ลิงกังญี่ปุ่น : วัฒนธรรมหรือทารุณกรรม - National Geographic Thailand

ลิงกังญี่ปุ่น : วัฒนธรรมหรือทารุณกรรม

ลิงกังญี่ปุ่น: วัฒนธรรมหรือทารุณกรรม

ลิงกังญี่ปุ่น มีความเป็นมายาวนานในฐานะผู้ให้ความบันเทิงและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ การใช้งานพวกมันในการแสดงแบบละครสัตว์ กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น

———————————————-

ลิงกังญี่ปุ่น หรือลิงหิมะญี่ปุ่นหกตัวในชุดนักฟุตบอลยืนตัวตรงโดยมีเชือกล่าม พวกมันเตะบอลขี้นลงอย่างว่าง่ายไปตามสนามฟุตบอล ขณะที่ครูฝึกและกลุ่มคนดูส่งเสียงเชียร์ในเกมการแข่งขันจำลองระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นปะทะทีมชาติบราซิล

ลิงในเครื่องแบบสีน้ำเงิน (ทีมชาติญี่ปุ่น) ดูแข็งแรงบึกบึนกว่า แต่เหล่านักเตะทีมชาติบราซิลในชุดเหลืองว่องไวกว่า เมื่อผู้เล่นหมายเลข 10 ของทีมญี่ปุ่นหยุดเลียมือทั้งสองข้าง ทันใดนั้น มันก็ได้ลูก และทำประตูได้ในทีสุด

ชนะแล้ว! ทีมญีปุ่นโค้งคำนับ คนดูระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

นี่เป็นเพียงหนึ่งในการแสดงอุ่นเครื่องก่อนจะถึงโชว์หลักของงาน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงละครในร่มของนิกโกะซารุงุนดัง แหล่งท่องเที่ยวในเมืองนิกโก ไม่นานก็ถึงเวลาต้องเข้าแถวในโรงละคร ผู้หญิงชื่อ ยูริอะ ซูซูกิ และไพรเมตแสนซื่อสัตย์ของเธอชื่อ ริกุ กำลังโชว์การแสดงแบบละครสัตว์ ในฉากจบ ริกุซึ่งสวมกางเกงลายจุดสีน้ำเงินและเสื้อกล้ามสีชมพู กระโดดค้ำถ่อข้ามรอยแยกระหว่างบันได และยืนบนเสาค้ำโอนเอนไปมาด้วยแขนข้างเดียว

การแสดงที่นิกโกะซารุงุนดังมีรากเหง้าอยู่ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น การแสดงเหล่านี้พัฒนามาจากรูปแบบการแสดงที่เรียกกันว่า ซารุมาวาชิ หรือละครลิง โดยอิงกับความเชื่อที่ว่า ซารุ (ลิง) เป็นผู้พิทักษ์ม้า และเป็นตัวกลางระหว่างเทพกับมนุษย์ สามารถขับไล่วิญญาณร้ายและปัดเป่าอุปสรรคต่างๆ ให้โชคดีมีชัย

ละครลิงก็เหมือนกับคาบุกิที่แสดงตามโรงมหรสพมาร่วมพันปีแล้ว แต่ในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ความสำคัญทางจิตวิญญาณของละครลิงได้เลือนหายไปเสียแล้ว ทุกวันนี้ การแสดงละครลิงดูคล้ายละครสัตว์ไม่มีผิด สัตว์จำนวนมากได้รับการสอนโดยใช้การกระตุ้นพฤติกรรมเชิงบวกและการให้ความรักความเอาใจใส่ แต่บางส่วนได้รับการฝึกแบบเข้มงวด และถูกครูฝึกทำร้ายร่างกาย เคอิโกะ ยามาซากิ บอก เธอเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสติปัญญาของสัตว์ และคณะกรรมการของกลุ่มพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ ลิงในที่่กักขังได้รับการดูแลภายใต้กฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ของญี่ปุ่น แต่กฎหมายเน้นไปที่การปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงภายในบ้านเสียมากกว่า

“กลุ่มสวัสดิภาพสัตว์หลายกลุ่มกดดันให้มีการปกป้องสิทธิของบรรดาหมาแมว โดยเรียกร้องให้สร้างที่พักพิงสำหรับสัตว์โดยไม่ต้องมีการฆ่า ยามาซากิบอกและเสริมว่า “เป้าหมายของเราคือ ทำให้กฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ของญี่ปุ่นครอบคลุมสัตว์ทั้งหมด ตั้งแต่สัตว์ในฟาร์มไปจนถึงในสวนสัตว์ และห้องปฏิบัติการ”

