ไขความลับ เหตุใดสุนัขจึงแสนดีกับมนุษย์จัง - National Geographic Thailand

ไขความลับ เหตุใดสุนัขจึงแสนดีกับมนุษย์จัง

งานวิจัยเผย สุนัขของเรามีการเปลี่ยนแปลงในยีนที่ทำให้มันเข้าสังคมกับมนุษย์ได้เก่งกว่าสุนัขป่า

สำหรับ มาร์ลา สุนัขพันธุ์อิงลิชชีปด็อกวัย 11 เดือน ที่มี บริดเจ็ตต์ วอน โฮลด์ท เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพบในโลกต่างเป็นเพื่อนของมัน
“มันเข้าสังคมเก่งมากๆ ฉันมีจีโนไทป์ (รูปแบบพันธุกรรม) ของมันด้วยล่ะค่ะ” วอน โฮลด์ท กล่าว

ความสนใจเรื่องนี้ของ วอน โฮลด์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นทั่วไป เธอผู้เป็นนักชีววิทยาพัฒนาการ และเพื่อนร่วมงานของเธอในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้ใช้เวลา 3 ปี ศึกษาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกลไกพันธุกรรมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมทางสังคมในสุนัขบ้านและสุนัขป่า

ผลการศึกษาพันธุกรรมพบว่าสุนัขบ้านสามารถเข้าสังคมกับมนุษย์ได้ดีกว่าสุนัขป่าที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และสุนัขบ้านสามารถให้ความสนใจและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วอน โฮลด์ท ที่มีพื้นความรู้ในด้านพัฒนาการทางพันธุกรรม สงสัยถึงเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ในความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้

สุนัขบ้าน
สุนัขบ้านมักตอบสนองต่อมนุษย์มากกว่าสุนัขป่าในสถานการณ์เดียวกัน ภาพถ่ายโดย INCENT J. MUSI, NAT GEO IMAGE COLLECTION

งานศึกษาในวารสาร Science Advance ได้ให้เบาะแสที่น่าสนใจ ว่าสัตว์ที่เข้าสังคมเก่งมากอย่างมาร์ลาประกอบด้วยยีนที่มีลักษณะต่างกัน 2 ประเภทชื่อว่า GTF2I และ GIF2IRD1 ถ้ามีการลบยีนชนิดนี้ในมนุษย์จะส่งให้เกิดโรคกลุ่มอาการวิลเลียม (Williams syndrome) ที่ผู้ป่วยจะมีใบหน้าคล้ายภูติเอลฟ์ จมูกแบน พฤติกรรมร่าเริงผิดปกติ เข้ากับคนแปลกหน้าง่าย พัฒนาการล่าช้า และมีแนวโน้มที่มีความรักกับทุกคน

วอน โฮลด์ท สงสัยว่าลักษณะที่ต่างกันของยีนดังกล่าวในสุนัขไปยับยั้งการทำงานในรูปแบบปกติของยีน ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการในแบบกลุ่มอากาศวิลเลียมในตัวมนุษย์

“เรา (มนุษย์) อาจเพาะพันธุ์โรคที่ส่งผลต่อพฤติกรรมในตัวสัตว์เลี้ยงของเราเสียเอง” เธอกล่าว

คำถามที่ดูเซ็กซี่

นับตั้งแต่มีพัฒนาการจากการมีบรรพบุรุษร่วมกับสุนัขป่าเมื่อราวหนึ่งหมื่นปีก่อน สุนัขบ้านได้ช่วยมนุษย์หาอาหารและปกป้องมนุษย์จากการเป็นอาหารเย็นของสัตว์อื่นเสียเอง และมันก็ให้ใบหน้าที่เป็นมิตรและสัญลักษณ์เช่นกระดิกหางอีกด้วย

การทำความเข้าใจว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ไล่มาตั้งแต่ชิวาวามาจนถึงพันธุ์มาสทิฟฟ์ สามารถมีพฤติกรรมอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไรเป็นคำถามที่ดู “เซ็กซี่” มาก คาเร็น โอเวอร์ออล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสุนัขแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย กล่าว

