แมลงปอเข็ม : โลกยังสวยงาม แม้ในโมงยามวิกฤติ - National Geographic Thailand

แมลงปอเข็ม : โลกยังสวยงาม แม้ในโมงยามวิกฤติ

แมลงปอเข็ม : โลกยังสวยงาม แม้ในโมงยามวิกฤติ

แมลงปอเข็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่างภาพ เรมุส ทีเปลีย ชอบถ่ายในฤดูร้อน เกาะนิ่งราวกับสั่งได้อยู่ตรงหน้าสระว่ายน้ำเป่าลมสีฟ้าสำหรับเด็ก  พวกมันเนรมิตสวนในฤดูร้อนให้กลายเป็นสตูดิโอถ่ายภาพแมลงอันสมบูรณ์แบบ

                                                                                   

ในตอนแรก พวกมันจ้องมองเขา แล้วช่างภาพ รีมุส ทีเปลีย ก็เริ่มจ้องมองพวกมันกลับ เขาเห็น แมลงตัวเล็กจ้อยเหล่านี้เกาะอยู่ตามใบไม้ในสวนของเขาที่เมืองเนเกรสตีออส ประเทศโรมาเนีย ทีเปียนึกในใจว่า แมลงผู้บอบบางที่จ้องมองด้วยดวงตาปูดโปนเหล่านี้ดูช่างสงสัย และงามสง่าในแบบของพวกมัน แล้วการใช้เวลายาวนานในช่วงบ่ายเพื่อถ่ายภาพเหล่า แมลงปอเข็ม ก็กลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเขาในฤดูร้อน

ทีเปลียเรียนรู้พฤติกรรมของ แมลงปอเข็ม  ผ่านการเฝ้ามองอยู่นานหลายชั่วโมง เขาคอยสังเกตว่า พวกมันหิวและสืบพันธุ์เมื่อใด  และอะไรทำให้พวกมันบินจากไปอย่างฉับพลัน  เขายังสังเกตว่า พวกมันมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่ออยู่ท่ามกลางสายฝน และเลือกที่นอนอย่างไร   เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ทำให้เขาระบุเพศของแมลงเหล่านั้น และคุณสมบัติเด่นๆในการเลือกคู่ผสมพันธุ์ได้  ถ้าเห็นแมลงปอเข็มหลายตัวอยู่ในเฟรมเดียวกัน ทีเปลียจะมีเวลาถ่ายภาพเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่พวกมันจะเริ่มแสดงตัวว่าเป็นคู่แข่งชิงอาณาเขต (โดยเริ่มต่อสู้กัน) หรือไม่ก็เป็นคู่รักกัน “พวกมันจะเลิกสนใจผมอย่างสิ้นเชิงครับ” เขากล่าว

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี  และอากาศในฤดูร้อนอบอุ่นขึ้น ทีเปลียสังเกตว่า แมลงปอเข็มที่แวะเวียนมายังบ่อน้ำในสวนของเขามีน้อยลง  “พวกมันมีจำนวนไม่แน่นอนครับ” เขาบอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “แต่อย่างน้อย ผมกับพวกมันก็อยู่ในสวนหลังบ้านเดียวกัน”

เรื่อง แดเนียล สโตน

 ภาพถ่าย  เรมุส ทีเปลีย

แมลงปอเข็ม
ในช่วงที่อากาศอุ่นสบาย รีมุส ทีเปลีย จะใช้เวลาหลายชั่วโมงที่สวนของเขาในโรมาเนียเพื่อเฝ้าดูแมลงปอเข็ม บางครั้งบางคราว เขาเห็นพวกมันจ้องมองกลับมา (บนและล่าง)

แมลงปอเข็ม

แมลงปอเข็ม
แมลงปอเข็มซึ่งมักเป็นสัตว์หวงถิ่น จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงใบไม้ใบเดียวกันหรือดอกไม้ดอกเดียวกัน  การเฝ้าสังเกตพวกมันมายาวนาน ทำให้ทีเปลียบอกได้ว่า เมื่อไรการต่อสู้กำลังจะเปิดฉากขึ้น
แมลงปอเข็ม
ทีเปลียบอกว่า การถ่ายภาพแมลงปอเข็มทำได้ง่ายกว่าในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่แสงนุ่มนวลและอากาศนิ่ง ถ้าเป็นตอนฝนตกหรือแดดจัด เขาจะกางร่มช่วยปกป้องพวกมัน (บนและล่าง)

