วาฬสีเทา สร้างสถิติใหม่ด้วยการว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลกว่าครึ่งโลก

วาฬสีเทา สร้างสถิติใหม่ด้วยการว่ายน้ำครึ่งโลก

วาฬสีเทา ตัวผู้ขนาด 12.19 เมตร เดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือไปยังนามิเบีย การปรากฏตัวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบเห็นวาฬชนิดนี้ในซีกโลกใต้

วาฬสีเทา ว่ายน้ำเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้สำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังในทะเล โดยมีระยะทางมากกว่า 26,875.98 กิโลเมตร ซึ่งเกินระยะทางครึ่งหนึ่งของการเดินทางรอบโลก

วาฬเพศผู้ที่ถูกสำรวจพบนอกชายฝั่งนามิเบียในปี 2013 เป็นวาฬสีเทาตัวแรกที่ได้รับรายงานการปรากฏตัวในซีกโลกใต้

แต่กระบวนการสืบหาแหล่งกำเนิดของวาฬต้องใช้เวลาหลายปีไปกับการวิจัยทางพันธุกรรม เพื่อยืนยันว่าวาฬมีต้นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสาร Biology Letter เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2021

วาฬสีเทาที่เรารู้จักมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ วาฬสีเทาตะวันออก ซึ่งมีจำนวนคงที่ประมาณ 20,500 ตัว และวาฬสีเทาตะวันตกที่ใกล้สูญพันธุ์ มีประชากรเหลือเพียงประมาณ 200 ตัวในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกิดจากการล่าวาฬเชิงพาณิชย์มานานหลายทศวรรษ วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันออกอพยพจากทะเลรอบอแลสกาและรัสเซีย ไปยังแหล่งเพาะพันธุ์ในบาฮากาลีฟอร์เนีย  ในขณะที่วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันตกยังไม่มีข้อมูลเรื่องแหลงผสมพันธุ์ที่ชัดเจน แต่ได้รับการบันทึกว่ามักจะหาอาหารบริเวณรัสเซียตะวันออก 

เมื่อหนึ่งในคณะวิจัย ไซมอน เอลเวน นักสัตววิทยา มหาวิทยาลัยสเตลเลนบอช ประเทศแอฟริกาใต้ ได้ยินเกี่ยวกับการพบเห็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 “ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่” เขากล่าว “มันเหมือนกับมีคนบอกว่า พวกเขาเห็นหมีขั้วโลกในปารีส แม้ในทางเทคนิคแล้วมันสามารถไปถึงที่นั่นได้ แต่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่”

วาฬสีเทา
แผนที่โดย NGM

ภาพถ่ายได้ยืนยันว่า เป็นวาฬสีเทาจริง ยาวประมาณ 12.19 เมตร วาฬตัวดังกล่าวอาศัยอยู่ในอ่าววอลวิสนานสองเดือน อาจเป็นเพราะมันขาดสารอาหารเลยทำให้เอลเวน และเทสส์ กริดเรย์ นักสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัยเสตเลนบอชส์ สามารถเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอด้วยการรบกวนมันน้อยที่สุดได้

ความสำเร็จที่น่าทึ่งของวาฬสีเทา ที่ทำให้มีชัยเหนือเจ้าของสถิติเดิมคือเต่ามะเฟือง ที่เดินทางกว่า 20,557.71 กิโลเมตรทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก มันสร้างคำถามให้กับนักวิทยาศาสตร์ว่าทำไมวาฬสีเทาถึงเดินทางไกลจากบ้าน

ทีมวิจัยคาดว่าน้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้วาฬสีเทาออกสำรวจ หรือกำลังหลงทางในแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

ตามปกติแล้ว วาฬจะอพยพที่ระยะทางประมาณ 8,046.7 กิโลเมตร “การเดินทางไกลมีราคาแพงมาก” รัส โฮลเซล หนึ่งในผู้เขียนรายงาน นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยเดอรัม ในสหราชอณาจักร และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวและเสริมว่า “มันทำให้คุณสงสัยว่า ทำไมพวกมันถึงทำอย่างนั้นภายใต้สถานการณ์ใด ด้วยเหตุผลเหล่านี้มันจึงน่าสนใจในด้านวิทยาศาสตร์”

