ชมภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยชีวิต หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเทกซัส - National Geographic Thailand

ชมภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยชีวิต หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเทกซัส

ขณะที่หลายหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐทุ่มเทความพยายามในการช่วยเหลือชาวเทกซัสที่ติดค้างหลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่ม กลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ก็ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยบรรดาสัตว์เลี้ยงที่อาจสูญหายหรือถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

สัตว์ต่างๆ มักรับรู้ได้ถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น พายุ ซึ่งอาจทำให้พวกมันเคร่งเครียดและเป็นกังวล ดังนั้น พวกมันจึงมีโอกาสมากที่จะหลบหนี หลายตัวจับสัญญาณความเครียดของเจ้าของ ซึ่งอาจทำให้สัตว์ที่ปกติจะเชื่อฟัง พร้อมจะหลบหนีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

และพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ซึ่งมีความรุนแรงระดับ 4 ก็ไม่ใช่พายุธรรมดาๆ หลังขึ้นฝั่ง มันอาจถล่มหลายพื้นที่ตามแนวชายฝั่งของรัฐเทกซัสด้วยปริมาณน้ำฝนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 50 นิ้ว

ชาวเมืองที่อพยพหนีภัยพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในศูนย์ประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Nick Oxford, Reuters)

“สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มมากที่จะพยายามหลบหนีในสถานการณ์อันตึงเครียดค่ะ” พาเมลา รีด ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ บอก

เมื่อปี 2005 พายุเฮอร์ริเคนแคทรินา ทำให้สัตว์เลี้ยงมากถึง 10,000 ตัวต้องพลัดพรากจากผู้เป็นเจ้าของ ในจำนวนนี้มีน้อยกว่าครึ่งที่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีก หลายครอบครัวตัดสินใจไม่อพยพออกจากพื้นที่เพราะไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้

การคาดเดาพฤติกรรมสุนัขในสถานการณ์วิกฤติเป็นเรื่องยาก รีดเสริม แต่สัตว์เลี้ยงมักทำหนึ่งในสี่อย่างนี้ ได้แก่ หลบหนี ซ่อนตัวจากผู้คน แสวงหาการปลอบประโลมจากผู้เป็นเจ้าของ  หรือที่ไม่ค่อยพบเห็นคืออาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เว้นแม้แต่กับคนที่พยายามเข้าช่วยเหลือ

เจ้าของบางรายอาจล่ามสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านหรือสนามโดยคิดว่าจะช่วยให้พวกมันปลอดภัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นตรงกันข้าม เพราะสัตว์เลี้ยงที่ถูกล่ามไม่สามารถหนีได้หากน้ำท่วมสูงขึ้น หรือมีสัตว์นักล่าเข้ามาใกล้

“เหตุการณ์ทำนองนี้ทำให้เราหัวใจสลายค่ะ” เธอบอก

สุนัขตัวนี้ถูกล่ามไว้กับเสาโทรศัพท์ที่เมืองวิกตอเรีย รัฐเทกซัส  โชคดีที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งมาพบเข้าจึงช่วยเหลือไว้ ตามรายงานในหนังสือพิมพ์ Daily Mail

ภาพถ่ายอื่นๆ ที่มาจากเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส แสดงให้เห็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในภาวะตื่นตกใจ  ขณะที่หลายภาพเผยให้เห็นความสามารถในการเผชิญเหตุร้ายได้ดีอย่างน่าทึ่ง เช่น สุนัขพันธุ์ผสมเยอรมันเชปเพิร์ดชื่อ โอทิส คาบถุงอาหารสุนัขวิ่งไปตามถนนที่น้ำท่วมขัง กลายเป็นภาพที่แชร์ไปทั่วโลกโซเชียล หลายคนมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความเป็นนักสู้ ต่อมามันก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของผู้เป็นเจ้าของ

รีดทิ้งท้ายว่า “ถ้าจำเป็น สุนัขและแมวสามารถเอาตัวรอดได้ดีด้วยตัวเอง  แต่ถึงที่สุดแล้ว พวกมันก็ยังต้องพึ่งพาเราค่ะ”

อาสาสมัครช่วยอุ้มสุนัขขึ้นรถทหารที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ในเมืองดิกคินสัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Rick Wilking, Reuters)
ชาวเมืองอุ้มสัตว์เลี้ยงระหว่างรอการอพยพที่เมืองร็อกพอร์ต รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Adrees Latif, Reuters)
อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงในชุมชนแห่งหนึ่งที่เมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Scott Olson, Getty)
ชาวบ้านคนนี้ใช้เตียงลมขนย้ายข้าวของและสัตว์เลี้ยงขณะอพยพจากบ้านในเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Jabin Botsford, The Washington Post via Getty)
แอนดรูว์ ไวต์ (ซ้าย) ช่วยเหลือเพื่อนบ้านและสุนัขของเธอ อพยพออกจากบ้านในเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Photograph by Scott Olson, Getty)
เบนต์ลีย์ สุนัขพันธุ์มอลทีส อายุ 10 ปี นั่งพักอยู่กับเจ้าของในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นสถานที่พักพิง ทั้งคู่สูญเสียบ้าน หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเมืองร็อกพอร์ต รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Adrees Latif, Reuters)
สัตว์เลี้ยงได้รับการช่วยเหลือพร้อมเจ้าของในเมืองดิกคินสัน รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Rick Wilking, Reuters)
เด็กชายกอดสุนัขของคุณย่า หลังได้รับการช่วยเหลือจากระดับน้ำที่สูงขึ้นในเมืองสปริง รัฐเทกซัส (ภาพถ่ายโดย Luke Sharrett, Bloomberg via Getty)
ภาพถ่ายเจ้าโอทิส สุนัขพันธุ์ผสมเยอรมันเชปเพิร์ด คาบถุงอาหารสุนัขเดินไปตามถนนที่น้ำท่วมขัง ถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียล (ภาพถ่ายโดย Tiele Dockens)

