ฟลามิงโก : "บ็อบ" ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ - National Geographic Thailand

ฟลามิงโก : “บ็อบ” ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ฟลามิงโก : “บ็อบ” ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

บ็อบกินไข่ปลาคาเวียร์เป็นอาหารเช้า เล่นน้ำในสระน้ำเค็มส่วนตัว และนวดเท้าที่ชายหาดทุกสองสัปดาห์ อาจดูเหมือนชีวิตช่างเลิศหรู แต่ขอบอกว่าคู่ควรแล้ว เพราะบ็อบใช้เวลาส่วนใหญ่มีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าเด็กนักเรียนบนเกาะคูราเซาอันเป็นถิ่นกำเนิด โดยทำหน้าที่เป็นทูตปฏิบัติภารกิจเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ  ฟังมาถึงตรงนี้ต้องขอบอกก่อนว่า บ็อบน่ะเป็นนก ฟลามิงโก !

สัตวแพทย์หญิงโอเดตเทอ ดุสต์ รับบ็อบมาดูแลรักษาเมื่อปี 2016 หลังจากมันบินชนหน้าต่างโรงแรม แล้วสมองกระทบกระเทือนจากการถูกกระแทก ระหว่างฟื้นฟูสุขภาพที่มูลนิธิเพื่อสัตว์และการศึกษาในแคริบเบียน ซึ่งเป็นศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่แสวงกำไร ดุสต์ค้นพบว่า บ็อบเคยถูกเลี้ยงจนเชื่องมาก่อนแล้ว มันดูผ่อนคลายมากเมื่ออยู่กับคน และเป็นโรคอุ้งเท้าอักเสบ ซึ่งเป็นโรคเท้าชนิดเรื้อรังที่พบได้ทั่วไปในหมู่นกในสถานเพาะเลี้ยง ซึ่งคงจะทำให้มันสูญเสียความสามารถในการล่าอาหารในธรรมชาติไป

เพราะสาเหตุข้างต้น ดุสต์จึงตัดสินใจเลี้ยงมันไว้เป็นสัตว์เพื่อการศึกษาที่ศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าของเธอร่วมกับสัตว์อื่นๆอีกราว 90 ตัว บ็อบอาศัยอยู่ที่บ้านของเธอกับสัตว์อื่นๆ เช่น เหยี่ยวคาราคาราถิ่นเหนือ ลาตัวหนึ่ง สุนัขและแมวฝูงใหญ่ และนกกระทุงจอมเกเรคู่หนึ่งที่พยายามหลบหนีตลอดเวลาจนกระทั่งพวกมันตายไป

ฟลามิงโก
ฟลามิงโกบ็อบสยายปีกหลังขึ้นมาจากน้ำ เมื่อปี 2016 มันบินชนหน้าต่างโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะคูราเซา ทำให้สมองกระทบกระเทือนและบาดเจ็บที่ปีกซ้าย อาการบาดเจ็บเหล่านี้ทำให้มันกลับคืนสู่ธรรมชาติไม่ได้ ปัจจุบันบ็อบอาศัยอยู่กับ ผู้ที่ช่วยชีวิตมันไว้ นั่นคือ สัตวแพทย์หญิงโอเดตเทอ ดุสต์
ฟลามิงโก
ช่างภาพ ยัสเปอร์ ดุสต์ ลูกพี่ลูกน้องของโอเดตเทอ เล่นน้ำกับบ็อบในทะเลแคริบเบียน

เมื่อดุสต์เริ่มพาเจ้านก ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีชื่อ ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนและชุมชนต่างๆ บนเกาะแห่งนั้นในทะเลแคริบเบียนสัปดาห์ละครั้งตามโครงการของมูลนิธิ เจ้านกฟลามิงโกกลายเป็นดาราดังในชั่วข้ามคืน ทำให้ต้องไปปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ พอมีคนถามชื่อของมันระหว่างการสัมภาษณ์ทางวิทยุครั้งหนึ่ง ดุสต์พูดโพล่งไปว่า “บ็อบ” แล้วผู้คนก็เรียกชื่อนี้กันมาเรื่อยจนติดปาก

ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นนกที่สง่างามแบบนี้ในระยะประชิดมาก่อน แถมเป็นมิตรสุดๆขนาดนี้ด้วยยิ่งไม่เคยเห็น

ดุสต์กล่าวอย่างจริงจังว่า “ฉันพาบ็อบมาด้วยเพื่อให้ผู้คนนึกถึงธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อม เพื่อจะบอกให้รู้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลกระทบต่อธรรมชาติรอบตัวเราได้ใหญ่หลวงเพียงใด”

