นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน - National Geographic Thailand

นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน

นักวิทยาศาสตร์ คนเก็บผลบราซิลนัต เจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ผนึกกำลังกันอนุรักษ์ นกอินทรีฮาร์ปี นกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

เส้นทางนี้ควรเป็นทางลัด แต่ตอนนี้ ฉันกลับเดินอยู่ในน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่ก สูงท่วมเอว คอยระวังไม่ให้ตัวเองสะดุดขอนไม้ใต้น้ำไปตามเส้นทางที่นักชีววิทยา ชาวบราซิล เอเวอร์ตัน มิแรนดา เบิกทางไว้ กล้องถ่ายภาพราคาแพงหนึ่งตัวเสียหายไปแล้ว

หลังจากผู้ช่วยวิจัยภาคสนาม เอ็ดสัน โอลิไวรา หน้าคะมำลงในแอ่งโคลนลึก และรอยแตนต่อยบนต้นแขนของช่างภาพ แครีน ไอก์เนอร์ ก็บวมเป่งเป็นลูกมะเขือเทศ

แต่ถ้าจะมีใครสักคนคิดหันหลังกลับแล้วละก็ คงเก็บความคิดนั้นไว้กับตนเอง เพราะภารกิจของเราสำคัญเกินกว่าจะถอย เราดั้นด้นมาที่นี่เพื่อค้นหารัง นกอินทรีฮาร์ปี ที่หายาก โดยอาศัยเบาะแสจากคำเล่าลือว่าอยู่ลึกเข้าไปประมาณกิโลเมตรครึ่งกลางป่าฝนแอมะซอนในรัฐมาตูโกรสซูของบราซิล

นกอินทรีฮาร์ปี, ป่าแอมะซอน
ปัจจุบัน นกอินทรีฮาร์ปีพบได้ในป่าฝนของแอมะซอน ซึ่งการตัดต้นไม้เพื่อทำไร่กำลังทำลายถิ่นอาศัยของพวกมัน นักอนุรักษ์หวังว่าเจ้าของไร่จะลดการแผ้วถางป่า หากพวกเขามีรายได้มากพอจากนักท่องเที่ยวซึ่งจ่ายเงินเพื่อชมนกอินทรีในรังจากหอคอยเช่นที่เห็นนี้

ด้วยร่างกายสีขาวดำมันขลับ ดวงตาดุร้าย และขนบนใบหน้าที่ดกหนา นกอินทรีฮาร์ปีซึ่งเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มักถูกจัดให้อยู่ในหมู่นกที่งามสง่าที่สุดของโลก และอยู่บนสุดในรายชื่อนกสุดยอดปรารถนา ของเหล่านักดูนก กรงเล็บของนกอินทรีฮาร์ปีซึ่งสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้ มีขนาดใหญ่กว่ากรงเล็บของหมีกริซลี และนกเพศเมียอาจหนักได้ถึงประมาณ 11 กิโลกรัม “ดูเหมือนสัตว์ที่ออกมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซี เลยครับ” มิแรนดาบอก

ในฐานะสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุด นกอินทรีฮาร์ปีจึงมีบทบาทสำคัญในทางนิเวศวิทยา โดยช่วยควบคุมประชากรเหยื่อให้อยู่ในระดับเหมาะสม “ถ้าคุณประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปี คุณจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเกือบทั้งหมดในระบบนิเวศที่พวกมันอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน” ริชาร์ด วัตสัน ประธานและซีอีโอของกองทุนเพเรกรินฟันด์ องค์กรอนุรักษ์ไม่แสวงกำไรที่ดำเนินโครงการนกอินทรีฮาร์ปีในปานามา กล่าว

นกอินทรีฮาร์ปี, นกอินทรี
นกนักล่าเหล่านี้มีระยะห่างระหว่างปลายปีกทั้งสองข้างค่อนข้างสั้น ช่วยให้พวกมันบินฝ่าป่าทึบได้ นกอินทรีฮาร์ปีสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้และโฉบจับกวางขนาดเล็กได้ นกอินทรีฮาร์ปีตัวนี้กำลังกลับรังพร้อมชิ้นส่วนซากเม่น