สุนัขบ้าน
สุนัขพันธุ์บาสเซ็ต ฮาวด์ ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK

ในปี 2010 ในการร่วมมือกันระหว่าง วอน โฮลด์ท กับ โมนีค อูเดลล์ นักพฤติกรรมสัตว์แห่งมหาวิทยาลัยออริกอนสเตท วอน โฮลด์ทได้ค้นหาจีโนม (ข้อมูลทางพันธุกรรม) ของสุนัขป่าและสุนัขบ้านและสามารถระบุถึงการเปลี่ยนแปลงในยีน WBSCR17 ที่เกิดขึ้นในกระบวนการเปลี่ยนสู่กการเป็นสุนัขบ้าน (dog domestication)

นอกจากนี้ ในปี 2014 วอน โฮลด์ท และอูเดลล์ ได้ระดุมทุนเพื่อทำการทดลองกับสุนัข 18 ตัวที่มีสายพันธุ์ต่างกัน มีทั้งดัชชุน แจ๊ค รัสเซล เทอร์เรีย และ เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก และสุนัขป่าอีก 10 ตัวที่อาศัยอยู่กับมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์ได้ฝึกให้สุนัขทุกตัวเปิดกล่องที่มีไส้กรอกอยู่ข้างใน จากนั้นได้ให้สุนัขทุกตัวเปิดกล่องในสถานการณ์ที่ต่างกัน 3 แบบ คือมีมนุษย์ที่มันคุ้นเคยอยู่ด้วย มีมนุษย์ที่ไม่คุ้นเคยอยู่ด้วย และสถานการณ์ที่ไม่มีมนุษย์ช่วยเหลือเลย

โดยทั้ง 3 สถานการณ์นี้ สุนัขป่าทำได้ดีกว่าทั้งหมด และความต่างของความสามารถในการแก้ปัญหาจะยิ่งทิ้งห่างมากขึ้นเมื่อสุนัขต้องเปิดกล่องในตอนที่มีมนุษย์อยู่ด้วย

“ไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่สามารถแก้ปริศนาได้ มันแค่มัวแต่มองหามนุษย์เปิดกล่องให้มันเท่านั้น” วอน โฮลด์ท กล่าว

สุนัขยังคงมีพัฒนาการไปเรื่อยๆ

จากงานศึกษาชิ้นใหม่ วอน โฮลด์ท ทำการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมเพิ่มเติมในส่วนของจีโนมที่ล้อมรอบยีน WBSCR17 ที่เปลี่ยนแปลงในขนาดตัวอย่างของสุนัขป่าและสุนัขบ้านที่ใหญ่ขึ้น

นอกเหนือไปจากการยืนยันการค้นพบในตอนแรกของเธอว่า WBSCR17 มีความแตกต่างในสุนัขบ้านและสุนัขป่า เธอพบว่าทั้งยีน GTF2I และ GIF2IRD1 ก็มีความแตกต่างกันในสุนัขทั้งสองสายพันธุ์เช่นกัน

ผลจากข้อมูลด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมของสุนัขสามารถบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงจีโนมช่วยให้สุนัขป่ากลายมาเป็นสุนัขที่รักมนุษย์

อย่างไรก็ตาม คาเร็น โอเวอร์ออล์ ได้ให้คำเตือนเกี่ยวกับผลการทดลองนี้ว่า ขนาดตัวอย่างของสุนัขในการทดลองมีขนาดเล็ก แต่อาจจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ แต่เธอก็เชื่อในผลของการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม

“ตอนนี้เรากำลังคัดเลือกสุนัขที่เลี้ยงง่าย ที่สามารถใช้ชีวิตในอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ เป็นเวลานานได้” โอเวอร์ออล์ กล่าวว

“เรา (มนุษย์) ต่างเปลี่ยนพฤติกรรมของสุนัขอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี”

