เพนกวินจักรพรรดิ กำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่ เมื่อพื้นที่อาศัยหดตัวลงเรื่อยๆ

เดินขบวนไปสู่การสูญพันธุ์

เพนกวินจักรพรรดิ กำลังเผชิญกับความท้าทายระดับเผ่าพันธุ์

ตอนแรก จุดสีดำของ เพนกวินจักรพรรดิ จุดหนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ไกลๆ  แล้วจุดอื่นๆ ก็เข้ามาสมทบกันมากขึ้น จนกลายเป็นขบวนแถวคดเคี้ยวข้ามภูมิทัศน์น้ำแข็งสีขาวโพลนที่เพิ่งก่อตัวขึ้น

“แล้วจู่ๆ คุณก็ได้ยินเสียงร้องเสียงแรกๆ” ช่างภาพสเตฟาน คริสต์มันน์ เล่า  นั่นคือตอนที่เขาฉุกคิดขึ้นได้ “ว้าว! พวกนกกลับมากันแล้ว”

เวลานั้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมที่อ่าวอาตกา ในภูมิภาคควีนมอดแลนด์ของแอนตาร์กติกา ห่างจากปลายด้านใต้สุดของทวีปแอฟริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 4,325 กิโลเมตร  คริสต์มันน์รอนก เพนกวินจักรพรรดิ กลับจากการหากินในทะเลมานานกว่าสองเดือน  พวกมันเป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ที่สุด สูงประมาณหนึ่งเมตรขณะยืน และหนักได้ถึง 41 กิโลกรัม

สเตฟานวางแผนจะอยู่กับคอโลนีที่อ่าวอาตกาซึ่งมีนกเพนกวินประมาณ 10,000 ตัวตลอดฤดูหนาวเป็นครั้งที่สอง  เขาเคยมาที่นี่แล้วในช่วงฤดูหนาวเมื่อห้าปีก่อน และกลับมาอีกเพื่อบันทึกวัฏจักรการผสมพันธุ์ของนกเพนกวินจักรพรรดิให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างภาพสัตว์ป่าน้อยคนนักเคยทำมาก่อน  ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์อย่างน้อย 45 องศาเซลเซียสกับพายุหิมะที่ส่งเสียงหวีดหวิว ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตรฤดูหนาวในแอนตาร์กติกาจึงไม่เหมาะกับคนใจเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศหนาวเย็นที่สุด

เพนกวินจักรพรรดิ, นกเพนกวิน, การผสมพันธุ์, วงจรชีวิต, แอนตาณืกติก
ในฤดูใบไม้ร่วง เพนกวินจักรพรรดิเริ่มการเดินทางราว 10 กิโลเมตรจากมหาสมุทรสู่แหล่งผสมพันธุ์ในอ่าวอาตกา แต่สภาพภูมิอากาศที่อุ่นขึ้นละลายน้ำแข็งทะเลที่พวกมันต้องใช้เป็นฐานเพื่อหาคู่ ผสมพันธุ์ และเลี้ยงลูก

“พูดจริงๆ นะครับ อยู่ไปสักพักคุณก็ชินเอง” คริสต์มันน์บอกฉันเรียบๆ

สิ่งที่นกเพนกวินจักรพรรดิไม่ชินง่ายๆ คือการที่น้ำแข็งทะเลอันเป็นฐานที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับผสมพันธุ์และออกล่าสัตว์ในน่านน้ำรอบๆ กำลังหดตัวลงและเป็นไปได้ว่าอาจสูญสิ้นไป แม้จะเป็นนักว่ายน้ำชั้นยอด นกเพนกวินจักรพรรดิตัวเต็มวัยใน 54 คอโลนีรอบแอนตาร์กติกา คิดเป็นคู่ผสมพันธุ์ประมาณ 256,500 คู่ ต้องเลี้ยงลูกนกเหนือผิวน้ำอยู่บนน้ำแข็งทะเลก่อนฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงและน้ำแข็งละลายไป น้ำแข็งทะเลในแอนตาร์กติกามีความผันแปรสูง แต่เมื่อห้าปีก่อน น้ำแข็งทะเลหดหายอย่างทันทีทันใด โดยทำสถิติลดลงมากที่สุดในปี 2017

อ่านเพิ่มเติม ลูกเพนกวินนับพันตัวกำลังหายไปเพราะแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลาย

“ภายใต้ฉากทัศน์หรือสถานการณ์ที่ดำเนินไปเช่นนี้ นกเพนกวินจักรพรรดิกำลังเดินหน้าสู่การสูญพันธุ์ค่ะ” สเตฟานี เจนูริเอ นักชีววิทยานกทะเลแห่งสถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าว งานวิจัยของเธอและทีมงานชี้ว่า หากการปล่อยคาร์บอนยังเป็นไปอย่างไร้การควบคุม เมื่อถึงปี 2100 คอโลนีเพนกวินจักรพรรดิร้อยละ 80 อาจสูญสิ้นไป และความหวังในการอยู่รอดของชนิดพันธุ์นี้ก็มีเพียงริบหรี่เมื่อถึงตอนนั้นอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นสามถึงห้าองศาเซลเซียส เจนูริเอบอกว่า แต่ถ้าเราสามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิได้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ไม่แน่ว่าคอโลนียังอาจหายไปสักร้อยละ 20 ขณะที่ประชากรในทะเลรอสส์และทะเลเวดเดลล์ซึ่งเป็นแหล่งที่เพนกวินจักรพรรดิอาจลี้ภัยไปอาศัยเนื่องจากน้ำแข็งทะเลมีสภาวะเหมาะสมกว่า จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เพนกวินจักรพรรดิ, นกเพนกวิน, การผสมพันธุ์, วงจรชีวิต, แอนตาณืกติก
ก่อนออกเดินทางสู่ทะเล เพศเมียช่วยส่งไข่ไปวางบนตีนของเพศผู้ซึ่งเป็นคู่ของมัน งานที่ละเอียดอ่อนนี้ต้องทำอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นไข่อาจจับตัวแข็งได้ แม้นกเพศเมียจะไม่อยู่เป็นเวลาประมาณสองเดือน ความผูกพันของทั้งคู่ยังคงแน่นแฟ้น แล้วพวกมันจะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งในเดือนสิงหาคม

เมื่อลานน้ำแข็งทะเลพร้อมและเพนกวินในอ่าวแอตกามาถึงแล้ว คริสต์มันน์ก็เริ่มเก็บภาพขณะนกเริ่มวัฏจักรชีวิตครั้งใหม่  การเกี้ยวพาราสีอันสง่างามเผยให้เห็นเมื่อเพนกวินเลือกคู่ของปีนั้น  ตามมาด้วยการผสมพันธุ์อย่างรวดเร็วและงุ่มง่าม เมื่อพวกหนุ่มๆ พยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้หล่นจากหลังตัวเมีย

หลังจากนั้นคู่นกเพนกวินจะอยู่ด้วยกันตลอด เคลื่อนไหวราวกับเป็นกระจกเงาของกันและกัน  ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจะช่วยรับประกันความอยู่รอดของลูกนก ซึ่งจะมีเพียงตัวเดียวในฤดูนั้น วันหนึ่งคริสแมนน์สังเกตเห็นนกคู่หนึ่งมองไปที่ลูกบอลหิมะที่เพศเมียบรรจงประคองให้อยู่บนสองตีน  เขาคาดว่าทั้งคู่เป็นนกที่เพิ่งจับคู่กันเป็นครั้งแรกและกำลังฝึกทักษะการประคองไข่

เพนกวินจักรพรรดิ, นกเพนกวิน, การผสมพันธุ์, วงจรชีวิต, แอนตาณืกติก
ลูกนกทะเลาะกันขณะยังซุกตัวอุ่นอยู่บนเท้าพ่อแม่ หลังจากแม่นกกลับมาจากแหล่งหากิน พ่อแม่จะผลัดกันเลี้ยงลูกเพื่อให้อีกฝ่ายไปหาอาหารในทะเลพ่อแม่นกที่เป็นฝ่ายอยู่โยงมักยืนอยู่ด้วยกัน ปล่อยให้ลูกนกมีปฏิสัมพันธ์กัน

พอถึงปลายเดือนพฤษภาคม ไข่ใบแรกๆ ก็เผยโฉม  หนึ่งใบต่อเพศเมียหนึ่งตัว  การวางไข่ต้องใช้แรงกายเหนื่อยยาก  ดังนั้นเพศเมียที่หิวโหยจึงค่อยๆ ส่งไข่อย่างระมัดระวังให้คู่ของมัน แล้วเตรียมตัวออกเดินทาง  คู่นกจะทดสอบความผูกพันอันแข็งแกร่งที่มีต่อกัน ขณะที่บรรดานกเพศเมียกลับไปยังทะเลเพื่อหาอาหาร

