คู่มือเอาชีวิตรอด - National Geographic Thailand

คู่มือเอาชีวิตรอด

คู่มือเอาชีวิตรอด

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับประสบการณ์เอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายของบรรดานักสำรวจหน้าใหม่ เพื่อย้ำเตือนถึงความมีสติอยู่ทุกเมื่อระหว่างการสำรวจ แม้คุณเองจะเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ตาม

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพถ่าย : จิม แฮร์ ริส

เกรก ไทนิช : นักผจญภัย

พื้นที่ปฏิบัติงาน : ชิลี

ก้าวข้ามความหนาว ผมกับคู่หูกำลังเดินเท้าจากเส้นศูนย์สูตรไปยังปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ เพื่อเรียนรู้ความลับของวิถีชีวิตแบบยั่งยืนจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้ ห่างจากกรุงซันติอาโก เมืองหลวงของชิลี ไปทางใต้ไม่ไกลนัก มีทุ่งหิมะกว้างใหญ่อยู่หลายแห่ง เราต้องข้ามทุ่งเหล่านี้ไปหากจะเดินทางต่อ

เราเดินข้ามทุ่งหิมะอยู่นานหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุด เราก็ไปถึงลากูนาเดลาอินเวร์นาดา ตามแผนที่และคำบอกเล่าของชาวบ้าน น่าจะมีเส้นทางเดินรอบทะเลสาบแห่งนี้ แต่ระดับน้ำขึ้นสูงจนท่วมเส้นทางเหล่านั้น ทะเลสาบ จึงล้อมรอบด้วยหน้าผา การปีนผาหินเป็นเรื่องยากเย็น เกินไป เราจึงย้อนกลับไปยังพื้นราบ จัดแจงเก็บอุปกรณ์ไม่ให้น้ำเข้า แล้วกระโดดลงไปในทะเลสาบ

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพประกอบ : andinoscout.blogspot.com และศิลปกรรม : อิสต์วัน บันเยย์

เราลากตัวเองไปตามหน้าผาในน้ำอุณหภูมิราวหนึ่งองศาเซลเซียส ภายในไม่กี่นาที อาการชาก็เริ่มมาเยือน หลังจากเลี้ยวตรงมุมที่มองไม่เห็นอีกด้าน เราก็โชคดี เพราะอีกด้านหนึ่งมีกองหินถล่มให้พอได้หยุดพักจาก กระแสน้ำเย็นยะเยือก ลมพัดด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอุณหภูมิของอากาศอยู่ที่ราว 10 องศาเซลเซียส ผมเริ่มตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ บางทีอาจ เป็นภาวะตัวเย็นเกิน เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น เราซุกตัว อยู่ในถุงนอนสองชั่วโมงและชงชาจากน้ำในทะเลสาบ เราเปิดเครื่องรับส่งวิทยุและขอความช่วยเหลือจากทุก ช่องสัญญาณ แต่ไม่มีใครตอบกลับ

เมื่อไม่มีทางอื่น เราจำต้องเดินหน้าต่อไป โดยใช้วิธีเคลื่อนที่ไปในน้ำครั้งละห้าถึงสิบนาที แล้วขึ้นไปพักบนหิน ราวสองสามชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น 36 ชั่วโมงต่อมา เราก็ไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมีระยะห่างไม่ถึง 1.6 กิโลเมตร

 

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพถ่าย: ไมเคิล เวลส์

เจสัน เด ลีโอน : นักมานุษยวิทยา วัฒนธรรม

พื้นที่ปฏิบัติงาน : แอริโซนา

เส้นแบ่งมนุษย์ ทีมวิจัยของผมศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ผู้ลักลอบข้ามพรมแดนจากเม็กซิโก มายังสหรัฐฯ คนเหล่านี้จำนวนไม่น้อย ไปไม่ถึงจุดหมาย ดังนั้น งานด้าน โบราณคดีและมานุษยวิทยาที่เราทำจึงมักไม่น่าอภิรมย์นัก นั่นคือ การเปิดเผย ถึงความตายและความทุกข์ทรมาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เราหวังว่า งานวิจัยนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันการ ปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

ระหว่างเดินทางไปศึกษาจุดผ่านแดนแห่งหนึ่งที่มีการใช้งานมานานสี่ปี แต่ปัจจุบันมีอัตราการย้ายถิ่นลดลง เราพบศพหญิงวัย 41 ปีในทะเลทรายโซโนรัน ทางใต้ของเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ห่าง จากชายแดนเม็กซิโกเพียง 50 กิโลเมตร เธอน่าจะเสียชีวิตระหว่างพยายามปีน เนินเขาสูงชัน ตอนนั้นเป็นเดือนกรกฎาคม และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส

การพบศพหมายถึงทีมงานต้องปฏิบัติงานด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ด้านหนึ่งเรารู้สึกเห็นอกเห็นใจ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เราโทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย เธอเสียชีวิตมาแล้วราวสี่วัน และมีนกบินวนเวียนอยู่เบื้องบน เราต้องทำงานแข่งกับเวลาและสัตว์กินซากเหล่านั้นเพื่อรวบรวมข้อมูล ให้ได้มากที่สุด