ไม่มีใครรู้ว่าในธรรมชาติมีนกอินทรีฮาร์ปีเหลืออยู่เท่าใด แต่นักวิทยาศาสตร์รู้แน่ชัดว่า พวกมันกำลังหมดไป มิแรนดาเล่าว่า นกนักล่าที่ทรงพลังนี้เคยครอบครองถิ่นอาศัยจากทางตอนใต้ของเม็กซิโกไปจนถึงตอนเหนือ ของอาร์เจนตินา ทว่าตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าเป็นต้นมา เขตการกระจายพันธุ์ของมันลดลงกว่าร้อยละ 40 และปัจจุบันส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงในป่าแอมะซอน การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเพาะปลูก ทำเหมืองแร่ และพัฒนาที่ดิน ซึ่งถือเป็น ภัยคุกคามหลักต่อความอยู่รอดของนกอินทรีฮาร์ปี ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงเลย มิแรนดาประเมินว่า ช่วงต้นปี 2020 ในแต่ละชั่วโมงมีผืนป่าในเขตป่าแอมะซอนของบราซิลถูกทำลายไปกว่า 340 ไร่

มิแรนดาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่แถวหน้าในความพยายามอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปีของบราซิล เขามั่นใจว่า หากปราศจากการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพ ในเวลาอีกไม่นาน นกนักล่าชนิดนี้จะหายไปจากแหล่งอาศัยหรือฐานที่มั่นสำคัญในบราซิล ซึ่งเรียกว่า แถบโค้งของการทำลายป่าอันเป็นพื้นที่แยกส่วนผืนเล็กผืนน้อยขนาดประมาณประเทศสเปน ล้อมรอบพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอมะซอน เขายังเชื่อว่า การต้านทานการสูญเสียถิ่นอาศัย อย่างกว้างขวางสามารถทำได้โดยการแสดงให้ชาวบราซิลเห็นว่า การมีป่าให้ผลประโยชน์มากกว่าการตัดโค่น

นกอินทรีฮาร์ปี, ลูกนก, ป่าแอมะซอน
นกอินทรีฮาร์ปีระวังภัยให้ลูกในรังกลางป่าแอมะซอน ประเทศบราซิล นกเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่านกเพศผู้ โดยอาจหนักได้ถึงราว 11 กิโลกรัม และมักมีกรงเล็บใหญ่กว่าของหมีกริซลี ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าเป็นต้นมา เขตการกระจายพันธุ์ของนกอินทรีฮาร์ปีทั่วอเมริกากลางและอเมริกาใต้ลดลงกว่าร้อยละ 40

และด้วยแนวคิดนี้ เมื่อไม่นานมานี้ เขาช่วยริเริ่มโครงการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศรูปแบบใหม่เพื่อสร้างแรงจูงใจ แก่เจ้าของที่ดินให้ปกป้องนกอินทรีฮาร์ปีและถิ่นอาศัย (เคราะห์ดีที่สองเดือนแรกของปี 2020 มีการจองทัวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้มาดำเนินโครงการจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นเวลาที่คาดหวังกันว่า ผลกระทบรุนแรงที่สุดของโรคระบาดจะบรรเทาลงและคนกลับมาเดินทางกันใหม่)

ถ้าเราพบรัง นั่นจะเป็นการเติมจุดข้อมูลสำคัญอีกจุดในการระบุสถานที่ที่นกอินทรีฮาร์ปียังคงอาศัยอยู่ และช่วยปกป้องสถานที่เหล่านั้น มิแรนดามองเครื่องหมายระบุตำแหน่งในจีพีเอสซึ่งระบุจุดที่เขาเชื่อว่ามีรังอยู่ ลำธารเชี่ยวกรากขวางทางเรา มิแรนดาไม่ยอมถอย เขาพบต้นไม้ล้มที่ผุไปครึ่งต้นซึ่งรับน้ำหนักเราได้อย่างน่าพิศวง ขณะเราผลัดกันเดินข้ามไป หลังจากปีนป่ายตลิ่งโคลน แล้วมาอยู่บนพื้นดินแข็งได้ในที่สุด