ยกตัวอย่างเช่น การเลือกใช้ถ้วยที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้แทนขวดพลาสติก ไม่ใช้ลูกโป่งในงานเลี้ยงวันเกิด หรือเก็บขยะตามชายหาด

“เธอใช้บ็อบเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ใหญ่กว่าน่ะครับ” ยัสเปอร์ ดุสต์ ช่างภาพที่อาศัยอยู่ในเนเธอร์แลนด์ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของโอเดตเทอ กล่าว เขาติดตามบันทึกการผจญภัยของเจ้านกมาสามปีแล้ว “โดยตัวเองเพียงลำพัง มันอาจเป็นแค่นกฟลามิงโกตัวหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีบ็อบ เธอก็คงไม่มีสัตว์สัญลักษณ์ที่จะส่งให้เธอมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้การศึกษา”

ฟลามิงโก
การตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาสเมื่อปี 2016 ที่สถานีโทรทัศน์ซีบีเอในวิลเลมสตัด เมืองหลวงของคูราเซา กลายเป็นฉากหลังอย่างดี เมื่อบ็อบเหยาะย่างผ่านอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนออกรายการช่วงเช้าในฐานะแขกรับเชิญ บ็อบตระเวนออกงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสำคัญของการคุ้มครองธรรมชาติ

ฟลามิงโก

ยัสเปอร์ ดุสต์ เริ่มมีความคิดที่จะบันทึกภาพของบ็อบไว้ ตอนที่เจ้านกเดินลอยชายเข้าไปในห้องนอนของเขาที่บ้านของโอเดตเทอในรุ่งเช้าวันหนึ่ง “มันเดินไปทั่วอย่างกับราชาเลยครับ” ยัสเปอร์เล่า “เราเห็นเรื่องราวน่าหดหู่มาเยอะแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสดีมากที่จะแสดงให้เห็นด้านบวกกันบ้าง”

เวลาอยู่บ้าน บ็อบรับหน้าที่ช่วยเหลือดูแลนกฟลามิงโกพักฟื้นตัวอื่นๆด้วยเป็นประจำ โอเดตเทอบอกว่าการมีมันอยู่ด้วยช่วยให้นกฟลามิงโกที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆสงบลงได้ บ็อบอาศัยอยู่ในห้องหนึ่งในบ้านของโอเดตเทอที่เรียกกันว่า “ห้องนก” โดยใช้พื้นที่ร่วมกับนกฟลามิงโกที่พักพิงอยู่อย่างถาวรคู่หนึ่ง คือจอร์จกับทอมัส

นกจำนวนมากที่โอเดตเทอช่วยเหลือถูกสายเบ็ดรัดพัน ซึ่งเป็นภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งที่เธอจะเน้นถึงในการบรรยายควบคู่กับหัวข้อขยะพลาสติก แนวปะการังเสื่อมโทรม และการสูญเสียป่าชายเลนให้กับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

การระบุผลลัพธ์ของโครงการเพื่อการศึกษาใดๆเป็นเรื่องทำได้ยาก แต่โอเดตเทอบอกว่าพวกนักเรียนจดจำเรื่องที่เธอสอนได้ ตอนที่นกฟลามิงโกเพศเมียตัวหนึ่งตายเมื่อไม่นานมานี้เพราะถูกสายเบ็ดพัน โอเดตเทอนำสายเบ็ดนั้นไปให้เด็กๆ ที่โรงเรียนดูด้วย เธอบอกพวกเขาว่า “มันเป็นนกฟลามิงโกที่สวยงามพอๆกับบ็อบ ตัวใหญ่ ทรงพลัง และแข็งแรงพอๆกัน  เพราะใครบางคนทิ้งสายเบ็ดไว้ในทะเล มันจึงตาย” หลายสัปดาห์ต่อมา พวกคุณครูบอกเธอว่าเด็กๆยังพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่

ฟลามิงโก
บ็อบลงเล่นน้ำตอนกลางคืนในสระน้ำเค็มหลังบ้านของดุสต์ มันเป็นหนึ่งในสัตว์ราว 90 ตัวที่ศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าในที่ดินของเธอ ราวครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้เป็นผู้พำนักถาวร นกฟลามิงโกมาลงเอยกันที่นี่เป็นประจำ หลังได้รับบาดเจ็บจากสายเบ็ดหรือสุนัขจรจัด
ฟลามิงโก
ดุสต์ม่อยหลับในสระน้ำใกล้ๆกับส่วนหนึ่งของสรรพสัตว์ที่เธอช่วยชีวิตไว้ นอกจากบริหารดูแลศูนย์กู้ภัยกับทำหน้าที่สัตวแพทย์ เธอยังเป็นแม่ ประธานคณะกรรมการกลุ่มอนุรักษ์ในท้องถิ่นที่มีชื่อว่า คาร์มาบี และเป็นนักศึกษาปริญญาเอกสาขาโรครับจากสัตว์ หรือโรคที่อาจแพร่ระบาดจากสัตว์มาสู่คน ด้วยมุมมองในแง่ดี เธอจะย้ำเตือนเด็กๆว่า เรื่องเล็กน้อยอย่างการงดใช้ลูกโป่งในงานเลี้ยงวันเกิด ช่วยลดขยะที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ได้

