งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่แมวไม่ต้องการ - National Geographic Thailand

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่แมวไม่ต้องการ

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่ไม่ต้องการให้กับแมวของพวกเขา

การศึกษาใหม่จาก ดร.ลอเรน ฟินกา (Lauren Finka) นักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (Nottingham Trent) ในสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยว่าคนที่คิดว่าตนเองเป็นพ่อแม่แมวที่มีความรู้และประสบการณ์โชกโชนจริง ๆ แล้วอาจให้ความรักกับแมวมากเกินไปหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้แสดงความรักต่อแมวอย่างดีที่สุด 

พวกเขาทำการศึกษาโดยมีอาสาสมัครประมาณ 120 คน ซึ่งแต่ละคนจะได้กรอกแบบสำรวจเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขากับแมวและประเมินบุคลิกภาพของตนเองโดยแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ ความยินยอมเห็นใจ (Agreeeableness) ความพิถีพิถัน (Consientiousness) ความสนใจต่อสิ่งภายนอก(Extraversion) ความไม่เสถียรทางอารมณ์ (Neuroticism) และความเปิดรับประสบการณ์(Openness) จากนั้นจะได้รับแมว 3 ตัวที่พวกเขาไม่เคยพบหรือรู้จักมาก่อนเพื่อสังเกตปฏิสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เกิดขึ้น 

ทีมวิจัยพบกว่าคนที่ให้คะแนนตนเองว่ามีประสบการณ์และเข้าใจแมวมากกว่าผู้อื่นนั้นมักจะสัมผัสแมวที่โคนหาง ขา หลัง และท้อง ซึ่งเป็นบริเวณที่แมวมักไมชอบจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาพบกว่าอาสาสมัครที่ระบุว่าตนเองมีเลี้ยงแมวจำนวนมากที่บ้านเป็นเวลานานนั้น แม้จะไม่ค่อยควบคุมแมวแต่พวกเขาก็มักให้อิสระกับแมวในการทดลองน้อยเช่นกัน และเมื่อพูดถึงประเภทบุคลิกภาพของอาสาสมัคร ทีมวิจัยพบว่าผู้ที่มีบุคลิกประเภทความไม่เสถียรทางอารมณ์ หรือ Neuroticism นั้นมีแนวโน้มที่จะจับและควบคุมแมวมากขึ้น

“ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าเราอาจสันนิษฐานได้ว่าลักษณะบางอย่างนั้นทำให้บางคนมีปฏิสัมพันธ์กับแมวได้ดี ความรู้ที่พวกเขาพูด ประสบการณ์การเลี้ยงแมวที่พวกเขาระบุ ไม่ควรถือเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ถึงความเหมาะสมในการรับเลี้ยงแมวบางตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความต้องการด้านการจัดการหรือพฤติกรรมเฉพาะ” ดร.ฟินกากล่าว

พร้อมเสริมว่า “แน่นอนว่าแมวทุกตัวเป็นปักเจกแตกต่างกันไป และหลาย ๆ ตัวจะมีความชอบเฉพาะเจาะจงสำหรับวิธีที่พวกมันชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักการทั่วไปที่ดีบางประการที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้แน่ใจว่าแมวทุกตัวมีความสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของพวกแมว”

ในทางกลับกันคนที่มีคะแนนสูงกว่าในด้านความยินยอมเห็นใจ (Agreeableness) มักไม่ค่อยสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของแมว นอกจากนี้ผู้ที่รายงานว่ามีประสบการณ์กับแมวในระดับปกติทั่วไปได้แสดงให้เห็นว่ามีความ ‘เป็นมิตรกับแมว’ อย่างไรก็ดี ความคิดเบื้องหลังการศึกษานี้ไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวหาใครหรือต้องการให้ใครอับอาย แต่มีขึ้นเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อแมว อีกทั้งยังมีความหมายในการหาบ้านใหม่ของแมว 

หรือก็คือคนที่ยังใหม่ต่อการผูกมิตรกับแมวสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ดูแลที่ดีได้พอ ๆ กับผู้ที่มีประสบการณ์หลายปี “สิ่งสำคัญคือ ภายในศูนย์พักพิงสัตว์นั้นเราควรหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีแนวโน้มจะรับเลี้ยงแมวโดยที่ไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นเจ้าของแมวมาก่อน เพราะหากใครก็ตามที่ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาอาจกลายเป็น ‘ทาสแมวตัวจริงที่ยอดเยี่ยม’ ก็เป็นไปได้” ดร.ฟินการะบุ

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
Photo by Mikhail Vasilyev on Unsplash

เรื่องแนะนำ

มังกรโคโมโดกำลังเผชิญอนาคตที่ไม่อาจคาดเดา

มังกรโคโมโดคือกิ้งก่าที่ดุร้ายที่สุดในโลก พวกมันแข็งแรง วิ่งเร็ว ทั้งยังมีน้ำลายพิษที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เหยื่อที่ถูกกัดจึงเสียเลือดอย่างรวดเร็ว ทว่าปัจจุบันชาวอินโดนีเซียเริ่มกังวลถึงอนาคตของพวกมัน เพราะประชากรมังกรโคโมโดกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