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพประกอบ : NPR.org และศิลปกรรม : อิสต์วัน บันเยย์

ทีมของเราซึ่งมีอยู่ด้วยกันเจ็ดคนทำงานด้วยความลำบากใจ ที่ผ่านมา การพบศพผู้อพยพในสภาพกองกระดูกเป็นเรื่องง่ายกว่า ไม่มีใครต้องการถ่ายภาพหญิง ผู้นี้ เพราะเราเห็นความเป็นมนุษย์ของเธอ เราเรียกเธอว่า แมริซอล

ก่อนหน้าจะพบร่างของเธอ เราพบ ข้าวของบางอย่างฝังอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ ศพ ซึ่งรวมถึงเป้ใบหนึ่งที่มีผ้าห่มผืนใหม่เอี่ยม อยู่ข้างใน เมื่อเก็บข้อมูลเสร็จ เรานำผ้าห่มผืนนั้นมาคลุมร่างให้แมริซอลเพื่อแสดงความเคารพต่อเธอ

 

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพถ่าย: ลอว์เรนซ์ บอย, UNIVERSITY OF UTAH

นลินี นาทการณี : นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ผู้รับทุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

พื้นที่ปฏิบัติงาน : คอสตาริกา

ติดหนึบ ฉันศึกษาพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บนเรือนยอดไม้ในป่ามานาน 30 ปี การปีนต้นไม้นั้นคล้ายคลึงกับการปีนเขา คือมีอันตรายอยู่เสมอทั้งการปีนขึ้นและปีนลง อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณต้องปีนต้นไม้วันแล้ว วันเล่า บางครั้งติดต่อกันนานหลายเดือน คุณอาจหลงลืมไปว่าตัวเองอยู่สูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตร

ฉันเคยถักเปียสองข้างและผูกไว้ด้านหลังศีรษะ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน วันหนึ่งฉันลืมผูกเปีย ไว้ด้านหลัง และสังเกตว่ามีอะไรบางอย่างรั้งเชือกอยู่ต่ำ ลงไปประมาณหนึ่งเมตร ภายในไม่กี่วินาที เชือกก็ตึงจนคางของฉันกดทาบกับเส้นเชือก บนอุปกรณ์มีคลิปโลหะเรียกว่า หางวาฬ (whale’s tail) ซึ่งเชือกจะร้อย ผ่านเพื่อสร้างความเสียดทานที่ช่วยควบคุมการไถลตัว ลงมา เปียของฉันเข้าไปติดในหางวาฬ

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพประกอบ : .oldsite.worldwideholidays.co.uk และศิลปกรรม : อิสต์วัน บันเยย์

ฉันพยายามดึงตัวขึ้นและกระชากเปียออก แต่ก็ ไร้ผล ผ่านไปห้านาทีจึงคิดว่า เห็นทีต้องตัดเปียออก ฉันไว้ผมยาวมาแต่ไหนแต่ไร พ่อของฉันมาจากอินเดีย ที่นั่นผู้คนเชื่อว่าเรือนผมคือเครื่องหมายของความงามและเกียรติยศ แต่ถึงอย่างไร แรงจูงใจของบรรพบุรุษดูจะไม่ค่อยมีอิทธิพลเท่าไรนักเมื่อฉันห้อยต่องแต่งอยู่บนนั้น

ฉันดึงตัวเองขึ้นไปด้วยมือข้างเดียว พลางล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบมีดพกออกมา แล้วเริ่มหั่นผม เมื่อ ผมปอยสุดท้ายหลุดออก น้ำหนักตัวของฉันก็กลับไป อยู่ที่สายคาด ส่วนผมเปียร่วงลงสู่พื้นดิน ฉันหย่อนตัว ลงมายังพื้นป่าและเก็บเปียขึ้นมา เรามีพิพิธภัณฑ์ ของแปลกที่พบบนเรือนยอดไม้ ฉันวางเปียของตัวเอง เป็นของจัดแสดงและเป็นเครื่องเตือนใจว่า ทุกขณะ คุณต้องมีสติเต็มร้อยตลอดเวลา

 

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพถ่าย: นีล เกลีนัส

สตีฟ บอยส์ : นักชีววิทยาเชิงอนุรักษ์

พื้นที่ปฏิบัติงาน : บอตสวานา

สงสัยไม่เข้าเรื่อง ทุกปีทีมวิจัยของผมจะฝ่าลึกเข้าไปในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอกาวางโก ซึ่งเป็นเครือข่ายของร่องน้ำรูปพัด ที่ราบน้ำท่วมถึง ทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง และเกาะแก่งน้อยใหญ่ รวมเนื้อที่เกือบ 26,000 ตารางกิโลเมตร ในดินแดนแห่งเขาวงกตแห่งนี้มีสิงโตกว่า 2,000 ตัว รวมทั้งเสือดาว ฮิปโปโปเตมัส จระเข้ และช้างป่าอีกเกือบ 80,000 ตัว