อาร์มาดิลโล
อาร์มาดิลโลที่เพิ่งถูกฆ่าใหม่ๆ จะเป็นอาหารสำหรับลูกนกที่หิวโหย นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตรังอันเป็นส่วนหนึ่ง ของความพยายามคุ้มครองนกอินทรีฮาร์ปีในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการตัดไม้ทำลายป่ามากที่สุด

เราผ่านกิโลเมตรสุดท้ายอย่างรวดเร็วจนกระทั่งพบต้นบราซิลนัตลำต้นใหญ่โตต้นหนึ่ง กิ่งก้านบนเรือนยอดที่สูงลิบลิ่วของต้นไม้ที่ได้รับความคุ้มครองชนิดนี้เป็นจุดทำรังที่เหมาะสมสำหรับนกอินทรีฮาร์ปีในพื้นที่ศึกษาของมิแรนดา เรามองลอดเข้าไปในพุ่มใบหนาสูงขึ้นไปราว 30 เมตร ช่องเปิดเล็กๆ เผยให้เห็นกิ่งไม้สุมกันเป็นกองใหญ่ รัง!

แต่นอกเหนือจากขนเรียวยาวสีขาวเส้นเดียวที่มิแรนดาสังเกตเห็น เราไม่พบหลักฐานอื่นที่แสดงว่ารังมีนก อาศัยอยู่ เมื่อเปิดเสียงร้องของนกอินทรีฮาร์ปีที่บันทึกไว้ ซึ่งเป็นเสียงแหลมดังเป็นชุดๆ ไม่มีเสียงตอบกลับมา มิแรนดาคาดว่า ลูกนกที่เคยอาศัยอยู่ในรังนี้ตลอดเวลา ต้องเป็นนกวัยรุ่นที่กำลังเตรียมแยกตัวออกไป หลังจากใช้เวลาสามปีอยู่ในอาณาเขตของพ่อแม่นก
ถ้าไม่ถูกรบกวน นกอินทรีฮาร์ปีอาจใช้รังรังเดียวเป็นเวลาหลายสิบปี และมิแรนดาบอกว่า รังนี้น่าจะมีลูกนกตัวใหม่ในราวปลายปี 2020 ถ้าทุกอย่างไปได้ดี เขาหวังว่า นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสมาชื่นชมมันที่นี่ และช่วยปกป้องมัน

เรื่อง ราเชล นูเวอร์
ภาพถ่าย แครีน ไอก์เนอร์

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม นกกระจอกเทศ : ใครว่าเรากระจอก