สำรวจลึกลงไปในรหัสพันธุกรรม

สำหรับการวิจัย กริดลีย์และเอลเวนได้ร่วมมือกับโฮลเซล และนักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ ฟาตีฮ์ ซาริกอล จากมหาวิทยาลัยเดอรัม เพื่อเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรมของวาฬสีเทาตัวนี้กับวาฬสีเทาตัวอื่น ๆ ที่ถูกจัดเก็บในศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งฐานข้อมูลด้านพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตกว่าหนึ่งพันชนิด

พวกเขากำหนดความน่าจะเป็นว่า วาฬมาจากกลุ่มประชากรที่ไม่ได้ระบุอัตลักษณ์ในแอตแลนติก โดยมีหลักฐานฟอสซิลของวาฬสีเทาในมหาสมุทรแอตแลนติก และพบวาฬสีเทาสองตัวในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“เรารู้จักสัตว์จำพวกวาฬน้อยมาก ๆ เพราะมันหายากมาก” โฮลเซลกล่าว “แต่ในกรณีของวาฬสีเทา พวกมันมักอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง และเป็นที่จดจำได้ ดังนั้นแนวคิดที่ว่าจะมีประชากรวาฬซ่อนอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกจึงไม่น่าจะเป็นได้มากนัก”

ผลการทดลองเผยให้เห็น รหัสพันธุกรรมของวาฬสีเทาที่นามิเบียตรงกับของวาฬสีเทาแปซิฟิกเหนือที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพ น่าแปลกใจที่นักวิจัยกล่าวว่ามันใกล้เคียงกับประชากรวาฬสายพันธุ์ตะวันตกที่ใกล้สูญพันธ์ุ

วาฬเอาแต่ใจ ?

หลังจากนั้น ทีมวิจัยได้วิเคราะห์เส้นทางที่เป็นไปได้ที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอาจใช้เดินทาง ซึ่งเส้นทางที่คาดว่าเป็นไปได้มากที่สุดคือ พวกมันว่ายน้ำไปทั่วแคนาดาผ่านเส้นทางทางตะวันตกเฉียงเหนือ ในขณะที่ทางเลือกอื่น ๆ เช่น ว่ายน้ำรอบอเมริกาใต้หรือว่ายน้ำผ่านมหาสมุทรอินเดียนั้นเป็นไปได้น้อยกว่า ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีรายงานการสำรวจ และเนื่องจากวาฬสีเทามักจะกินอาหารบริเวณน้ำตื้น ทำให้การเดินทางไกลในมหาสมุทรเปิดนั้นยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ซู มัวร์ นักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซีแอตเทิล เชื่อว่า การข้ามมหาสมุทรอินเดียเป็นไปได้มากที่สุดเนื่องจากเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดและซับซ้อนน้อยที่สุด

“ถ้าจะให้กล่าว…วาฬตัวนี้น่าจะเหมือนคนเร่ร่อน” มัวร์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวิจัยกล่าวเสริมว่า “นี่ไม่ใช่การอพยพโดยมีเป้าหมายชัดเจน”

“แต่มันทำให้เรามีสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น ที่จะพิจารณาเกี่ยวความยืดหยุ่นของสายพันธุ์นี้” เธอกล่าว

เรื่อง: เฮเทอร์ ริชาร์ดสัน
แปลและเรียบเรียง: วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ความลับของเหล่าวาฬ พวกมันเหมือนมนุษย์มากกว่าที่คิด

วาฬ, ความลับของวาฬ

เรื่องแนะนำ

กบน้อยความหวังใหม่ดำรงเผ่าพันธุ์

กบน้อยความหวังใหม่ดำรงเผ่าพันธุ์ สายพันธุ์ของพวกมันกำลังเผชิญกับวิกฤติเสี่ยงสูญพันธุ์ ประชากรกบเหล่านี้ลดลงถึง 80% ในช่วงสามรุ่นที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตพวกมันซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เรียกว่า “ไคทริด” (chytrid fungus) นักวิทยาศาสตร์เข้าช่วยเหลือพวกมัน พวกเขาเตรียมกบรุ่นใหม่จำนวน 500 ตัว ทุกตัวถูกทำเครื่องหมายพิเศษไว้ ซึ่งจะมองเห็นได้ภายใต้แสง UV เพื่อที่เมื่อปลดปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ป่าแล้ว พวกเขาจะสามารถติดตามได้ว่ากบจากห้องปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างไร รวมทั้งสร้างแผนที่คร่าวๆ ว่าพวกมันเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง เพื่อหาวิธีการป้องกันโรคระบาดจากเชื้อรา และพื้นที่ปลอดภัยเพื่อที่พวกมันจะได้ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

