นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน - National Geographic Thailand

นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน

นักวิทยาศาสตร์ คนเก็บผลบราซิลนัต เจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ผนึกกำลังกันอนุรักษ์ นกอินทรีฮาร์ปี นกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

เส้นทางนี้ควรเป็นทางลัด แต่ตอนนี้ ฉันกลับเดินอยู่ในน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่ก สูงท่วมเอว คอยระวังไม่ให้ตัวเองสะดุดขอนไม้ใต้น้ำไปตามเส้นทางที่นักชีววิทยา ชาวบราซิล เอเวอร์ตัน มิแรนดา เบิกทางไว้ กล้องถ่ายภาพราคาแพงหนึ่งตัวเสียหายไปแล้ว

หลังจากผู้ช่วยวิจัยภาคสนาม เอ็ดสัน โอลิไวรา หน้าคะมำลงในแอ่งโคลนลึก และรอยแตนต่อยบนต้นแขนของช่างภาพ แครีน ไอก์เนอร์ ก็บวมเป่งเป็นลูกมะเขือเทศ

แต่ถ้าจะมีใครสักคนคิดหันหลังกลับแล้วละก็ คงเก็บความคิดนั้นไว้กับตนเอง เพราะภารกิจของเราสำคัญเกินกว่าจะถอย เราดั้นด้นมาที่นี่เพื่อค้นหารัง นกอินทรีฮาร์ปี ที่หายาก โดยอาศัยเบาะแสจากคำเล่าลือว่าอยู่ลึกเข้าไปประมาณกิโลเมตรครึ่งกลางป่าฝนแอมะซอนในรัฐมาตูโกรสซูของบราซิล

นกอินทรีฮาร์ปี, ป่าแอมะซอน
ปัจจุบัน นกอินทรีฮาร์ปีพบได้ในป่าฝนของแอมะซอน ซึ่งการตัดต้นไม้เพื่อทำไร่กำลังทำลายถิ่นอาศัยของพวกมัน นักอนุรักษ์หวังว่าเจ้าของไร่จะลดการแผ้วถางป่า หากพวกเขามีรายได้มากพอจากนักท่องเที่ยวซึ่งจ่ายเงินเพื่อชมนกอินทรีในรังจากหอคอยเช่นที่เห็นนี้

ด้วยร่างกายสีขาวดำมันขลับ ดวงตาดุร้าย และขนบนใบหน้าที่ดกหนา นกอินทรีฮาร์ปีซึ่งเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มักถูกจัดให้อยู่ในหมู่นกที่งามสง่าที่สุดของโลก และอยู่บนสุดในรายชื่อนกสุดยอดปรารถนา ของเหล่านักดูนก กรงเล็บของนกอินทรีฮาร์ปีซึ่งสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้ มีขนาดใหญ่กว่ากรงเล็บของหมีกริซลี และนกเพศเมียอาจหนักได้ถึงประมาณ 11 กิโลกรัม “ดูเหมือนสัตว์ที่ออกมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซี เลยครับ” มิแรนดาบอก

ในฐานะสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุด นกอินทรีฮาร์ปีจึงมีบทบาทสำคัญในทางนิเวศวิทยา โดยช่วยควบคุมประชากรเหยื่อให้อยู่ในระดับเหมาะสม “ถ้าคุณประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปี คุณจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเกือบทั้งหมดในระบบนิเวศที่พวกมันอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน” ริชาร์ด วัตสัน ประธานและซีอีโอของกองทุนเพเรกรินฟันด์ องค์กรอนุรักษ์ไม่แสวงกำไรที่ดำเนินโครงการนกอินทรีฮาร์ปีในปานามา กล่าว

นกอินทรีฮาร์ปี, นกอินทรี
นกนักล่าเหล่านี้มีระยะห่างระหว่างปลายปีกทั้งสองข้างค่อนข้างสั้น ช่วยให้พวกมันบินฝ่าป่าทึบได้ นกอินทรีฮาร์ปีสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้และโฉบจับกวางขนาดเล็กได้ นกอินทรีฮาร์ปีตัวนี้กำลังกลับรังพร้อมชิ้นส่วนซากเม่น