แมลงปอเข็ม

แมลงปอเข็ม
ทีเปลียกล่าวว่า การโฟกัสที่แมลงตัวเล็ก ๆ บนดอกไม้และใบไม้สีสดคือความท้าทาย  เขาใช้เวลาอยู่นานถึงสามฤดูร้อนกว่าจะได้การตั้งค่ากล้องที่เขาคิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุด (บนและล่าง)

แมลงปอเข็ม

แมลงปอเข็ม
ช่วงที่สวนหลังบ้านไม่ค่อยมีแขกตัวน้อยมาเยือน ทีเปลียจะถ่ายภาพแมลงปอเข็มที่สระน้ำในละแวกบ้านแทน (บนและล่าง)

แมลงปอเข็ม

*** อ่านสารคดีเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมกราคม 2563


สารคดีแนะนำ

แหล่งน้ำจืด : ชีวิตเปราะบางในแม่น้ำลำธาร และทะเลสาบ

เรื่องแนะนำ

สิงโตปะทะยีราฟ ใครจะชนะ?

การจะล้มยีราฟ สัตว์เจ้าของความสูงถึง 5 เมตร ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าสิงโตฝูงนี้ด้อมๆ มองๆ เหยื่อของมันอยู่นานก่อนจะพรางตัวเข้ากับพงหญ้า รอเวลาที่จะบุกโจมตี กลยุทธ์ที่พวกมันใช้คือการร่วมมือกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารมื้อใหญ่ เมื่อยีราฟตัวหนึ่งห่างจากเพื่อน โอกาสก็มาถึง สิงโต 5 ตัวที่รอจังหวะอยู่นานกระโจนเข้าใส่ยีราฟที่วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แม้ยีราฟจะวิ่งได้เร็วกว่า แต่สิงโตมีจำนวนมากกว่าซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ เพราะหากตัวที่กำลังไล่ล่าเริ่มเหนื่อย ตัวอื่นจะขึ้นมาไล่กวดเจ้ายีราฟแทน ในนาทีรหว่างความเป็นและความตายยีราฟวิ่งเข้าไปในดงต้นไม้ที่ขึ้นซับซ้อนเหมือนเขาวงกต วิธีดังกล่าวได้ผลและช่วยให้มันสลัดฝูงสิงโตหลุดไปได้ รอดพ้นการตกเป็นอาหารของพวกมันไปอีกหนึ่งมื้อ   อ่านเพิ่มเติม : สิงโตทะเลกินลูกสิงโตทะเลด้วยกัน กรณีหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน, อะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ฉลามมาโกครีบสั้นเป็นฉลามที่รวดเร็วที่สุด?

โลกร้อน ทำเต่าเกิดใหม่มีแต่เพศเมีย

“โลกร้อน” ทำเต่าเกิดใหม่มีแต่เพศเมีย เพศของมนุษย์เราถูกกำหนดจากโครโมโซมเพศในร่างกาย แต่สำหรับสัตว์เลื้อยคลานอย่างเต่าทะเลแล้ว ลูกๆ ของพวกมันจะเกิดมาเป็นตัวผู้หรือตัวเมียนั้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของทรายที่ฝังกลบไข่ ในยุคสมัยที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ลูกเต่าเกิดใหม่นั้น เกิดเป็นเพศเมียเสียส่วนมาก ที่เกาะ Raine ของออสเตรเลีย เต่าตนุกำลังเผชิญกับผลกระทบนี้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าอัตราส่วนของเต่าเพศเมียเทียบกับเต่าเพศผู้นั้นมีมากถึง 116 ต่อ 1 และดูเหมือนว่าปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดแต่เกิดขึ้นแล้วมาอย่างน้อย 20 ปี ณ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เองยังคงไม่ทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้างจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสายพันธุ์สัตว์อื่นๆ เพราะนอกจากเต่าแล้ว จระเข้เองก็ถูกกำหนดเพศจากอุณหภูมิเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม : นกอายุ 67 ปี ยังคงวางไข่ได้, หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี

ความรู้ประจำวัน: นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

ความรู้ประจำวัน: นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น ใช่ว่านกทุกชนิดจะสร้างรังเป็นของตัวเอง พบกับนกที่มีพฤติกรรม “ฝากเลี้ยง” ด้วยการหย่อนไข่ของมันไว้ในรังของนกตัวอื่นๆ กลยุทธ์ก็คือแม่นกจะมองหารังที่มีไข่รูปร่างและลวดลายคล้ายกับไข่ของมันเอง แม่นกจะอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าของรังไม่อยู่เข้าไปวางไข่อย่างรวดเร็ว และเขี่ยไข่เดิมให้ตกออกไปจากรังโดย มันคือ นกคัคคู ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา นกที่ขึ้นชื่อด้านพฤติกรรมดังกล่าว และพวกมันสามารถวางไข่ได้ทุกวันราวกับแม่ไก่เลยทีเดียว ลูกนกคัคคูจะเติบโตเร็วมาก พวกมันจะถีบไข่ใบอื่น หรือลูกนกตัวอื่นให้ตกลงไปจากรังเพื่อให้มันสามารถรับอาหารจากแม่เลี้ยงได้เพียงตัวเดียว โดยที่แม่นกไม่ได้ทราบเลยว่ากำลังเลี้ยงลูกเลี้ยงอยู่ และบางครั้งมันเติบโตจนมีขนาดใหญ่กว่าแม่เลี้ยงเสียอีกซึ่งขนาดอันใหญ่โตนี้ ก็เป็นผลมาจากการที่เหลือมันเพียงตัวเดียวแล้วในรังนั่นเอง   อ่านเพิ่มเติม นกโดโดที่โด่งดังที่สุดไม่ได้ตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฆาตกรรม

นักวิจัยพบเส้นทางอพยพเหยี่ยวนกเขา บินไกลนับหมื่นกิโลเมตร เกินเส้นผ่านศูนย์กลางโลก

นักวิจัยไทยใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมฯ ติดตามเส้นทางอพยพของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและพันธุ์ญี่ปุ่น พบเดินทางไกลถึง 14,532 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก พร้อมพบ “แหล่งทำรังวางไข่ –แหล่งหากินในฤดูหนาว” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘เขาดินสอ’ จุดดูเหยี่ยวระดับโลก ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปีจะมีเหยี่ยวอพยพนับแสนๆ ตัว หนีหนาวจากพื้นที่ผสมพันธุ์ (breeding grounds) ของประเทศรัสเซียและจีนมาอาศัยในเขตร้อนทางตอนใต้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เส้นทางอพยพ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ 1. เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านมหาสมุทร (The East Asian Oceanic Flyway) เริ่มจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตไซบีเรีย ลงมาตามแนวฝั่งตะวันออกของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ จนถึงประเทศอินโดนีเซีย และ 2. เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านแผ่นดินใหญ่ (East Asian Continental Flyway) โดยจะเริ่มจากเขตไซบีเรีย และจีน ลงมาตามแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านคาบสมุทรไทย-มาเลเซีย และหมู่เกาะของอินโดนีเซีย ซึ่งเหยี่ยวจำนวนมากจะเลือกอพยพเส้นทางที่สอง เพราะเป็นเส้นทางข้ามแผ่นดิน มีจุดให้แวะพักและหาอาหาร ซึ่งปลอดภัยกว่าการบินข้ามทะเลที่ต้องบินต่อเนื่องไม่มีจุดหยุดพัก หากเหนื่อยหมดแรงนั่นหมายถึงเหยี่ยวต้องจมน้ำตาย เขาดินสอ ตำบลบางสน อำเภอประทิว […]