ชนพื้นเมืองชาวบาเยสืบเชื้อสาย มาจากนักล่าฮิปโป พวกเขาจึงสอนให้เราเคารพจังหวะชีวิตตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ เมื่อเข้าสู่ดินดอนสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำ เรารอจนถึงเก้าโมงเช้าถึงเริ่ม ออกเดินทาง นั่นเป็นเวลาที่ฮิปโปออกจากเกาะและเดินลงน้ำลึก พวกมันจะกลับมาอีกครั้งราวห้าโมงเย็น เราจะขึ้นจากน้ำก่อนที่พวกมันจะกลับมา

คู่มือเอาชีวิตรอด
ภาพประกอบ : George Steinmetz, National Geographic และศิลปกรรม : อิสต์วัน บันเยย์

ก่อนหน้าจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวบาเย เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างมาก เช้าวันหนึ่ง ผมกับพี่ชายได้ยินเสียงสิงโตร้องมาจากด้านหลังแคมป์ ความที่อยากเข้าไปดูใกล้ ๆ เราจึงเดินออกมาห่างจากแคมป์หลายสิบเมตรโดยสวมเพียง กางเกงบ็อกเซอร์ และไม่มีหอกติดมือมา

ทันใดนั้น สิงโตคู่หนึ่งก็โผล่ออกมา สิงโตเพศเมียยืนนิ่งและจ้องเราเขม็ง ผมบอกตัวเองว่าต้องรีบหาเหตุผลบอกให้มัน รู้ว่า ทำไมเราจึงมาอยู่ตรงนั้น และเราไม่ใช่ภัยคุกคาม สายตาของผมจับจ้องไปยังมูลช้างกองใหญ่ ผมกลั้นใจเดินเข้าหา เจ้าสิงโตสองสามก้าว พยายามเคลื่อนไหวอย่างมีจุดมุ่งหมาย และเก็บมูลช้างกองนั้นมา ผมต้องทำประหนึ่งว่านี่เป็นมูลช้างที่พิเศษมาก และหวังว่ามันจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุดที่ทำให้เรามาอยู่ตรงนั้น

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ได้ผล สิงโต เพศเมียยอมให้ผมเดินกลับไปยังแคมป์เราเก็บมูลช้างกองนั้นไว้ในแคมป์ตลอดฤดูกาลทำงานที่เหลือเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ทุกวันนี้เราไม่ประมาทแบบนั้นอีกแล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม

เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

ร่วมติดตามภารกิจช่วยเหลือสรรพสัตว์ออกจากเมืองที่ล่มสลายจากสงครามในซีเรีย งานสุดท้าทายนี้ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากหลายองค์กรนานาชาติ พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่?

สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

แด่ปักษาผู้สูญสิ้น นกคาราคาราเกาะกวาดาลูเปกลายเป็นของลํ้าค่า ทันทีเมื่อมันใกล้สูญพันธุ์ ย้อนหลังไปเมื่อ ปี 1876 นกนักล่าในวงศ์เหยี่ยวชนิดนี้เคยมีอยู่มากมายบนเกาะกวาดาลูเปของเม็กซิโก แต่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบทั้งด้วยการยิงและวาง ยาเบื่อ พอถึงปลายศตวรรษที่สิบเก้า นกถิ่น เดียวชนิดนี้ก็หายากมาก และกลายเป็นที่หมายตาของนักสะสม ผู้คนเริ่มดักจับเพื่อนำไปขายให้ผู้เสนอราคาสูง ๆ แต่แล้วพวกมันก็ สูญพันธุ์ไปในที่สุด เมื่อหลายปีก่อน ลอเรล รอท โฮป ศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เริ่มเฝ้าสังเกตนกพิราบในเมือง “ฉันเริ่มคิดถึงวิธีการที่คนเราให้ค่ากับสิ่งต่าง ๆ ที่หายาก และไม่แยแสอะไรที่มีอยู่ดาษดื่น และนั่นก็ส่งผลต่อทัศนคติของเรา ที่มีต่อสัตว์ป่า” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันจึง อยากนำทั้งสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกัน” โฮปเริ่มถักโครเชต์เพื่อสร้างงานศิลปะที่เธอเรียกว่า “Biodiversity Reclamation Suits for Urban Pigeons” อธิบายง่าย ๆ คือการสร้างเรือนขนหรือ “เสื้อคลุม” ของนกหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำไปประดับหรือตกแต่งบนประติมากรรมนกพิราบซึ่งเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป งานชิ้นแรกของเธอประกอบด้วย “นกพิราบในฐานะตัวแทนชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้านการปรับตัว กับนกโดโด ในฐานะตัวแทนของชนิดพันธุ์ที่สูญสิ้นไปแล้ว” งานของโฮปเริ่มจากการขึ้นรูปและหล่อตัวนกพิราบจากเรซิน จากนั้นจึงเลือกลายปักและสีสันเพื่อสร้าง “แบบสเก็ตช์โครเชต์สามมิติ” ของเรือนขนนกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เธอจะลองสวม […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.