My Octopus Teacher สารคดีรางวัลออสการ์ ที่ทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ

My Octopus Teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์

My Octopus Teacher: บทเรียนจากหมึกยักษ์ สารคดีที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ และหลงรักในธรรมชาติอีกครั้ง

ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ปี 2021 ภาพยนตร์สารคดีที่คว้ารางวัลในสาขานี้ไป ได้แก่ My octopus teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์ ในกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในสารคดีธรรมชาติที่ควรรับชม

สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ผู้ที่ใช้เวลาร่วมปีกับการดำน้ำในบริเวณเดิมเพื่อตามหา ‘เธอ’ หมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดงสาหร่ายเคลป์ ซึ่งเป็นเขตน้ำเย็นของแนวชายฝั่งประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากความตระการตาของโลกใต้น้ำ สารคดีเรื่องนี้ยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และแง่มุมต่างๆ ของการศึกษาธรรมชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

อบอุ่นหัวใจไปกับความผูกพันระหว่างคนและหมึกยักษ์

เครก ฟอสเตอร์ ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อหาจุดมุ่งหมายในชีวิต ตัดสินใจเดินตามแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ด้วยการดำน้ำโดยปราศจากถังออกซิเจน หรือ free diving ลงไปในน้ำทะเลเย็นเฉียบ ใกล้เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเขา ในช่วงแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลโดยปราศจากถังออกซิเจน เขาต้องเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง และอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แต่โลกใต้น้ำที่เขาได้พบเจอช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล ราวกับเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เครกกล่าวว่า “การมีถังออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะ เขาต้องการเป็นเหมือนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และในระหว่างการสำรวจไปตามป่าสาหร่ายใต้น้ำ เขาได้พบกับ ‘เธอ’

วันหนึ่ง ระหว่างแหวกว่ายไปตามพื้นทะเล เครกพบกับหมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความอยากรู้อยากเห็น ที่อยู่ท่ามกลางดงสาหร่ายเคลป์ที่พัดปลิวตามแรงคลื่น หลังจากพบกันวันนั้น เขากลับมาดำน้ำที่เดิมซ้ำ เพื่อสังเกต ‘เธอ’ ทุกวันเป็นระยะเวลาร่วมปี ในสารคดีได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับหมึกยักษ์ และความเป็นเพื่อนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

มันเป็นเรื่องน่าประทับใจที่สารคดีถ่ายทอดเรื่องราวของคนหนึ่งคนที่ใช้เวลาร่วมปีไปกับการดำน้ำที่เดิม เพื่อตามหาหมึกตัวเดิม เครกดำน้ำลงไปเพื่อตามหาหมึกตัวนี้ทุกวัน จนถึงวาระสุดท้ายของ ‘เธอ’

My Octopus Teacher, สาหร่ายเคลป์
สาหร่ายเคลป์ / ภาพถ่าย Shane Stagner

นับเป็นการศึกษาธรรมชาติวิทยาผ่านการทำสารคดี โดยไม่ต้องสร้างการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บางคนอาจคิดว่า ถ้าเราต้องการศึกษาและค้นหาความจริงของธรรมชาติ เราต้องออกแบบการทดลอง ตั้งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม ลงมือทำการทดลอง และสรุปผลการสำรวจในขั้นตอนสุดท้าย แต่สารคดีเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าการศึกษาธรรมชาติไม่จำเป็นต้องสร้างการทดลองเสมอไป เราสามารถทำได้โดยเพียงนำตัวเราไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สังเกตการณ์ และสัมผัสความอัศจรรย์อันน่าหลงใหลของธรรมชาติ สารคดีชุดนี้ ได้นำเสนอปรากฏการณ์ และพฤติกรรมที่เหลือเชื่อมากมายของ ‘เธอ’ หมึกยักษ์ที่เติบโตอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติ

ความฉลาดของ ‘เธอ’

หมึกยักษ์ที่เครกและทีมงานเฝ้าติดตามถ่ายทำสารคดี แสดงให้เห็นถึงความฉลาดที่น่าประทับใจ โดย ‘เธอ’ จัดอยู่กลุ่มมอลลัสกา ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นไฟลัมเดี่ยวกับสัตว์พวกหอย แต่กลับมีความสามารถในการเรียนรู้ และความสามารถในการเอาตัวรอดอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ความสามารถในการพรางตัว ความสามารถในการหลบหลีกผู้ล่าในดงสาหร่ายเคลป์ ความสามารถในการเรียนรู้เคล็ดลับการหาอาหารด้วยกลยุทธ์ต่างๆ และความสามารถในการป้องกันตัวจากผู้ล่าโดยใช้เปลือหอย เรื่องราวที่สารคดีนี้ได้เก็บเกี่ยวและถ่ายทอดออกมาจะทำให้คุณตะลึง และหลงใหลไปในความฉลาดของเธอ

