ตัวสุดท้ายอาจสายเกินไป : ชม ภาพถ่ายสัตว์ ก่อนสูญพันธุ์

ตัวสุดท้ายอาจสายเกินไป : ชมภาพถ่ายสัตว์ก่อนสูญพันธุ์

ตัวสุดท้ายอาจสายเกินไป : ชม ภาพถ่ายสัตว์ ก่อนสูญพันธุ์

เป็นเวลาหลายปีที่โจเอล ซาร์โทรี ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ต้องทำงานไกลบ้านเพื่อบันทึกภาพชีวิตสัตว์ป่าอันน่าทึ่งในอุทยานแห่งชาติมาดีดี ประเทศโบลิเวีย หรือปีนป่ายยอดเขาสูงสุดสามยอดในสหราชอาณาจักร หรือเข้าใกล้หมีกริซลีมากจนน่าหวาดเสียวในอะแลสกา

ประมาณกันว่าโลกของเรามีสัตว์อยู่สองล้านถึงแปดล้านชนิด สัตว์หลายชนิด (ตัวเลขคาดการณ์มีตั้งแต่ 1,600 ชนิดไปจนถึงสามล้านชนิด) อาจสูญพันธุ์เมื่อสิ้นศตวรรษนี้ อันเนื่องมาจากการสูญเสียถิ่นอาศัย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการค้าสัตว์ป่า

สวนสัตว์เป็นความหวังสุดท้ายของสัตว์มากมายซึ่งใกล้สูญพันธุ์เต็มที แต่สวนสัตว์เป็นแหล่งพักพิงให้สัตว์ได้เพียงเศษเสี้ยวของที่มีอยู่ในโลก กระนั้น ซาร์โทรีประเมินว่า การถ่ายภาพสัตว์ส่วนใหญ่ในสถานเพาะเลี้ยงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 25 ปีเลยทีเดียว

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โครงการภาพถ่ายสัตว์ที่เขาทำด้วยใจรัก ชื่อว่า โฟโต้อาร์ก (Photo Ark) ได้บันทึกภาพของสรรพสัตว์มากกว่า 6,000 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นภาพสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กบลูกศรพิษเขียวดำและแมลงวันเอลเซกุนโด สัตว์ขนาดใหญ่ เช่น หมีขั้วโลกและกวางคาริบูป่า สัตว์ทะเล เช่น ปลาสลิดทะเลหน้าหมาจิ้งจอกและหมึกการ์ตูนฮาวาย หรือนก เช่น ไก่ฟ้าเอดเวิร์ดและนกขมิ้นเกาะมอนต์เซอร์รัต และอื่นๆอีกมากมาย

ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) ด้วงคีมยักษ์, เม่นแคระ, แมงป่อง และนกทูแคนหงอนหยิก

สัตว์ส่วนใหญ่ในโครงการโฟโต้อาร์กซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไม่เคยผ่านการบันทึกภาพอย่างชัดเจนเช่นนี้มาก่อน เด่นชัดทั้งลวดลายจุดแต้มและเส้นขน ถ้าพวกมันสูญพันธุ์ไป นี่คือวิธีที่เราจะจดจำพวกมัน เป้าหมายของซาร์โทรี “ไม่ใช่แค่ข่าวมรณกรรมของสิ่งมีชีวิตที่เราพร่าผลาญไปอย่างไม่ยั้งคิด” เขาบอก “เป้าหมายคือการได้เห็นว่าสัตว์เหล่านี้มีหน้าตาเป็นอย่างไรขณะพวกมันยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก”

ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) หนูผีช้างแดงดำ, นกช้อนหอยคอขาว, แพนด้ายักษ์ และลีเมอร์หางแหวน

ปัจจุบัน ผู้คนนับล้านได้เห็นสัตว์ที่ซาร์โทรีถ่ายภาพ ได้สบตาพวกมันในอินสตาแกรม ในนิตยสารเล่มนี้ในภาพยนตร์สารคดี และในภาพที่ฉายไปบนผนังหรือกำแพงของสถานที่สำคัญบางแห่งของโลก เช่น ตึกเอ็มไพร์สเตต อาคารสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ และล่าสุดคือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

วิธีถ่ายภาพสัตว์นั้นมีอยู่มากมายพอๆกับจำนวนสัตว์ แต่ซาร์โทรีเลือกถ่ายภาพด้วยวิธีการพื้นๆ กล่าวคือ ทุกภาพล้วนมีฉากหลังสีดำหรือสีขาว “วิธีนี้ทำให้ทุกอย่างเท่าเทียมกันได้อย่างยอดเยี่ยมครับ” เขาทิ้งท้าย

ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) นกตะขาบหางบ่วง, กุ้งพยาบาลสีเลือด, เพนกวินคางแถบ และลิงแมนดริล
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) งูนอแรด, นกลุมพูโหนกแดง, ลิงหางสิงโต และดอร์เมาส์พันธุ์เอเชีย
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) ลิงลมแคระ, ผึ้งเหล็กเขียวมรกต, หมาป่าหิมาลัย และผีเสื้อจักรพรรดิจุดน้ำเงิน
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) ตะกวดต้นไม้สีฟ้า, นกค็อกออฟเดอะร็อกแอมะซอน, ดาวทะเลค้างคาว และกบสีทองปานามา
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) กระรอกแดงยูเรเซีย, ม้าลายเกรวี, บิลบี และแมงมุมทารันทูลาสีฟ้า
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) งูเหลือมเขียว, ปลาการ์ตูนลายปล้อง, ลิงไดอานา และนกชาปีไหน
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) กิ้งกือทะเลทราย, ตั๊กแตนตำข้าวหญ้ายักษ์ไต้หวัน, ลิงชมิดท์หางแดง และปลาสิงโตครีบสั้น
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) ตะพาบแยงซี, นกฟลามิงโกพันธุ์อเมริกา, ทากทะเลลายเหลืองฟลอริดา และปาดเขียวพันธุ์จีน
ภาพถ่ายสัตว์
(เรียงตามเข็มนาฬิกา) กบตาหนามแอมะซอน, หนูคอขาว, กิ้งก่าคาเมเลียนแพนเทอร์ และนกฟินช์พันธุ์ออสเตรเลีย,
ภาพถ่ายสัตว์
(ซ้าย) หอยเลนเนสสา (ขวา) นกมาคอว์สีฟ้า
ภาพถ่ายสัตว์
(ซ้าย) กาเซลล์ดามา (ขวา) ปลาวัวไททัน

 

อ่านเพิ่มเติม

มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

เรื่องแนะนำ

แฟชั่นในโลกของปู

ปูเหล่านี้ห่อหุ้มร่างกายของพวกมันตั้งแต่ดอกไม้ทะเลไปจนถึงขยะ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อความปลอดภัยต่างหาก

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ: วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอลาสกา

สำหรับชนพื้นเมืองในอลาสกา วาฬคือศูนย์กลางวิถีชีวิตและประเพณีอันเก่าแก่ การล่าวาฬที่ทำกันเพียงปีละครั้ง ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารของคนทั้งชุมชน แต่ยังเป็นการสืบสานวิถีอันเก่าแก่ไม่ให้สาบสูญไป

จากสุนัขจิ้งจอกสู่สุนัขบ้าน ดีเอ็นเออาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

การทดลองในยุคโซเวียต เพื่อผลิตสุนัขจิ้งจอกที่เชื่องและก้าวร้าว นำไปสู่ดีเอ็นเอที่อาจจะอยู่เบื้องหลังความเชื่องของสุนัขบ้าน

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร ปลาดาวหรือดาวทะเลมีดวงตาอยู่ที่ปลายสุดของแขนข้างละหนึ่งดวง แต่มีไว้ใช้สำหรับทำอะไรนั้น ยังคงเป็นปริศนา พวกมันถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยดาวทะเลนั้นไม่มีสมอง จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าพวกมันเห็นภาพอะไรผ่านดวงตา ในปี 2014 นักวิจัยชี้ว่าดวงตาของดาวทะเลในภูมิภาคเขตร้อน สามารถมองเห็นภาพแบบหยาบๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มันไม่เดินเตร็ดเตร่ไกลออกจากบ้านมากเกินไป “ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าบรรดาดาวทะเลมองเห็นโลกอย่างไร” Christopher Mah นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวผ่านอีเมล์ และตอนนี้ผลการศึกษาใหม่ยังแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ดาวทะเลจากทะเลลึกในอาร์กติกเองก็ใช้ภาพที่มันมองเห็นเพื่อนำทางเช่นกัน จากการศึกษาดาวทะเลทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีสองสายพันธุ์ที่เรืองแสงได้ด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันใช้แสงสว่างในการสื่อสารกับดาวทะเลด้วยกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาดาวทะเลสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พวกมันมีชื่อว่าดาวทะเลสีน้ำเงิน (Linckia laevigata) ผลการศึกษาวิจัยถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ลงในวารสาร  Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2014 ก่อนที่ผลการศึกษาใหม่กว่าจะถูกเผยแพร่ลงในวารสารเดิมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความซับซ้อน จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ดาวทะเลถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์เรียบง่าย ปราศจากโครงสร้างหรือพฤติกรรมอันซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์รู้จักดาวทะเลมานานกว่า […]