เรื่อง CARRIE ARNOLD


อ่านเพิ่มเติม คุณเป็นที่หนึ่งในใจของสุนัขที่เลี้ยงไว้หรือเปล่า มาหาคำตอบกัน

สุนัข

เรื่องแนะนำ

งูหลามบอล เมื่อสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์เลี้ยง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยวงจรค้าสัตว์เลื้อยคลานระดับโลก เต็มไปด้วยความทารุณและเป็นแหล่งเพาะโรคร้าย ปัจจุบัน สัตว์ป่านานาชนิดจำนวนนับล้านตัว กำลังถูกคุกคามและตกเป็นเหยื่อในธุรกิจค้าสัตว์แปลกทั่วโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก ล่าสุด องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้จัดทำสารคดีชื่อว่า “Ball pythons are wildlife #NotPets” เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสัตว์เลื้อยคลาน คือ งูหลามบอล แอฟริกา (African Ball Pythons) งูหลามบอลแอฟริกามีการซื้อขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยในสารคดีได้เปิดเผยความน่าตกใจของอุตสาหกรรมลักลอบจับสัตว์ป่าพบว่าในช่วงระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา งูหลามบอลมากกว่า 3 ล้านตัวถูกส่งออกจากแอฟริกาตะวันตก เพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงยัง 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป เอเชีย และอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสัตว์เลื้อยคลานรายใหญ่ที่สุดของโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเผยว่า “การค้าสัตว์ป่าเป็นเสมือนระเบิดเวลาสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์” เนื่องจากสัตว์ที่ถูกจับมาจากป่าธรรมชาติ หรือถูกเพาะพันธุ์ในกรงขังแคบๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมสกปรก เสื่อมโทรม อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และในขณะเดียวกันก็สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายต่อสัตว์ป่าเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ […]

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว

สิ่งน่าพิศวงเกี่ยวกับ แมงมุมทารันทูลา ที่มีเขาประหลาดอยู่บนหลัง

การค้นพบในพื้นที่ที่มีการสำรวจเพียงเล็กน้อยของแองโกลา ทำให้พบแมงมุมทารันทูลา นักล่าที่ลอบโจมตีเหยื่อในเวลากลางคืน ทันทีที่ จอห์น มิดจ์ลีย์ กลับเข้ามาในแคมป์และเปิดโถขนาดเล็ก เขาพบเข้ากับบางสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ – แมงมุมทารันทูลา ที่คาดว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ ท่ามกลางแสงแดดแผดเผาในแองโกลาทางตะวันออกเฉียงใต้ นักกีฏวิทยากำลังศึกษา แมงมุมทารันทูลา ซึ่งมีลักษณะแปลกตา โดยมีเขาขนาดใหญ่อยู่บนหลังเล็กๆ ของมัน มิดจ์ลีย์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแมงมุม ดังนั้นเขาจึงส่งรูปถ่ายของเขาไปให้ เอียน เอนเกลเบร็ชต์ จากมหาวิยาลัยพริทอเรีย แอฟริกาใต้ “เอียนกล่าวหาว่า ผมถ่ายรูปแมงมุมมาจากรูปถ่ายในพิพิธภัณฑ์ กวาซูลู-นาตัล ในแอฟริกาใต้” มิดจ์ลีย์ เล่าอย่างขำๆ ดังนั้นเขาจึงออกไปสำรวจในคืนถัดไป และเขาพบกับทารันทูลาอีกหลายตัวที่มีเขาขนาดใหญ่ “ผมรู้ว่าเราได้ค้นพบสายพันธุ์ใหม่ มันยากที่คุณจะรู้ว่ามีบางสิ่งที่พิเศษในช่วงแรกของการวิจัย” เขากล่าว โดยกลุ่มทารันทูลาสายพันธุ์ใหม่มีชื่อว่า Ceratogyrus attonitifer มาจากภาษาละติน คือ “ผู้ถือครองความพิศวง” และเผยแพร่ผลการสำรวจในวารสาร African Invertebrates การดักจับแมงมุม หลังเกิดสงครามกลางเมืองเป็นเวลาถึง 26 ปี ซึ่งสิ้นสุดในปี 2002 ความหลากหลายทางชีวภาพของแองโกลายังคงเป็นปริศนา – ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้รอดชีวิตมากน้อยเพียงใด ในปี 2015 […]