่อยากเชื่อ” หยาง กล่าว แต่หลังจากได้ทราบข้อเท็จจริง เธอเริ่มศึกษาว่า เพราะอะไร และทำไม วอมแบตจึงถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์

พวกเราต่างตั้งข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้” ไมก์ สวินบอร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านวอมแบต มหาวิทยาลัยอะเดไลด์ในออสเตรเลีย กล่าว ชนเผ่าหนึ่งในออสเตรเลียเล่าว่า พวกมันต้องการสร้างอาณาเขตจึงต้องขับถ่ายเป็นทรงเหลี่ยม เพื่อไม่ให้กลิ้งหายไป แต่ไมก์บอกว่าสมมติฐานนี้ไม่ใช่เรื่องจริง

วอมแบตไม่ได้ถ่ายมูลให้มีลักษณะเหมือนเขตแดน” เขากล่าวและเสริมว่า “พวกมันถ่ายมูลเพียงแค่ทำตามอำเภอใจ

สวินบอร์นกล่าวว่า ทรงลูกบาศก์มีความสัมพันธ์กับสภาพแห้งแล้ง ที่เป็นแหล่งอาศัยของวอมแบต “ลำไส้ของพวกมันต้องดูดน้ำกลับจากมูลให้มากที่สุด” เขากล่าว หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือ วอมแบตในสวนสัตว์ซึ่งเข้าถึงน้ำได้ง่าย ถ่ายมูลไม่เป็นทรงลูกบาศก์เท่าที่พบในธรรมชาติ

ความชื้นเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ “ยังมีปัจจัยเรื่องกายวิภาคระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย” บิลล์ ซีกเลอร์ ประธานอาวุโสในสวนสัตว์บรูกฟิลด์ ชิคาโก กล่าว

หยางเริ่มศึกษาทางเดินอาหารของวอมแบตจากซากที่ถูกรถชนในออสเตรเลีย เธอศึกษาทั้งเรื่องของแรงดัน และสรีรวิทยาทางเดินอาหาร “ตอนแรกฉันคิดว่า รูทวารของวอมแบตเป็นทรงเหลี่ยม แต่สมมติฐานข้อนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าไม่เป็นจริง แต่มันเกี่ยวข้องกับการยืดหดของกล้ามเนื้อลำไส้

เมื่ออาหารที่ย่อยแล้วในรูปของกึ่งเหลวจากกระเพราะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ แรงดันในลำไส้มีบทบาททำให้เกิดรูปทรงลูกบาศก์ หมายความว่า ลักษณะกายวิภาคของลำไส้มีผลต่อเกิดรูปร่างของมูล ดังนั้น หยางและทีมของเธอจึงเปรียบเทียบเรื่องความยืดหยุ่นของผนังลำไส้ระหว่างวอมแบตและหมู

ลำไส้หมูแสดงรูปแบบการยืดและหดที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในสัตว์ชนิดอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้มูลของหมูมีลักษณะกลม แต่ลำไส้ของวอมแบตแสดงผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ลำไส้ของมันไม่ได้ยืดและหดเหมือนสัตว์ชนิดอื่นทั่วไป

เราต้องหาคำตอบต่อไปในเชิงของกลไกการยืดและหดของลำไส้” หยางกล่าวและทิ้งท้ายว่า “โดยทั่วไป การสร้างรูปทรงลูกบาศก์ต้องใช้การบีบอัดสี่ทิศทาง แต่ลำไส้ของวอมแบตขยับแค่สองครั้งต่อหนึ่งรอบการยืดหด บางทีวอมแบตอาจมีวิธีการสร้างลูกบาศก์ที่ต่างจากเรา

ข้อมูลทั่วไปของวอมแบต

ชื่อวิทยาศาสตร์: Vombatus ursinus

ชื่อสามัญ: Common Wombat

ชั้น: สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

โภชนาการ: สัตว์กินพืช

ขนาดลำตัว (จากปลายจมูกถึงทวาร): 0.7-1 เมตร

น้ำหนักตัว: 15-36 กิโลกรัม

จำนวนประชากร: สถานะคงที่

บัญชีอนุรักษ์ของ IUCN: สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: หมีขอไม่ใช่หมี! และยังมีอีกเพียบที่ชื่อสามัญไม่ตรงความจริง

หมีขอ
หมีขอ หรืออีกชื่อว่า บินตุรง ภาพจาก National Geographic Kids

เรื่องแนะนำ

ชาวบ้านจังหวัดพัทลุงช่วยปลาบึก

ชาวบ้านจังหวัดพัทลุงช่วยปลาบึก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นำคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ (จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Subphachai Sooktong”) ที่บันทึกภาพขณะชาวบ้านในจังหวัดพัทลุงช่วยกันนำ ปลาบึก น้ำหนัก 200 กิโลกรัมขึ้นจากบ่อน้ำในหมู่บ้าน หลังเจ้าปลาบึกพลัดหลงเข้ามาติดเพราะน้ำท่วม หลัง ช่วยมันขึ้นจากบ่อน้ำอย่างทุลักทุเลด้วยตาข่าย ชาวบ้านนำมันใส่รถพ่วงมอเตอร์ไซค์เพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใกล้ที่สุด ปกติแล้วปลาบึกไม่ใช่ปลาที่ทรหดอดทนและหลายตัวอาจตายหลังขึ้นจากน้ำเพียงไม่กี่นาที แต่การช่วยเหลือเจ้าปลาบึกตัวนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งนี้ ปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ การจับมากเกินไปและการทำลายถิ่นอาศัยด้วยวิธีการต่างๆ คุกคามความอยู่รอดของปลาน้ำจืดชนิดนี้   อ่านเพิ่มเติม : เปิดใจช่างภาพผู้บันทึก “หมีขั้วโลกผอมโซ”, สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขมีช่วงวัยที่เรียกได้ว่า "น่ารักที่สุด" อยู่ระหว่างอายุ 6 - 8 สัปดาห์ งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้ว่าสุนัขวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออยู่เคียงข้างมนุษย์อย่างแท้จริง