ไม่มีใครรู้ว่าในธรรมชาติมีนกอินทรีฮาร์ปีเหลืออยู่เท่าใด แต่นักวิทยาศาสตร์รู้แน่ชัดว่า พวกมันกำลังหมดไป มิแรนดาเล่าว่า นกนักล่าที่ทรงพลังนี้เคยครอบครองถิ่นอาศัยจากทางตอนใต้ของเม็กซิโกไปจนถึงตอนเหนือ ของอาร์เจนตินา ทว่าตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าเป็นต้นมา เขตการกระจายพันธุ์ของมันลดลงกว่าร้อยละ 40 และปัจจุบันส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงในป่าแอมะซอน การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเพาะปลูก ทำเหมืองแร่ และพัฒนาที่ดิน ซึ่งถือเป็น ภัยคุกคามหลักต่อความอยู่รอดของนกอินทรีฮาร์ปี ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงเลย มิแรนดาประเมินว่า ช่วงต้นปี 2020 ในแต่ละชั่วโมงมีผืนป่าในเขตป่าแอมะซอนของบราซิลถูกทำลายไปกว่า 340 ไร่

มิแรนดาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่แถวหน้าในความพยายามอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปีของบราซิล เขามั่นใจว่า หากปราศจากการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพ ในเวลาอีกไม่นาน นกนักล่าชนิดนี้จะหายไปจากแหล่งอาศัยหรือฐานที่มั่นสำคัญในบราซิล ซึ่งเรียกว่า แถบโค้งของการทำลายป่าอันเป็นพื้นที่แยกส่วนผืนเล็กผืนน้อยขนาดประมาณประเทศสเปน ล้อมรอบพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอมะซอน เขายังเชื่อว่า การต้านทานการสูญเสียถิ่นอาศัย อย่างกว้างขวางสามารถทำได้โดยการแสดงให้ชาวบราซิลเห็นว่า การมีป่าให้ผลประโยชน์มากกว่าการตัดโค่น

นกอินทรีฮาร์ปี, ลูกนก, ป่าแอมะซอน
นกอินทรีฮาร์ปีระวังภัยให้ลูกในรังกลางป่าแอมะซอน ประเทศบราซิล นกเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่านกเพศผู้ โดยอาจหนักได้ถึงราว 11 กิโลกรัม และมักมีกรงเล็บใหญ่กว่าของหมีกริซลี ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าเป็นต้นมา เขตการกระจายพันธุ์ของนกอินทรีฮาร์ปีทั่วอเมริกากลางและอเมริกาใต้ลดลงกว่าร้อยละ 40

และด้วยแนวคิดนี้ เมื่อไม่นานมานี้ เขาช่วยริเริ่มโครงการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศรูปแบบใหม่เพื่อสร้างแรงจูงใจ แก่เจ้าของที่ดินให้ปกป้องนกอินทรีฮาร์ปีและถิ่นอาศัย (เคราะห์ดีที่สองเดือนแรกของปี 2020 มีการจองทัวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้มาดำเนินโครงการจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นเวลาที่คาดหวังกันว่า ผลกระทบรุนแรงที่สุดของโรคระบาดจะบรรเทาลงและคนกลับมาเดินทางกันใหม่)

ถ้าเราพบรัง นั่นจะเป็นการเติมจุดข้อมูลสำคัญอีกจุดในการระบุสถานที่ที่นกอินทรีฮาร์ปียังคงอาศัยอยู่ และช่วยปกป้องสถานที่เหล่านั้น มิแรนดามองเครื่องหมายระบุตำแหน่งในจีพีเอสซึ่งระบุจุดที่เขาเชื่อว่ามีรังอยู่ ลำธารเชี่ยวกรากขวางทางเรา มิแรนดาไม่ยอมถอย เขาพบต้นไม้ล้มที่ผุไปครึ่งต้นซึ่งรับน้ำหนักเราได้อย่างน่าพิศวง ขณะเราผลัดกันเดินข้ามไป หลังจากปีนป่ายตลิ่งโคลน แล้วมาอยู่บนพื้นดินแข็งได้ในที่สุด