 

เรื่องโดย แคร์รี อาร์โนลด์

อ่านเพิ่มเติม : ทูตแห่งจระเข้สถานที่เดียวในโลกที่เล่นกับวาฬได้

เรื่องแนะนำ

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวังปลาแลมป์เพรย์ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้

ยีราฟถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน

ยีราฟ ถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน ความตายของ ยีราฟ Kordofan จำนวนสามตัวเป็นแรงบันดาลใจให้ David Hamlin นักทำหนังคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ร่างของยีราฟเพศเมียหนึ่งตัวและเพศผู้อีกสองตัวนอนเหยีดยาวให้สัตว์กินซากแทะเล็มอยู่ภายในทุ่งหญ้าสูงของอุทยานแห่งชาติ Garamba ประเทศคองโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2016 นี้สร้างความเดือดดาลให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าอย่างมาก เนื่องจากยีราฟ Kordofan เป็นสัตว์หายาก และการสังหารพวกมันส่งผลให้อุทยานแห่งนี้เหลือยีราฟสายพันธุ์ดังกล่าวเพียง 37 ตัว ด้าน Hamlin ตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องนี้ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เขาเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อถ่ายทำสารคดี ก่อนที่จะได้รู้ความจริงภายหลังว่ายีราฟเหล่านี้ถูกฆ่าตายเพียงเพราะใครบางคนต้องการหางของมันเท่านั้น ซึ่งหางที่ว่านี้สามารถขายได้ในราคาหลายพันดอลล่าร์สหรัฐ เม็ดเงินจำนวนมากนี้เย้ายวนให้บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงล่าสัตว์ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่ง Hamlin เองคาดหวังว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยเปิดเผยความโหดร้ายของขบวนการเหล่านี้ รวมทั้งมีส่วนช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์แก่บรรดาสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ร่วมเดินทางหาความจริงไปกับ Hamlin ผ่านสารคดีพิเศษเรื่องนี้กัน   อ่านเพิ่มเติม มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

ปลาหน้าตาประหลาดชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 4 นาที!

ปลาโลงศพ (Coffinfish) ใช้เหงือกอันพองโตของมันในการเติมน้ำทะเลให้กับร่างกาย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกในสัตว์ประเภทปลา ด้วยชื่อที่แปลกประหลาดอย่าง ‘ปลาโลงศพ’ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ปลาทะเล หน้าตาประหลาดชนิดนี้จะมีวิวัฒนาการเพื่อให้เจริญเติบโตได้ในบริเวณก้นทะเลอันมืดมิด นักวิทยาศาสตร์ทราบอยู่ก่อนแล้วว่า สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่บางครั้งเรียกว่า คางคกทะเล เหล่านี้ มีครีบพิเศษที่ใช้ในการ “เดิน” บนพื้นทะเล แต่ปัจจุบัน งานวิจัยชิ้นใหม่ค้นพบการปรับตัวอีกอย่างหนึ่งของปลาโลงศพ กล่าวคือ ช่องเหงือกที่พองตัวได้ทำให้ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยน้ำทะเล ทำให้พวกมันสามารถกักเก็บออกซิเจนได้มากขึ้นและยังสามารถกลั้นหายใจได้นานถึงสี่นาที พฤติกรรมที่ว่านี้ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในปลา อาจเป็นวิธีช่วยกักเก็บพลังงานในสภาพแวดล้อมที่อาหารหายาก การศึกษาการปรับตัวของสัตว์ทะเลลึกเหล่านี้ ช่วยให้นักชีววิทยาได้เรียนรู้วิธีการอันหลากหลายที่สิ่งมีชีวิตวิวัฒน์ขึ้นเพื่ออาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์พบปลาโลงศพมากกว่า 20 ชนิด ซึ่งจริง ๆ แล้วจัดอยู่ในประเภทของปลาตกเบ็ด (anglerfish) ที่ความลึกสูงสุดประมาณ 2,500 เมตร โดยพวกมันวิวัฒน์จนกลายเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลเต็มตัวโดยแทบไม่ว่ายน้ำเลย (เชิญรับชมวิดีโอ การหายใจของปลาโลงศพใต้น้ำ) ชีวิตสโลไลฟ์ใต้น้ำ  ในการศึกษาเรื่องนี้ นักวิจัยใช้วิธีชำแหละและทำซีทีแสกนตัวอย่างของปลาโลงศพที่พิพิธภัณฑ์สัตววิทยาเปรียบเทียบ ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกจากนี้พวกเขายังได้ศึกษาฟุตเทจบันทึกภาพพฤติกรรมของปลาโลงศพหลายชนิดที่ได้จากโดรนใต้น้ำของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือโนอา ผลการวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Fish Biology พบว่า ช่องเหงือกของคางคกทะเลที่สามารถพองตัวได้นั้นช่วยเพิ่มปริมาตรร่างกายของพวกมันถึงร้อยละ 30 หากเปรียบเทียบกับมนุษย์ก็คือปอดที่ขยายใหญ่จนเต็มหน้าท้องนั่นเอง ทีมวิจัยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า ปลาชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้ […]

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]