เรื่องแนะนำ

ยีราฟเผือก เพศเมียตัวสุดท้ายในเคนยาตายจากการล่าสัตว์

การตายของ ยีราฟเผือก ทั้งสองตัวอันเนื่องมาจากการล่าสัตว์ ทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในเคนยา สำนักข่าวเดอะการ์เดียนของอังกฤษและซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริการายงานว่า มีการพบซากของ ยีราฟเผือก และลูกของมันที่สภาพที่เหลือแต่โครงกระดูกหลังจากที่ถูกฆ่าโดยพรานล่าสัตว์ที่เมืองการิสซา ทางตะวันออกของเคนยา องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ Ishaqbini Hirola Community กล่าว  ซึ่งคาดว่ามันถูกทิ้งไว้เช่นนี้ประมาณ 4 เดือนแล้ว การตายของทั้งสองตัวทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเกิดยีราฟตัวเมียที่ถูกฆ่าไป องค์กรฯ กล่าว “เราคือชุมชนเดียวในโลกที่เป็นผู้ดูแลยีราฟเผือกเหล่านี้” โมฮัมเหม็ด อาห์เมดนูร์ ผู้จัดการองค์กรฯ กล่าวและเสริมว่า การตายของมันที่ได้รับการยืนยันจากกองกำลังพิทักษ์สัตว์ป่าและสมาชิกชุมชน คือวันที่แสนเศร้า และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับนักวิจัยและผู้ให้บริการการท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลแห่งนี้ของเคนยา ยีราฟเผือกเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่งในช่วงปี 2017 หลังจากมีการพบมันที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและตอนที่มันให้กำเนิดลูกสองตัว โดยตัวล่าสุดคลอดไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สีขาวดุจหินปูนของยีราฟเผือกเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากโรคผิวเผือก แต่เกิดจากสภาพที่เรียกว่าสภาวะผิวเผือก (Leucism) สภาวะนี้จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดสีเข้มที่เรียกว่าเมลานินอย่างเพียงพอ บางครั้งก็รวมไปถึงเม็ดสีผิวอื่นด้วยเช่นกัน ขณะนี้ ยีราฟซึ่งเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุดในโลกได้สูญเสียประชากรไปถึงร้อยละ 40 ในช่วงเวลาเพียง 30 ปี จากการล่าและลักลอบค้าสัตว์ป่า จากการประมาณการของมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกา แม้ว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าของเคนยาจะเคยกล่าวว่ามียีราฟเผือกเพียงสามตัวในโลก แต่เคยมีการพบยีราฟเผือกตัวหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติ Tarangire ประเทศแทนซาเนียในเดือนมกราคม ปี 2016 ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าชีวิตของมันหลังจากนั้นเป็นเช่นไร (ชมวิดีโอยีราฟเผือกแห่งเคนยาในช่วงที่มันยังมีชีวิตเมื่อปี 2017 จากเนชั่นแนล […]

ซ่อมแซมโพรงรังหวังเพิ่มประชากรนกเงือก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนุนซ่อมโพรงรังหวังเพิ่มประชากร นกเงือก ในเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ นกเงือก เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โดยนกเงือกเริ่มจับคู่และเสาะหาโพรงรังที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวเมียวางไข่และฟักไข่ แม้ในป่าฮาลา–บาลา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก สัตว์โบราณอย่างนกเงือกยังต้องเผชิญภาวะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนประชากรนกเงือกลดลง สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา กล่าวว่า นกเงือกมีพฤติกรรมโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในเรื่องการสร้างโพรงรัง เมื่อนกเงือกหาโพรงรังที่เหมาะสมได้แล้ว นกเงือกตัวเมียจะปิดปากโพรงให้แคบลง โดยใช้มูล เศษไม้ และเศษดิน ค่อยๆ ปิดจนเหลือเพียงช่องแคบๆ เพื่อให้ตัวผู้ส่งอาหารให้เท่านั้น ตลอดช่วงระยะเวลาที่นกเงือกตัวเมียทำรัง นกเงือกตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนให้ตัวเมีย เมื่อถึงช่วงลูกนกฟักออกจากไข่ นกเงือกตัวผู้ยังคอยหาอาหารมาให้ทั้งนกเงือกตัวเมียและลูกนก โดยช่วงเวลาการอยู่ในโพรงของแม่นกและลูกนกของนกเงือกแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งเมื่อลูกนกออกจากรัง พ่อและแม่นกจะคอยเลี้ยงลูกนกต่อไปอีกระยะหนึ่ง โพรงรังที่มีสภาพเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของนกเงือกตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันโพรงรังของนกเงือกเริ่มขาดแคลน ปัญหาคือนกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงสร้างรังเองได้เช่นเดียวกับนกทั่วไป ต้องหาโพรงรังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน รอยแผลบนต้นไม้ที่เกิดจากหมีล้วงเอาน้ำผึ้ง หรือรอยจากการที่กิ่งไม้หักจนทำให้เกิดแผลและมีขนาดกว้างพอที่นกเงือกจะเข้าไปอยู่อาศัยได้ อีกทั้งโพรงที่จะใช้ทำรังได้ต้องมีสภาพที่เหมาะสม คือไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ถ้ามีขนาดใหญ่จนเกินไป เวลาปิดปากโพรงจะปิดได้ยาก หรือปิดไม่ได้ แต่ถ้าแคบเกินไปนกเงือกก็อยู่อาศัยไม่ได้ ที่สำคัญคือระดับพื้นในโพรงยังต้องมีความสูงพอดีที่นกเงือกนั่งแล้วจะสามารถยื่นปากออกมาจากโพรงเพื่อรับลูกไม้จากตัวผู้ได้ […]