เรื่องเล่าของ วาฬเบลูกา ที่หายไป

วาฬเบลูกา ตัวนี้เป็นมิตร ถูกฝึกมาดี แถมสวมบังเหียน แล้วมันมาจากไหนกัน ชาวประมงที่ผมรู้จักคนหนึ่งชื่อ โจอาร์ เฮสเทน โทรหาผมตอนปลายเดือนเมษายน ปีที่แล้ว วาฬเบลูกา ตัวหนึ่งกำลังว่ายวนรอบเรือของเขาใกล้ปลายสุดทางเหนือของนอร์เวย์ มันสวมบังเหียนที่รัดแน่นอยู่ด้วย และเฮสเทนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เบลูกามักพบอยู่กับฝูงในพื้นที่ที่มีนํ้าแข็งและธารนํ้าแข็ง แทบจะไม่พบอยู่โดดเดี่ยวตามชายฝั่งนอร์เวย์เลย ในฐานะนักชีววิทยาทางทะเล ผมรู้ว่าต้องเอาบังเหียนออกจากตัวมันให้เร็วที่สุด แต่ไม่รู้เลยว่ามันจะกลายเป็นปริศนาไปได้ เราติดต่อศูนย์เฝ้าระวังทะเล สำนักงานประมงของนอร์เวย์ เมื่อผู้ตรวจการ ยอร์เกน รี วีก และทีมงานพบเรือประมงลำดังกล่าว เจ้าวาฬเพศผู้ขนาดสามเมตรครึ่งก็ว่ายเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ เห็นได้ชัดว่ามันถูกฝึกมา ความลึกลับยิ่งลํ้าลึกเมื่อเฮสเทนลงนํ้าเพื่อถอดบังเหียน ที่สายรัดมีกล้องติดอยู่ ตรงคลิปหนีบมีข้อความภาษาอังกฤษระบุว่า “อุปกรณ์เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” อุปกรณ์ดังกล่าวดูไม่เหมือนสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์จะใช้เพื่อติดตามวาฬเลย ผมกับทีมนักกู้ภัยสงสัยว่า วาฬตัวนี้จะถูกทหารรัสเซียฝึกมา สื่อคาดเดากันไปต่างๆ นานาและเรียกมันว่า “วาฬสายลับรัสเซีย” สื่อสำนักหนึ่งตั้งชื่อมันว่า วาลดีมีร์ (Hvaldimir) ซึ่งเป็นการเล่นคำ hval ในภาษานอร์เวย์ที่แปลว่า “วาฬ” กับชื่อต้นของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน หนึ่งสัปดาห์หลังการค้นพบ วาลดีมีร์ติดตามเรือใบลำหนึ่งไปที่อ่าวแฮมเมอร์เฟสต์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบมันครั้งแรกราว 40 กิโลเมตร นั่นคือจุดที่ผมพบมันตอนต้นเดือนพฤษภาคมและถ่ายภาพภาพนี้ ผมเดินทางไปยังแฮมเมอร์เฟสต์เพื่อตรวจสภาพร่างกายมัน […]

จะเป็นอย่างไร? เมื่อทดลองตั้งกล้องถ่ายต้นไม้ไว้ 1 ปี

ลูกหมีขี้สงสัยใคร่รู้ถูตัวของมันเข้ากับเปลือกไม้ตามแม่ กวางตัวหนึ่งเดินเตร็ดเตร่อยู่บนหิมะ ส่วนเจ้าหมาป่าอิตาลีใช้พุ่มไม้แห่งหนึ่งจัดการกับธุระส่วนตัว สัตว์เหล่านี้และช่วงเวลาที่แสดงออกถึงความผูกพันของพวกมันกับผืนป่า ได้ถูกบันทึกไว้โดยกล้องถ่ายวิดีโอตัวหนึ่ง เพื่อถ่ายทอดช่วงเวลา 365 วันที่ผ่านไป ไอเดียโดย Bruno D’Amicis และ Umberto Esposito ช่างภาพ พวกเขาตัดสินใจเลือกต้นไม้ต้นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ Molise ของอิตาลี เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบๆ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2016 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ที่ผ่านมา ตลอด 4 ฤดูที่ผันผ่าน กล้องได้บันทึกความสัมพันธ์อันงดงามของสัตว์น้อยใหญ่และป่าไม้เอาไว้ มีสัตว์มากมายหลายชนิดพากันแวะเวียนมาที่นี่ไม่ว่าจะเป็น หมี, หมาป่า, ตัวแบดเจอร์, กวาง และหมูป่า โดย D’Amicis กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกต้นไม้ต้นนี้ก็เพราะตัวเขาสังเกตเห็นหมีตัวหนึ่งถูตัวของมันเข้ากับเปลือกไม้ เป็นการบ่งบอกอาณาเขต ช่างภาพทั้งสองคาดหวังว่าวิดีโอของพวกเขาจะช่วยให้ผู้คนทั่วไปมองเห็นธรรมชาติในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ผมดีใจมากที่วิดีโอนี้ช่วยให้ผู็คนเข้าใจถึงความสำคัญของผืนป่า และตระหนักได้ว่าแม้แต่นอิตาลีที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแต่การอนุรักษ์ไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยังคงมีคุณค่า” D’Amicis กล่าวกับ The Daily Mail เรื่อง คาเซย์ สมิท   อ่านเพิ่มเติม : โลกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? […]