โอเดตเทอประเมินว่า บ็อบน่าจะอายุ 15 ปีแล้ว เท่าที่มีการบันทึกไว้ นกฟลามิงโกอาจมีอายุถึง 50 ปีในธรรมชาติ และมีแนวโน้มจะอายุยืนกว่านั้นในสถานเพาะเลี้ยง ดังนั้น ยัสเปอร์จึงเชื่อว่า เขายังตามบันทึกภาพเพื่อนซี้ต่างเผ่าพันธุ์คู่นี้ได้อีกนานหลายปี

เรื่อง คริสติน เดลลามอเร

ภาพถ่าย ยัสเปอร์ ดุสต์

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2563


สารคดีแนะนำ

เพชรพระอุมา : สุดยอดวรรณกรรมแห่งการผจญภัยในผืนป่าลึกลับระดับตำนาน

เรื่องแนะนำ

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์ ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์ เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ […]

เสียงเพรียกจากมวลบุปผา

ความสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดดังจะเห็นได้จากกรณีของค้างคาวกินนํ้าต้อยและเถาไม้เลื้อยที่ผลิดอกยามคํ่าคืน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันในป่าเขตร้อนลุ่มตํ่าของอเมริกากลาง ค้างคาวลิ้นยาวสีนํ้าตาล (Glossophaga commissarisi) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปีกตัวเล็กจ้อยที่มีขนาดร่างกาย ไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง และโผบินท่ามกลางมวลดอกหมามุ่ย (Mucuna holtonii) เพื่อลิ้มเลียนํ้าต้อยเฉกเช่นนกฮัมมิงเบิร์ดและแมลงภู่ โดยผสมเกสรเป็นการแลกเปลี่ยน ในเวลากลางวัน ดอกได้อวดสีสันสดใส แต่ในยามคํ่าคืน กระทั่งเฉดสีสุกสว่างที่สุดก็ยังซีดจางในแสงจันทร์ ดอกหมามุ่ยจึงต้องหันไปพึ่งเสียงเพื่อดึงดูดค้างคาว ที่สถานีชีววิทยาลาเซลวาทางเหนือของคอสตาริกา เถาหมามุ่ยเก่าแก่ที่ยังงอกงามเลื้อยกระหวัดถักทอเป็นเพดานใบไม้เหนือที่ว่างในป่า และทอดกิ่งเขียวยาวที่มี ดอกหมามุ่ยนับสิบ ๆ ดอกลงสู่เบื้องล่าง เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ ดอกตูมของเถาหมามุ่ยเตรียม แต่งองค์ทรงเครื่องรอรับค้างคาว เริ่มจากกลีบดอกสีเขียวอ่อนด้านบนสุดที่หุ้มดอกตูมอยู่ค่อย ๆ เปิดขึ้นในแนวตั้ง ราวกับไฟส่งสัญญาณวับวาม ถัดจากกลีบส่งสัญญาณนี้ ลงไปเป็นกลีบด้านข้างเล็ก ๆ สองกลีบที่สยายออกราวกับปีก เผยให้เห็นร่องด้านบนของฝักถั่วอันเป็นที่มาของกลิ่นคล้ายกระเทียมโชยอ่อนไปไกลเย้ายวนให้ทาสติดปีกรุดมาเยือน ค้างคาวใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นเครื่องมือในการระบุสิ่งกีดขวางหรือเป้าหมาย พวกมันใช้เส้นเสียงสร้างเสียงที่สั้น รัว ส่งผ่านรูจมูกหรือปาก และตีความรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมายังหูที่ไวต่อเสียง ข้อมูลที่กลับเข้ามาได้รับการประมวลอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ช่วยให้ค้างคาวสามารถปรับเส้นทางการบินกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว ค้างคาวส่วนใหญ่กินแมลงเป็นอาหาร พวกมันมักส่งสัญญาณเสียงอันทรงพลัง ครอบคลุมระยะทางไกล ๆ ขณะที่ค้างคาวกินนํ้าต้อยส่งสัญญาณเสียงที่แผ่วเบา แต่ ซับซ้อนกว่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การกลํ้าความถี่ (frequency modulation) สัญญาณอย่างหลังนี้ชดเชย […]

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์