เหินฟ้าาา! ชมสุดยอดภาพถ่ายการกระโดดของเหล่าสรรพสัตว์

การกระโดดมีอยู่ในธรรมชาติของสัตว์หลายชนิด ปลาแซลมอนกระโดดต้านสายน้ำเชี่ยวกรากเพื่อวางไข่ เสือใช้กล้ามเนื้อขาอันทรงพลังในการกระโจนตัวจับเหยื่อ ในขณะที่โลมาสนุกสนานกับการกระโจนเล่นที่ผิวน้ำทะเล และในอีกหลากหลายสายพันธุ์ การกระโดดเป็นมากกว่าความสนุกสนาน เช่นในปลาตีน พวกมันกระโดดเพื่อพิชิตใจตัวเมีย

ลองชมภาพการกระโดดของเหล่าสรรพสัตว์จากทั่วโลกที่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รวบรวมมาให้

ปลาวาฬหลังค่อมกระโจนตัวขึ้นเหนือน้ำทะเล ในอ่าว Cabo San Lucas Bar ของเม็กซิโก
อิมพาลาในดินดอนสามเหลื่อมปากแม่น้ำโอคาวังโก ในบอตสวานา สัตว์ชนิดนี้มีชื่อเสียงด้านความสามารถในการกระโดด ด้วยสถิติความสูงที่มากที่สุดถึง 10 ฟุต
การล่าเหยื่อบนหิมะของสุนัขจิ้งจอกแดง พฤติกรรมดังกล่าวนี้เรียกว่า “mousing”
เพนกวินว่ายขึ้นมาจากน้ำทะเล บริเวณเกาะแมคควอรี เกาะในนิวซีแลนด์ที่อยู่ใกล้กับทวีปแอนตาร์กติกา
ลูกแพะภูเขากระโดดจากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อน ในอุทยาน Idaho Springs ของรัฐโคโลราโด
ปลากระเบนราหูเหินตัวขึ้นเหนือน้ำ ในอ่าวบันเดราส ของเม็กซิโก นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าพวกมันทำพฤติกรรมเช่นนี้ทำไม แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารระหว่างกัน
แคราแคลตัวหนึ่งกระโจนหมายจะจับนกกลางอากาศ
ลูกลิงบาบูนกระโดดข้ามไปยังกิ่งไม้ใหญ่อีกกิ่งหนึ่ง ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบ Manyara ประเทศแทนซาเนีย
ปลาตีนตัวหนึ่งกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำ ในเมืองบรูม ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย พฤติกรรมการกระโดดนอกจากเป็นการหนีจากผู้ล่าแล้ว ยังเป็นการอวดความสามารถพิชิตใจตัวเมียอีกด้วย
โลมา 2 ตัวกระโจนขึ้นเหนือน้ำอย่างคล่องแคล่ว ในอ่าว Osa ของคอสตาริกา
นกพัฟฟินกระโดดข้ามหลุม
ปลาแซลมอนในอลาสกากระโจนไปยังต้นน้ำ เพื่อวางไข่ในฤดูอพยพประจำปี

 

อ่านเพิ่มเติม : แมลงสาบมีดีอะไรถึงอยู่มาได้หลายล้านปี ชมคลิปวิดีโอที่เผยความทรหดทนทายาดของสัตว์ที่ได้ชื่อว่า อึดที่สุดชนิดหนึ่งในโลกปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ นะครัช มารู้จักกับปลาหิน “เดิน” ได้กัน

เรื่องแนะนำ

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]

ชมการสอดประสานเต้นรำของหมู่แมลงและมวลบุปผา

ชมการสอดประสานเต้นรำของหมู่แมลงและมวลบุปผา จะมีอะไรให้เราชมอย่างพึงใจได้เทียบเท่ากับธรรมชาติ ในโลกยุคเทคโนโลยีที่ทุกอย่างหมุนเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านพักจากทุกสิ่งชั่วครู่ และปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความงดงามของดอกไม้และแมลง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งธรรมชาติที่ย่นย่อขนาดลง ผลงานการสื่อสารระหว่างดอกไม้และแมลงชิ้นนี้เป็นของ Yoshiyuki Katayama ได้บันทึกช่วงเวลาพิเศษของมิตรสหายผู้พึ่งพากันมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ “ดอกไม้และแมลง” จะน่าตื่นตาแค่ไหนลองไปชมกัน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง

ท่องแอนตาร์กติกาไปกับวาฬหลังค่อม

นี่คือแอนตาร์กติกาจากมุมมองที่คุณอาจไม่เคยเห็น เพราะเป็นภาพจากหลังวาฬหลังค่อม นักวิจัยติดตั้งกล้องด้วยหัวดูดสุญญากาศซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อวาฬ พวกเขาบันทึกภาพเป็นเวลาติดต่อกัน 24-48 ชั่วโมงก่อนที่กล้องจะหลุดออกและได้รับการระบุตำแหน่งด้วยระบบจีพีเอสเพื่อเก็บกู้ นักวิทยาศาสตร์ไม่เพียงได้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตอันลี้ลับของวาฬหลังค่อม เช่น พวกมันหากินในน้ำลึกกว่าที่เคยคิดกัน และอาจใช้การพ่นน้ำจากรูพ่นเพื่อเปิดช่องหายใจบนแผ่นน้ำแข็ง