วิลเดอบีสต์โกงความตาย

วิลเดอบีสต์โกงความตาย เหตุการณ์อันน่าสะพรึงนี้เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติ Kruger ของแอฟริกาใต้ เป็นปกติที่วิลเดอบีสต์จะตกเป็นเหยื่อของจระเข้ เมื่อพวกมันลงมาใกล้กับแม่น้ำ เช่นเดียวกับวิลเดอบีสต์โชคร้ายตัวนี้ที่ถูกจระเข้ลากลงไปในน้ำ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นดังคาดเมื่อกลางแม่น้ำมีฮิบโปโปเตมัสกลุ่มหนึ่งอยู่ และพวกมันตรงเข้ามาขัดขวาง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าฮิบโปโปเตมัสตั้งใจช่วยวิลเดอบีสต์ แต่รายงานจาก Douglas McCauley นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกระบุว่า ฮิบโปโปเตมัสเกรี้ยวกราดที่จระเข้รุกรานเข้ามาในอาณาเขตของมันมากกว่า เป็นผลให้จระเข้ผู้หิวโหยจำต้องปล่อยวิลเดอบีสต์ไป มิฉะนั้นแล้วคงเป็นมันเองที่ต้องกลายเป็นหยื่อ อย่างไรก็ดีผลประโยชน์ครั้งนี้ตกที่วิลเดอบีสต์ เรียกได้ว่ามันดวงดีจริงๆ   อ่านเพิ่มเติม เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ใครๆ ก็รักฟิโอนา

ใช่ว่าดาวเด่นบนโลกออนไลน์จะมีแต่สุนัขและแมว ขอเชิญพบกับ “ฟิโอนา” ฮิปโปโปเตมัสน้อยจากสวนสัตว์ซินซิเนติ ที่ผูัคนมากมายพากันเดินทางมาเพื่อชมความน่ารักของมัน ชื่อของฟิโอนาถูกตั้งตามเจ้าหญิงฟิโอนา ตัวละครในอนิเมชั่นเรื่อง “Shrek” เจ้าฮิปโปฟิโอนาคลอดก่อนกำหนดและมีปัญหาเกี่ยวกับปอด ทำให้ในช่วงแรกมันต้องสวมเครื่องช่วยหายใจไว้ และต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหลายชั่วโมงต่อวัน พอโตขึ้นมาหน่อย เจ้าหน้าที่ก็สอนให้ฟิโอนารู้จักกับการว่ายน้ำ ปรากฏว่าฟิโอนาชอบน้ำเอามากๆ และเมื่อปอดของมันพัฒนาขึ้น ฟิโอนาก็โชว์ทักษะการดำน้ำให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยังสวนสัตว์ชม อย่างไรก็ตามใช่ว่าฮิปโปโปเตมัสจะมีนิสัยน่ารักเช่นฟิโอนาทุกตัว อย่าลืมว่าพวกมันเป็นสัตว์ป่า และเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ดุร้ายที่สุดในโลก ฉะนั้นอย่าเล่นกับฮิบโปเลยจะดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับมันในสถานการณ์ใดก็ตาม   อ่านเพิ่มเติม : ก็แค่อยากเล่นด้วย!, 79 ปี เขาดินในความทรงจำ

สารเคมีจากพลาสติกและเครื่องสำอางปนเปื้อนในโลมา

พบสารพทาเลท องค์ประกอบที่ใช้ในการผลิตพลาสติก และข้าวของอื่นๆ อีกมากมายปนเปื้อนในร่างกายของโลมาจำนวน 71% ที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวซาราโซตา ด้านผลกระทบต่อสุขภาพยังคงไม่ชัดเจน