เธอบอกว่า ญี่ปุ่นมีประวัติการใช้งานสัตว์เพื่อสร้างความบันเทิงมายาวนานก็จริง แต่ความอ่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นด้านวัฒนธรรมดั้งเดิม ไม่ควรทำให้ละครลิงได้รับการยกเว้นในเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ “ก็เหมือนละครสัตว์แหละค่ะ เมื่อเราดูถึงที่ไปที่มา จะเห็นว่าสัตว์ได้รับการฝึกด้วยวิธีการทารุณ และการฝึกลิงก็เช่นกัน แต่วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงได้นี่คะ เพราะไม่ใช่เรื่องตายตัว”

ลิงกังญี่ปุ่น
หลังแขกที่โรงแรมคายาบูกิในอุตสึโนมิยะรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ลิงสัตว์เลี้ยงของเจ้าของโรงแรมจะปีนขึ้นไปบนเวทีชั่วคราวที่อยู่ด้านหลังโรงแรม และแสดงกลสวมหน้ากากกระดาษอย่างว่าง่าย
ลิงกังญี่ปุ่น
ครูฝึกของคณะเซนซึโนะซารุมาวาชิในคาวาซากิ พาลิงที่อยู่ในความดูแลสวมผ้าอ้อมออกไปเดินเล่นประจำวันตามท้องถนน ในช่วงเริ่มแรกสุดของการฝึก ซารุมาวาชิ (ละครลิง) ครูจะสอนให้ลูกลิงนั่งบนตั่งตัวเตี้ยๆ จากนั้นค่อยเรียนรู้วิธีเดินบนไม้คํ้าและหัดกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

การแสดงเหล่านี้พัฒนามาจากรูปแบบการแสดงที่เรียกกันว่า ซารุมาวาชิ หรือละครลิง โดยอิงกับความเชื่อที่ว่า ซารุ (ลิง) เป็นผู้พิทักษ์ม้า และเป็นตัวกลางระหว่างเทพกับมนุษย์ สามารถขับไล่วิญญาณร้ายและปัดเป่าอุปสรรคต่างๆ ให้โชคดีมีชัย

ในธรรมชาติ ลิงกังญี่ปุ่น ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อว่าลิงหิมะญีุ่่น เป็นสัตว์ทนทายาด ไม่มีไพรเมตอื่นใดนอกจากมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในละติจูดตอนเหนือมากเท่านี้อีกแล้ว ในอุทยานลิงจิโงกุดานิที่ความสูงราว 850เมตรเหนือระดับทะเล และห่างจากโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือโดยรถยนต์ราวสามชั่วโมงครึ่ง ภาพคุ้นตาที่เห็นตามหน้านิตยสารต่างๆ และสารคดีสัตว์ป่าเกี่ยวกับลิงที่มีหิมะเกาะตามตัวนั่งแช่น้ำพุร้อน กลายเป็นภาพจริงตรงหน้านักท่องเที่ยวซึ่งรุมถ่ายภาพสัตว์ป่าและเซลฟีกับพวกมัน

แม้จะมีชื่อเล่นอย่างว่า แต่ลิงกังญี่ปุ่นก็พบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น รวมทั้งป่ากึ่งเขตร้อนทางตอนใต้ของถิ่นกระจายพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งเนื้อและพืชอย่างแท้จริง โดยกินตั้งแต่พืช ผลไม้ ไปจนถึงแมลง เปลือกไม้ และดิน อาหารอันหลากหลายทำให้พวกมันตกเป็นเป้ากระสุนของชาวไร่ชาวนา ทุกๆ ปี เอ็งไก หรือความสูญเสียที่เกิดจากลิง ทำให้ชาวไร่เสียพืชผลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมากเป็นผลไม้และพืชผัก เกษตรกรใช้รั้วกั้น หุ่นไล่กา และดอกไม้ไฟเพื่อไล่ลิง ในบางพื้นที่ ชาวไร่สามารถยื่นคำร้องต่อตัวแทนที่จัดการโครงการดักจับและฆ่าสัตว์รบกวนได้ สถิติจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า ลิงในญี่ปุ่นมากกว่า 19,000 ตัวถูกฆ่าในแต่ละปี ผลข้างเคียงจากโครงการการกำจัดดังกล่าว คือ มีลิงวัยเยาว์กลายเป็นลูกกำพร้า โดยบางครั้งอาจมีพลเมืองที่เป็นห่วงช่วยพวกมันมา และส่งต่อให้คณะละครลิง