อาร์มาดิลโล
อาร์มาดิลโลที่เพิ่งถูกฆ่าใหม่ๆ จะเป็นอาหารสำหรับลูกนกที่หิวโหย นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตรังอันเป็นส่วนหนึ่ง ของความพยายามคุ้มครองนกอินทรีฮาร์ปีในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการตัดไม้ทำลายป่ามากที่สุด

เราผ่านกิโลเมตรสุดท้ายอย่างรวดเร็วจนกระทั่งพบต้นบราซิลนัตลำต้นใหญ่โตต้นหนึ่ง กิ่งก้านบนเรือนยอดที่สูงลิบลิ่วของต้นไม้ที่ได้รับความคุ้มครองชนิดนี้เป็นจุดทำรังที่เหมาะสมสำหรับนกอินทรีฮาร์ปีในพื้นที่ศึกษาของมิแรนดา เรามองลอดเข้าไปในพุ่มใบหนาสูงขึ้นไปราว 30 เมตร ช่องเปิดเล็กๆ เผยให้เห็นกิ่งไม้สุมกันเป็นกองใหญ่ รัง!

แต่นอกเหนือจากขนเรียวยาวสีขาวเส้นเดียวที่มิแรนดาสังเกตเห็น เราไม่พบหลักฐานอื่นที่แสดงว่ารังมีนก อาศัยอยู่ เมื่อเปิดเสียงร้องของนกอินทรีฮาร์ปีที่บันทึกไว้ ซึ่งเป็นเสียงแหลมดังเป็นชุดๆ ไม่มีเสียงตอบกลับมา มิแรนดาคาดว่า ลูกนกที่เคยอาศัยอยู่ในรังนี้ตลอดเวลา ต้องเป็นนกวัยรุ่นที่กำลังเตรียมแยกตัวออกไป หลังจากใช้เวลาสามปีอยู่ในอาณาเขตของพ่อแม่นก
ถ้าไม่ถูกรบกวน นกอินทรีฮาร์ปีอาจใช้รังรังเดียวเป็นเวลาหลายสิบปี และมิแรนดาบอกว่า รังนี้น่าจะมีลูกนกตัวใหม่ในราวปลายปี 2020 ถ้าทุกอย่างไปได้ดี เขาหวังว่า นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสมาชื่นชมมันที่นี่ และช่วยปกป้องมัน

เรื่อง ราเชล นูเวอร์
ภาพถ่าย แครีน ไอก์เนอร์

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม นกกระจอกเทศ : ใครว่าเรากระจอก

เรื่องแนะนำ

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

เต่าทะเลแยกสายวิวัฒนาการจากเต่าบกเมื่อกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พวกมันรอดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อยที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์มาได้ และผ่านการสูญพันธุ์ทางทะเลเมื่อสองล้านปีก่อนที่ทำให้เครือญาติของมันหายไปกว่าครึ่ง ทุกวันนี้ เราพบเต่าทะเลได้ตามชายหาดในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา และมีเต่าแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก ถึงกระนั้น ภัยคุกคามใหม่ๆ โดยเฉพาะจากมนุษย์กำลังท้าทายความสามารถในการปรับตัวของพวกมัน

หากเจ้าของมี ความวิตกกังวล จะทำให้สุนัขกังวลด้วยหรือไม่?