สำหรับพ่อนกที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ฤดูหนาวใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ท่ามกลางกระแสลมที่พัดด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและอุณหภูมิตกวูบลง  พวกนกจะเกาะกลุ่มเบียดเสียดกันเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นจากร่างกายแก่กันและกัน  ความร่วมมือกันเช่นนี้ไม่เพียงช่วยให้บรรดาพ่อๆ และไข่อันล้ำค่าอยู่รอดต่อไปได้ แต่ยังช่วยรักษาแหล่งพลังงานสำรองในร่างกายของนกเพศผู้ เนื่องจากไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย  พวกมันอาจสูญเสียน้ำหนักตัวไปเกือบครึ่งหนึ่งตอนที่นกเพศเมียกลับมา  ในวันที่อากาศหนาวที่สุด นกเพนกวินจะอยู่กันอย่างเงียบเชียบเพื่อประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  สิ่งเดียวที่คริสต์มันน์ได้ยินมีเพียงเสียงประหลาดเมื่อพวกมันลากตีนไปบนน้ำแข็งเท่านั้น

เพนกวินจักรพรรดิ, นกเพนกวิน, การผสมพันธุ์, วงจรชีวิต, แอนตาณืกติก
นกเพนกวินจักรพรรดิเพศผู้ที่คอโลนีอ่าวอาตกา ซึ่งแต่ละตัวประคองไข่ไว้บนตีน เกาะกลุ่มกันแน่นเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความมืดนานสองเดือนในแอนตาร์กติกา หลังจากผสมพันธุ์และวางไข่ นกเพศเมียก็กลับไปหากินในทะเล นกเบียดเสียดแน่นเสียจนพ่นไอได้ตอนแยกจากกันราวกับออกมาจากห้องซาวน่า

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เมื่อเวลาแห่งความมืดมิดของขั้วโลก (polar night—วันและคืนที่ไร้แสงแดดโดยสิ้นเชิง) สิ้นสุดลง  ดวงอาทิตย์ที่กำลังเบิกฟ้าจะต้อนรับเสียงร้องใหม่ในคอโลนี  ถ้าแม่ของพวกมันไม่กลับมาพร้อมอาหารสำหรับลูกน้อย เหล่าลูกนกจะได้รับอาหารมื้อแรกจากพวกพ่อๆ เป็นน้ำนมข้นๆ จากหลอดอาหาร  แต่ต่อให้ยืนหยัดผ่านฤดูหนาวมาได้ก็ใช่ว่านกเพศผู้ทั้งหมดจะเลี้ยงลูกได้สำเร็จ

แล้วนกเพศเมียก็กลับมาตอนคู่ผู้หิวโหยของมันต้องการมันมากที่สุด  คู่ผัวเมียผูกพันกลมเกลียว  แม่นกเห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก และรับหน้าที่การป้อนอาหารต่อจากพ่อนก  พ่อแม่นกทำงานเป็นทีม ผลัดกันไปหาอาหารให้ลูกนกที่กำลังเติบโตอยู่อีกหลายเดือน

เรื่อง เฮเลน สเกลส์
ภาพถ่าย สเตฟาน คริสต์มันน์


ติดตามเรื่องราวของนกเพนกวินจักรพรรดิแบบเต็มเรื่องได้ที่ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2563 สั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/505767  หรือโทร.0-2423-9999  ต่อ  6112

เรื่องแนะนำ

เคยเห็นฉลามหลับกันไหม?

เคยเห็น ฉลามหลับ กันไหม? ฉลามกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกัน? พวกมันรวมตัวและซ้อนกันไปมาอย่างน่าประหลาด แต่พฤติกรรมนี้คือธรรมชาติอันปกติของฉลามเพราะพวกมันกำลังงีบหลับระหว่างวัน แต่อย่าคิดที่จะไปแหย่มันเข้าเชียวเพราะฉลามไม่ได้หลับสนิทเหมือนมนุษย์ขี้เซาบางคน และปัจจุบัน องค์ความรู้เกี่ยวกับฉลามขณะหลับก็มีข้อมูลเพียงน้อยนิดเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของมันขณะนอนหลับ รวมไปถึงว่าพวกมันมีความฝันด้วยหรือไม่? (เชิญชมวิดีโอ ฉลามหลับ ได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ง่วงจัง ขอหลับหน่อย! มาดูกันสิว่า สัตว์อะไรหลับได้โดนใจที่สุด