บ่ายวันหนึ่งใกล้ยามางูจิ ผมเดินเป็นระยะสั้นๆ ไปตามทางเดินพร้อมกับชูจิ มูราซากิ วัย 72 ปี เขาหยุดและชี้ไปทางกรงโลหะวางเปล่าขนาดใหญ่โตพอๆ รถโรงเรียนต่อกันสี่คันตั้งอยู่กลางทุ่ง นั่นคือกรงดักที่ออกแบบมาเพื่อจับลิงที่มากินพืชผลโดยใช้อาหารล่อ มูราซากิบอกว่า ชาวบ้านจับลิงได้ราวสิบตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมัน อาจโดนยิง ถึงแม้เขาจะหวังอยู่ลึกๆว่า พวกมันถูกส่งไปสวนสัตว์ก็ตาม และบอกด้วยว่า ลิงตัวจ้อยทีช่วยมาได้สองตัวได้บ้านใหม่กับลูกชายเขาที่ชื่อโคเฮ ซึ่งจะฝึกพวกมันให้เป็นนักแสดง

มูราซากิซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และอดีตนักแสดง เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเล็กๆที่ฟื้นฟูศิลปะละครลิงแบบดั้งเดิมขึ้นมา หลังแทบจะเรียกได้ว่าสูญหายไปในทศวรรษ 1960 ตอนนี้เขาเกษียณแล้วและส่งต่อแนวทางที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณดัั้งเดิมของซารุมาวาชิให้กับลูกชาย มูราซากิอธิบายว่า การแสดงของพวกเขายึดแนวคิดดั้งเดิมแบบตะวันออก “สัตว์เหล่านี้เป็นสื่อกลางระหว่างคนดูกับพระเจ้า นี่ไม่ใช่แค่ละครลิงนะครับ แต่เป็นการเฉลิมฉลอง”

ลิงกังญี่ปุ่น
ที่อุทยานแห่งชาติโจชินเอ็ตสึโกเงน ซึ่งเป็นภูมิภาคภูเขาไฟบนเกาะฮนชู “ลิงหิมะญี่ปุ่น” จะแช่น้ำพุร้อนกันอย่างสบายอารมณ์ เมื่อหลายปีก่อน หลังคนเริ่มให้อาหารลิงเพื่อล่อพวกมันไม่ให้เข้าไปรุกรานเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือน สัตว์เหล่านี้ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว
ลิงกังญี่ปุ่น
การแสดงละครลิงซารุมาวาชิแบบดั้งเดิมจะมีการฝึกลิงให้เล่นกายกรรมรวมอยู่ด้วย เวทีหลักที่นิกโกะซารุงุนดังใช้ลิงถึงหกตัวในการแสดงตามบทที่เขียนขึ้น มีฉากซับซ้อน และเปลี่ยนชุดแสดงหลายครั้ง ทั่วโลก การแสดงเช่นนี้เริ่มตกเป็นเป้าวิจารณ์มากขึ้นเพราะความเป็นห่วงเรื่องสวัสดิภาพสัตว์

ทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวอย่างนิกโกะซารุงุนดัง กำลังเผชิญการต่อต้านจากกลุ่มคนที่คัดค้านการจับสัตว์ป่ามาเลี้ยงและใช้ประโยชน์ในการสร้างความบันเทิง เจสัน เบเกอร์ รองประธานอาวุโสด้านการการรณรงค์ระหว่างประเทศขององค์กรพิทักษ์สิทธิและสวัสดิภาพสัตว์ชื่อ People for the Ethical Treatment of Animals กล่าวว่า “ผู้คนทั่วโลกเริ่มรับไม่ได้กับการแสดงกิมมิกต่างๆ โดยสัตว์ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คณะละครสัตว์จำนวนมากต้องปิดตัวลง และประเทศต่างๆ สั่งห้ามการแสดง” เขาเสริมว่า “น่าเศร้านะครับที่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า เราไม่อาจพึ่งพารัฐบาลต่างๆ ให้ปกป้องสัตว์ โดยเฉพาะในประเทศอย่างญี่ปุ่นที่กฎหมายสวัสดิภาพสัตว์อ่อนปวกเปียก ไม่มีใครคอยติดตามสภาพความเป็นอยู่ การฝึกสอนก่อนการแสดง การพรากลูกพรากแม่ หรือเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์พวกนัน เมื่อไม่เป็นที่ต้องการจากอุตสาหกรรมสร้างความบันเทิง”