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลาเขาดิน

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา”เขาดิน” เมื่อ 63 ปีที่แล้ว นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กและกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนด้วย  รัฐบาลในยุคนั้นจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ในยุคนั้นงานวันเด็กแห่งชาติจัดในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม  แต่พอถึง พ.ศ. 2508 ก็เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเป็นช่วงที่อากาศดีกว่าช่วงฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตเป็นหน่วยงานราชการที่จัดงาน วันเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดมา  แต่รู้กันหรือไม่ว่า เขาดินที่เปิดทุกวันและเนืองแน่นโดยเฉพาะวันเด็กนี้ มีความเป็นมาอย่างไรประวัติคร่าวๆ ของ เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการสร้างสวนพฤกษชาติในเขตพระราชวังสวนดุสิต ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนพฤกษชาติแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่รวมถึงเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย เขาดินในตอนแรกจึงมีสถานะเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่สวนสัตว์ดังปัจจุบัน จนกระทั่งต่อมาทางเทศบาลกรุงเทพฯ ริเริ่มย้ายเอาสัตว์บางชนิดจากสวนอื่นๆ มาอาศัยที่นี่ รวมถึงขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชม สวนสัตว์ดุสิตจึงได้ฤกษ์เปิดตัวในฐานะสวนสัตว์แรกของไทยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 (ชมภาพเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเขาดินได้ ที่นี่ ) เอ่ยถึง เขาดินแล้ว ต้องเอ่ยถึงตำนานคู่เขาดินอย่าง ฮิปโปโปเตมัสที่ชื่อ แม่มะลิขวัญใจที่ใครๆ มาเขาดินก็ต้องมาชม […]

จังหวะหัวใจนาร์วาฬเมื่อตกอยู่ในอันตราย

นาร์วาฬ วาฬชนิดหนึ่งที่มีฟันยาวเหมือนเขานี้อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติก และพวกมันชอบที่จะดำน้ำลึก ดังนั้นจึงเป็นการยากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของมัน แต่โชคดีที่จังหวะการเต้นของหัวใจช่วยเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง ทีมนักวิทยาศาสตร์ติดเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจของนาร์วาฬ เพื่อตรวจสอบว่าในช่วงเวลาว่ายน้ำปกติ ช่วงเวลาพักผ่อน หรือช่วงเวลาที่มันต้องหนีจากการคุกคาม หัวใจของมันมีอัตราการเต้นที่แตกต่างกันอย่างไร ปกติแล้วสัตว์จะมีวิธีการตอบสนองต่ออันตรายในสองรูปแบบ คือหนึ่ง หัวใจเต้นเร็วเพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายสำหรับการต่อสู้หรือหลีกหนี สองหัวใจจะเต้นช้าต่ำลง เพื่อให้ร่างกายของมันดูเหมือนว่าตายไปแล้ว แต่สำหรับนาร์วาฬรูปแบบดังกล่าวใช้ไม่ได้กับมัน เพราะนาร์วาฬทำทั้งสองอย่าง เมื่อนาร์วาฬถูกจับติดอวนพวกมันขยับครีบและหางอย่างรวดเร็วเพื่อสลัดตัวให้หลุด ในขณะที่หัวใจกลับเต้นเป็นจังหวะช้าลง เหลือเพียง 3 – 4 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น แม้ทีมนักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงเหตุผลเบื้องหลัง แต่พวกเขากังวลว่าปฏิกิริยาดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อกระบวนการรับรู้ของตัวนาร์วาฬเอง เมื่อพวกมันใช้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว และส่งผลให้มันเสี่ยงต่อการถูกจับโดยมนุษย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก, มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล