วิดีโอสโลโมชั่นแสดงการบินของฮัมมิงเบิร์ด - National Geographic Thailand

วิดีโอสโลโมชั่นแสดงการบินของฮัมมิงเบิร์ด

นกฮัมมิงเบิร์ดอาศัยอยู่เฉพาะในทวีปอเมริกา จากทางตอนใต้ของรัฐอะแลสกาไปจนถึงกลุ่มเกาะเตียร์ราเดลฟวยโก ปัจจุบันมีชนิดพันธุ์ของฮัมมิงเบิร์ดที่รู้จักแล้วราว 340 ชนิด ศูนย์กลางความหลากหลายอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอนดีสซึ่งมีนกฮัมมิงเบิร์ด 290 ชนิดอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่ลุ่ม ป่าเมฆคลุมบนยอดเขา และทุกระบบนิเวศที่อยู่ระหว่างนั้น ชนิดพันธุ์ที่เล็กที่สุดอาจมี น้ำหนักไม่ถึงสองกรัม ส่วนชนิดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือนกฮัมมิงเบิร์ดใหญ่ซึ่งพบในเปรูและชิลี มีน้ำหนักราว 20 กรัม

นกขนาดเล็กที่สุดในโลกเป็นเพียงความโดดเด่นหนึ่งในหลายอย่างของนกฮัมมิงเบิร์ด พวกมันเป็นนกจำพวกเดียวที่บินอยู่กับที่กลางอากาศได้ 30 วินาทีหรือนานกว่านั้น เป็นนกจำพวกเดียวที่มี “เกียร์ถอยหลัง” คือบินถอยหลังได้จริงๆ และเป็นเจ้าของสถิติสัตว์มีกระดูกสันหลังซึ่งมีอัตราเมแทบอลิซึมหรือการเผาผลาญเร็วที่สุดในโลก การศึกษาของมหาวิทยาลัยโทรอนโตเมื่อปี 2013 สรุปว่า ถ้านกฮัมมิงเบิร์ดมีขนาดเท่ามนุษย์โดยเฉลี่ย พวกมันจะต้องดื่มน้ำอัดลมกระป๋องขนาด 330 มิลลิลิตรหนึ่งกระป๋องในแต่ละนาทีที่พวกมันบินอยู่กับที่ เพราะพวกมันเผาผลาญน้ำตาลเร็วมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่นกฮัมมิงเบิร์ดจะต่อสู้กันเพื่อครอบครองดงดอกไม้อุดมด้วยน้ำต้อย

ในปี 2011 ไทสัน เฮดริก นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านชีวกลศาสตร์ (biomechanics) ในสัตว์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา วิทยาเขตแชเพิลฮิลล์ ทำการเชื่อมต่อกล้องซึ่งถ่ายภาพได้หนึ่งพันภาพต่อวินาทีเข้ากับกล้องถ่ายภาพรังสีเอกซ์ เพื่อบันทึกการบินของฮัมมิงเบิร์ด

เมื่อเฮดริกไล่ดูภาพตามลำดับ การเคลื่อนไหวครั้งละเล็กละน้อยของกระดูกปีกก็ผสานกันเป็นรูปแบบ จากนั้นเป็นภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แล้วการทำงานของปีกก็เผยออกมาให้เห็น แทนที่จะกระพือปีกด้วยการขยับไหล่ขึ้น-ลง เฮดริกพบว่า นกฮัมมิงเบิร์ดกระพือปีกด้วยการหมุนไหล่ การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ทำให้มันมีสิ่งที่เทียบได้กับ “เกียร์สูง” เพื่อให้การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อระยะหนึ่งมิลลิเมตรมากพอจะขับเคลื่อนปีกเป็นวงกว้าง

 

อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายจากสารคดีเรื่องนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกฮัมมิงเบิร์ด วิหคสายฟ้า

เรื่องแนะนำ

นี่ไม่ใช่ก้อนสมอง! แต่คือสิ่งมีชีวิตหลายตัว

ก้อนเมือกเหนียวบางอย่างถูกค้นพบเข้าโดยบังเอิญ ในทะเลสาบแห่งหนึ่งของรัฐแวนคูเวอร์ แคนาดา เจ้าก้อนประหลาดนี้มีลักษณะเหมือนสมองของมนุษย์ และมีเมือกสีเขียวปกคลุมรอบตัว สร้างความขยะแขยงปนสงสัยใคร่รู้ให้แก่ผู้พบเจอ แท้จริงแล้วก้อนที่ดูเหมือนเสมหะนี้คืออาณานิคมของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า “ไบรโอซัว” (Bryozoans) สัตว์ทะเลโบราณที่มีลักษณะคล้ายกับปะการัง พวกมันจะเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนและเชื่อมต่อกันด้วยเมือกเหนียวที่สร้างขึ้นจากร่างกาย ซึ่งภายในมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 4,000 ตัวเลยทีเดียว ไบรโอซัวสามารถพบได้ทั่วโลก แต่ส่วนมากแล้วสัตว์ชนิดนี้อยู่ในทะเล และมีเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถพบในน้ำจืดได้   อ่านเพิ่มเติม : สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน, ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี

จู๋ปูเสฉวนที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน

ผลการศึกษาใหม่พบว่า ยิ่งปูเสฉวนหวงแหนและพิถีพิถันกับเปลือกหอยมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าพวกมันจะยิ่งวิวัฒน์อวัยวะเพศผู้ให้ใหญ่ขึ้นตาม เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านถูกขโมย

เหตุใดจิ้งจอกทะเลทรายมีหูใหญ่นัก?

เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก? จิ้งจอกทะเลทราย หรือจิ้งจอกเฟนเนก สัตว์ในวงศ์หมาจิ้งจอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา แม้ว่าพวกมันจะมีขนาดเล็ก แต่จิ้งจอกทะเลทรายมีใบหูขนาดใหญ่มากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ซึ่งใบหูของมันมีความยาวถึงครึ่งหนึ่งของลำตัวเลยทีเดียว สำหรับสาเหตุที่จิ้งจอกทะเลทรายต้องมีใบหูขนาดใหญ่ก็เพราะ หนึ่งหูขนาดใหญ่ช่วยให้มันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเหยื่อใต้ผืนทรายได้ดียิ่งขึ้น และสองหูของมันไม่ได้มีไว้เพื่อการได้ยินอย่างเดียวแต่ยังช่วยในการระบายความร้อนอีกด้วย อาหารหลักของจิ้งจอกทะเลทรายคือแมลง สัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ และผลไม้ พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน และด้วยรูปร่างเล็กและหน้าตาน่ารักทำให้พวกมันถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบสัตว์แปลกๆ โดยหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ป่า (เชิญชมคลิปอธิบาย เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก?)   อ่านเพิ่มเติม นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

โลมาปากขวดสร้างกับดักจับปลา

โลมาปากขวดสร้างกับดักจับปลา ในน่านน้ำตื้นพื้นโคลนของอ่าว ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกา โลมาปากขวดใช้เทคนิคที่คุ้นเคยในการล้อมจับปลา นั่นคือการตีโคลนให้ขึ้นมาเป็นกรอบล้อมรอบฝูงปลา ทว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะปลาที่ตกเป็นเหยื่อก็พากันกระโดดหนีออกจากวงล้อมได้ทุกครั้ง อันที่จริงเทคนิคนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ปกติแล้วเมื่อโลมาตัวหนึ่งว่ายตีกรอบล้อม โลมาอีกตัวจะดักรอปลาที่กระโดดหนีออกมา นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าโลมาปากขวดในบริเวณนี้ไม่ทราบวิธีการร่วมมือจับเหยื่อ หรือเพราะมันอาศัยอยู่ตัวเดียวโดดเดี่ยวกันแน่   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