จรรยาบรรณของการศึกษาธรรมชาติ

อีกจุดหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของสารคดีนี้ เครกตัดสินใจให้ตัวเองเป็นเพียง “ผู้สังเกตการณ์” ในชีวิตของ ‘เธอ’ ในระบบนิเวศของดงสาหร่ายตามชายฝั่ง เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้ล่าและเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นในเหตุการณ์ ที่ ‘เธอ’ รับบทผู้ล่า หรือบางครั้งรับบทเป็นเหยื่อ มันสะท้อนถึงจิตวิญญาณในการศึกษาธรรมชาติของเครก ที่ไม่เข้าไปล่วงเกินความเป็นไปของธรรมชาติ แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าจะเป็นความผูกพันมาอย่างยาวนาน

สารคดีเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวในหลากหลายมิติ นอกจากการติดตามเรื่องราวชีวิตของหมึกตัวหนึ่ง มันยังทำให้คุณได้เห็นถึงความเป็นไปของธรรมชาติ พลวัตของชีวิต ทั้งยังสามารถเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชม ทำให้คุณหลงใหลในธรรมชาติมากขึ้น

เรื่อง จอมพล ละมูนกิจ
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : มิติความจริงที่หายไปจาก Seaspiracy สารคดีโด่งดังที่บอกให้มนุษย์เลิกกินปลา

เรื่องแนะนำ

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

แม้จะเรียกกันติดปากว่า “หมีโคอาล่า” แต่แท้จริงแล้ว โคอาล่า ไม่ใช่ “หมี”

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้องโคอาลา (Koala marsupial) น่าจะเป็นคำเรียกที่ถูกต้องมากกว่าสำหรับสัตว์น่ารัก น่ากอดเหล่านี้ หลังลืมตาดูโลก ลูกน้อยโคอาล่าจะเจริญเติบโตและมีพัฒนาการในถุงหน้าท้องของแม่นานราว 6 เดือน ซึ่งนั่นหมายความว่า แท้จริงแล้ว โคอาล่า คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้อง ซึ่งนั่นทำให้มันมีความเกี่ยวข้องกับจิงโจ้มากกว่าหมีเสียอีก ตอนที่ชาวยุโรปเดินทางมาถึงออสเตรเลียครั้งแรก พวกเขาเรียกโคลาล่าว่าหมี เพราะรูปร่างหน้าตาหน้าคล้ายหมีของมัน ดังนั้น จากนี้ไป เรามาเรียกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวอวบอ้วนน่ากอด และดูเหมือนขี้เซานี้เสียใหม่เพียงสั้นๆ ว่า “โคอาล่า” กันดีกว่าครับ   อ่านเพิ่มเติม : แมวน้ำช้างจดจำกันได้จากเสียงร้อง, คุณจะกินอาหารยังไงนะ ถ้าคุณตัวหนักเบาะๆ แค่เกือบสองร้อยตัน

เหตุใดจิ้งจอกทะเลทรายมีหูใหญ่นัก?

เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก? จิ้งจอกทะเลทราย หรือจิ้งจอกเฟนเนก สัตว์ในวงศ์หมาจิ้งจอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา แม้ว่าพวกมันจะมีขนาดเล็ก แต่จิ้งจอกทะเลทรายมีใบหูขนาดใหญ่มากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ซึ่งใบหูของมันมีความยาวถึงครึ่งหนึ่งของลำตัวเลยทีเดียว สำหรับสาเหตุที่จิ้งจอกทะเลทรายต้องมีใบหูขนาดใหญ่ก็เพราะ หนึ่งหูขนาดใหญ่ช่วยให้มันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเหยื่อใต้ผืนทรายได้ดียิ่งขึ้น และสองหูของมันไม่ได้มีไว้เพื่อการได้ยินอย่างเดียวแต่ยังช่วยในการระบายความร้อนอีกด้วย อาหารหลักของจิ้งจอกทะเลทรายคือแมลง สัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ และผลไม้ พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน และด้วยรูปร่างเล็กและหน้าตาน่ารักทำให้พวกมันถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบสัตว์แปลกๆ โดยหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ป่า (เชิญชมคลิปอธิบาย เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก?)   อ่านเพิ่มเติม นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