เรื่อง      เรอเน เอเบอร์โซล

ภาพถ่าย แจสเปอร์ ดูเอสต์

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2563


สารคดีแนะนำ 

แมลงหายไปไหนกันหมด

 

เรื่องแนะนำ

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์ ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์ เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ […]

ยีราฟ : ความลับของสัตว์โลกผู้น่าทึ่ง

ยีราฟ : สัตว์โลกผู้น่าทึ่ง ทุกอย่างเกี่ยวกับลักษณะทางกายวิภาคของยีราฟดูจะแตกต่างอย่างสุดโต่ง ไม่ว่าจะคอยาวขึ้นชื่อ ขาเก้งก้าง (ยาวที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมด) ดวงตา (กว้างที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) กะโหลกยืดยาว และลิ้นยาวเหมือนงวง หรือกระทั่งหัวใจที่สูบฉีดเลือดในแนวดิ่งได้มากกว่าสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ 

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมายในถ้ำที่เต็มไปด้วยค้างคาวและงู ช่างภาพคิดว่าเขารู้จักอันตรายทั้งหมด แต่ภัยคุกคามต่อชีวิตที่แท้จริงมาถึงเมื่อเขาก้าวออกจากถ้ำ

แกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์

แกะรอยทางพรานลักลอบล่า เสือจากัวร์ พายุฝนที่โหมกระหน่ำตลอดทั้งคืน เปลี่ยนสายน้ำสีเขียวของแม่น้ำรีโอเกนเดเกให้กลายเป็นสีแดงจากดินโคลนและเกรี้ยวกราด เมฆทะมึนเบื้องบนดูพร้อมที่จะถั่งโถมลงมาอีกครั้งได้ทุกเมื่อ โชคดีที่เรือของเราแข็งแรงมีหลังคาคลุม  ผมร่วมภารกิจลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากอุทยานแห่งชาติมาดิดี ในโบลิเวีย  พวกเขากำลังสืบหาเบาะแสของปัญหาที่รุนแรงขึ้นในป่าฝนผืนนี้ อุทยานแห่งชาติมาดิดีเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอันน่าตื่นตา  รุ่มรวยไปด้วยชนิดพันธุ์นกมากกว่าร้อยละ 11 ของชนิดพันธุ์ที่พบทั่วโลก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 200 ชนิด ที่นี่ยังเป็นบ้านของเสือจากัวร์ แมวใหญ่ลายจุดผู้ลี้ลับซึ่งครั้งหนึ่งเคยท่องไปทั่วผืนป่าจากแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ลงไปจนถึงอาร์เจนตินา เสือจากัวร์สูญเสียถิ่นอาศัยให้ไร่ปศุสัตว์ พื้นที่เกษตรกรรม และการทำไม้อย่างผิดกฎหมาย และมนุษย์ยังคร่าชีวิตมันเพราะความกลัว (ทั้งๆที่เสือจากัวร์แทบไม่เคยโจมตีมนุษย์) หรือไม่ก็กังวลว่า พวกมันจะเข้ามากินปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ (ซึ่งจากัวร์ทำในบางครั้ง) และในตอนนี้ เสือจากัวร์กำลังเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นั่นคือการลักลอบล่าเพื่อป้อนธุรกิจค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย บางทีอาจไม่มีที่ไหนที่ภัยคุกคามนี้จะเด่นชัดเท่ากับในโบลิเวีย ที่ซึ่งพนักงานไปรษณีย์ตรวจยึดเขี้ยวเสือจากัวร์หลายร้อยชิ้นระหว่างลักลอบส่งไปยังประเทศจีน ในโบลิเวีย การล่า รวมไปถึงการซื้อขาย และแม้แต่การครอบครองชิ้นส่วนของเสือจากัวร์ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเป็นเช่นนี้มานานปีแล้ว เช่นเดียวกับการซื้อขายชิ้นส่วนเสือจากัวร์ในตลาดระหว่างประเทศ แต่ในโบลิเวีย การหลบเลี่ยงความผิดมักเป็นเรื่องง่าย เพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง และราคาของเขี้ยวเสือจากัวร์ก็จัดว่าสูงมาก บางครั้งอาจมีสนนราคาระหว่าง 100 ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น “ผู้คนมองว่าเป็นช่องทางทำเงินครับ” นูโน เนกรอยส์ ซัวเรส นักชีววิทยาที่ร่วมงานกับองค์กรอนุรักษ์โบลิเวีย บอกและเสริมว่า “พวกเขารู้ว่าคงไม่โดนเล่นงาน” […]