การวิจัยชิ้นใหม่พบว่าสัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะแบ่งปันลักษณะบุคลิกภาพซึ่งกันและกัน เรามักจะรู้สึกขบขันเมื่อเห็นสุนัขและเจ้าของที่มีบุคลิกคล้ายกัน ทั้งคู่มีขาเรียวยาวดูเก้งก้างหรือเส้นผมอันแสนจะยุ่งเหยิง การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าสุนัขจะมีลักษณะที่คล้ายกับเจ้าของ ส่งผลให้บุคลิกของทั้งเจ้าของและสุนัขมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน วิลเลี่ยม เจ. โชปิก นักจิตวิทยาสังคมที่ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต และหัวหน้านักวิจัยที่เขียนรายงานการศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ของมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความผูกพันของผู้คนที่อยู่ร่วมกับสุนัข พวกเขาเริ่มศึกษาเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงภายในของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ การศึกษาของเขาได้ทำการเก็บข้อมูลโดยให้เจ้าของสุนัข 1,681 คน ประเมินบุคลิกภาพของตัวเองและสุนัขของพวกเขาจากแบบสอบถาม พบว่าเจ้าของและสุนัขมีการแบ่งปันลักษณะบุคลิกภาพซึ่งกันและกัน คนที่เห็นด้วยส่วนมากมีจำนวนเป็นสองเท่า ซึ่งมากกว่าจำนวนคนที่ไม่เห็นด้วย โดยคนที่มีความคิดเห็นดังกล่าว มักมีสุนัขที่มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวสูง และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวน้อย การศึกษายังพบอีกว่าเจ้าของที่มีความเอาใจใส่ต่อสุนัขของตน สุนัขจะให้การตอบสนองต่อการฝึกอบรมมากกว่า ส่วนเจ้าของที่มักใช้แต่อารมณ์จะทำให้สุนัขของพวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากกว่า ในทางตรงกันข้าม “ถ้าบุคคลนั้นมีความรู้สึกผ่อนคลายสุนัขของพวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน” โชปิก กล่าว โชปิก ชี้ให้เห็นความท้าทายที่ชัดเจนในการศึกษาครั้งนี้ คุณสามารถถามคำถามเกี่ยวกับตัวเองได้ แต่ถามสุนัขไม่ได้ สุนัขกับมนุษย์เป็นเหมือนความผูกพันทางอารมณ์ ในอีกแง่มุมหนึ่งสัตว์เลี้ยงก็คือภาพสะท้อนของตัวเจ้าของเอง การศึกษาที่คล้ายกันพบว่าคนรู้จัก (คนแปลกหน้า เพื่อน หรือคนรับจ้างพาสุนัขเดินเล่น) มีแนวโน้มที่จะให้คะแนนบุคลิกภาพของสุนัขว่ามีความคล้ายคลึงกับเจ้าของ เหตุใดจึงมีความคล้ายคลึงเหล่านี้อยู่? การศึกษาไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่โชปิก มีสมมติฐานว่า “ส่วนหนึ่งคือการเลือกสุนัขของเจ้าของ โดยปกติแล้วเจ้าของมักมีแนวโน้มเลือกสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะพฤติกรรมคล้ายคลึงกับตัวเอง” เขากล่าว โชปิก กล่าวว่าเมื่อรับเลี้ยงสุนัขผู้คนมักจะมองหาสุนัขนิสัยร่าเริง “คุณต้องการสุนัขที่มีนิสัยชอบแสดงออก […]

การสูญพันธุ์ : เราสูญเสียอะไร เมื่อชนิดพันธุ์อันตรธาน

มาเลเซียเพิ่งสูญเสียแรดสุมาตราหรือกระซู่ตัวสุดท้าย และโลกก็อาจสูญเสียแรดขาวเหนือไปตลอดกาล เมื่อเพศผู้ตัวสุดท้ายเพิ่งตายลงเมื่อไม่นานมานี้ ชะตากรรมเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นกับสัตว์โลกอีกมากมาย องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ขึ้นบัญชีชนิดพันธุ์และชนิดพันธุ์ย่อยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิดว่ามีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง บางชนิด เช่น โลมาแม่น้ำแยงซี แม้ไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าสูญพันธุ์ แต่ก็อาจล้มตายไปจนหมดสิ้นแล้ว โลกกำลังก้าวเข้าสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) ครั้งที่หกจริงหรือ