ภารกิจช่วยสรรพสัตว์ออกจากสงครามซีเรีย

ภารกิจช่วยสรรพสัตว์ออกจาก สงครามซีเรีย ประเทศซีเรียดำดิ่งเข้าสู่สงครามการเมือง(สงครามซีเรีย)ในช่วงปี 2011 หลังการเกิดอาหรับสปริง การเคลื่อนไหวทางสังคมที่บรรดาประชาชนในหลายประเทศภูมิภาคอาหรับตัดสินใจลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอำนาจเผด็จการ ในหลายประเทศพลังประชาชนประสบผลสำเร็จและนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่น่าเศร้าที่ในซีเรียไม่เป็นเช่นนั้น และสงครามยังคงดำเนินยึดเยื้อมาจนปัจจุบัน สงครามทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถหนีออกนอกประเทศได้มีชีวิตอย่างยากลำบาก สรรพสัตว์เองก็เช่นกัน เมื่อสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นผู้คนพากันหนีเอาตัวรอด สวนสัตว์ถูกทิ้งร้างปราศจากคนดูแล ณ สวนสัตว์ Magic World ในเมืองอเลปโปยังคงมีสัตว์จำนวนหนึ่งติดค้างอยู่ภายในตลอด 6 ปีของสงครามที่เกิดขึ้น บางตัวป่วย บางตัวตั้งท้อง พวกมันกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สารคดีเรื่องนี้ติดตามการทำงานขององค์กร Four Paws ในปลายปี 2017 กับภารกิจเสี่ยงตายพาพวกมันออกมาจากเมืองอเลปโป เพื่อเดินทางไปยังชายแดนตุรกี และขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางคือพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในจอร์แดนที่ซึ่งพวกมันจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หากภารกิจสุดท้าทายครั้งนี้ประสบความสำเร็จ   อ่านเพิ่มเติม สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

เต่ามะเฟืองนักท่องโลก

เต่ามะเฟือง เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุด และมีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างไกลที่สุด ยืนหยัดมาได้ถึง 100 ล้านปีแล้ว เรื่อง ทิม แอปเพนเซลเลอร์ ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี เนื้อหาจาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552 เต่ามะเฟือง (leatherback turtle) ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง มันยังชีพด้วยอาหารซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆเพียงไม่กี่ชนิดจะทนกินได้ ที่สำคัญที่สุดคือมันสามารถปรับตัวได้เสมอ   ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ที่ได้รับการออกแบบเชิงอุทกพลศาสตร์อย่างดีที่สุดชนิดหนึ่งของโลก พวกมันสามารถว่ายน้ำได้อย่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับการพักผ่อน เต่ามะเฟืองแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นซึ่งมีกระดองใหญ่โตยื่นออกมานอกลำตัว กระดองของเต่ามะเฟืองนั้นยืดหยุ่นและพอดีกับลำตัว รวมทั้งผสานจนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกับลำคอหนาหนั่นและไหล่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สันนูนตามแนวยาวของกระดองทั้งเจ็ดสันอาจช่วยในการปรับตัวเพื่อบังคับทิศทางและแหวกว่ายไปตามกระแสน้ำได้อย่างราบรื่น ส่วนหัวของเต่าเปรียบได้กับหัวเรือ ขณะที่กระดองเรียวเล็กลงทางด้านหลังดูคล้ายกับรูปหยดน้ำ นอกจากนี้พวกมันยังมีสิ่งที่เรียกว่า ระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในร่างกายของสัตว์ขนาดใหญ่ (gigantothermy) ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษที่อาจช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของเต่ามะเฟืองให้สูงกว่าอุณหภูมิน้ำที่พวกมันแหวกว่ายอยู่หลายองศา พวกมันจึงสามารถเดินทางในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะกับวาฬและแมวน้ำมากกว่าเต่าทะเลได้ แม้ว่าพวกมันจะมีความสามารถทางร่างกายที่สูงยิ่ง ซึ่งช่วยให้เอาชีวิตรอดและสืบทอดวงศ์วานมาได้นานร่วม ร้อยล้านปี แต่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา […]

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]