World Update: งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้

งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับแมวมากมายที่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูเอาแต่ใจตัวเองและทำท่าทางไม่สนใจอะไรรอบตัวนี้ กลับมีความผูกพันลึกซึ้งต่อมนุษย์และอยากที่จะสื่อสารกับเราเช่นกัน เช่นเดียวกับในงานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าเหมียวนั้นจำชื่อแมวตัวอื่นๆ ในบ้านได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราค้นพบนั้นน่าอัศจรรย์” ซาโฮ ทาคางิ (Saho Takagi) นักวิจัยด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาซาบุ (Azabu University) ประเทศญี่ปุ่นกล่าวและเสริมว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้ความจริงว่า แม้แมวจะดูเหมือนไม่สนใจและไม่ฟังการสนทนาของผู้คน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันรู้” ต่างจากสุนัขที่เราทราบดีแล้วว่าพวกมันจำชื่อได้และแทบจะสนใจทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ในการทดลอง ทาคางิและเพื่อนนักวิจัยได้ศึกษาแมวบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวหลายตัวเปรียบเทียบกับแมวที่อาศัยอยู่ใน ‘คาเฟแมว’ แล้วนำเสนอใบหน้าแมวตัวอื่นๆ (ที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน) ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกชื่อที่เป็นทั้งของแมวตัวนั้นและชื่อที่เป็นของแมวตัวอื่น สิ่งที่พวกเขาพบคือ แมวบ้านใช้เวลาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเมื่อชื่อที่เรียกนั้นไม่ตรงกับใบหน้าแมวที่ปรากฎ ทีมวิจัยเชื่อว่าแมวมีอาการสับสนหรืองุนงงเนื่องจากชื่อและใบหน้าแมวตัวอื่นไม่ตรงกัน ในขณะที่แมวจาก ‘คาเฟแมว’ ไม่ได้แสดงความล่าช้าแบบเดียวกัน พวกเขาคาดว่าเป็นเพราะแมวอาศัยอยู่ในที่ที่มีแมวอื่น ๆ มากมายและไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับทุกตัว จึงไม่ได้สนใจชื่อของแมวตัวอื่น สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการฉายใบหน้าของมนุษย์พร้อมกับเรียกชื่อของคนนั้น แมวที่อยู่ในบ้านได้แสดงอาการงุนงงเช่นเดิม ในขณะที่แมวใน ‘คาเฟแมว’ ก็ไม่มีอาการล่าช้าแบบเดิม “เฉพาะแมวในบ้านเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นและคาดว่าจะมีใบหน้าแมวที่เฉพาะเจาะจงเมื่อได้ยินชื่อแมวที่จะบ่งบอกว่าชื่อและหน้าตรงกัน” ทาคางิกล่าว “เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านเชื่อมโยงคำพูดของมนุษย์และการอ้างอิงทางสังคมของพวกมันผ่านประสบการณ์ทุกวัน” และยิ่งแมวบ้านที่อยู่กับครอบครัวนานเท่าไหร่ การเชื่อมโยงนี้ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ทีมงานยอมรับว่าการวิจัยนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก นั่นคือแมว […]

World Update: กัญชาแมว ต่างจากกัญชาคนอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่

กัญชาแมว นอกจากช่วยไล่ยุงและแมลงได้แล้ว มันปลอดภัยกับแมวจริงหรือไม่? และแตกต่างอย่างไรกับกัญชาคน งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยอิวาเตะ (Iwate University) ประเทศญี่ปุ่นระบุพืชที่มีชื่อเล่นว่า ‘ กัญชาแมว ’ หรือ Catnip นอกจากจะทำให้แมวพึงพอใจแล้ว สารเคมีในใบของมันยังช่วยขับไล่ยุงและแมลงตามธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้แมวหลีกเลี่ยงโรคที่มากับพาหะเหล่านี้ได้  ทีมวิจัยได้ทดสอบกับแมว 16 ตัว โดยตอนแรกได้วางใบของพืชชนิดนี้ที่ยังไม่เสียหายบนจานแล้วปล่อยให้แมวมีปฏิสัมพันธ์ตามสบาย พวกเขาพบว่าแมวหลายตัวมีพฤติกรรมกัดและฉีก รวมทั้งเคี้ยวใบเหล่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจปริมาณสาร ‘เนเพตาแลคโตน (nepetalactone)’ แล้วพบว่ามันมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับใบที่ยังไม่ถูกฉีก “เราพบว่าการเสียหายทางกายภาพ (ใบถูกฉีกขาด) ที่กระทำโดยแมวได้ช่วยปลดปล่อยสารเคมีทั้งหมดทันที ซึ่งสูงกว่าใบที่ไม่ได้รับความเสียหายถึง 10 เท่า” มาซาโอะ มิยาซากิ (Masao Miyazaki) หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวพร้อมเสริมว่า “หมายความว่าการเลียและการเคี้ยวเป็นพฤติกรรมจากสัญชาตญาณ” ขณะที่ นาเดีย เมโล (Nadia Melo) นักนิเวศวิทยาเคมีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษานี้เสริมว่า “แมวอาจพัฒนาพฤติกรรมนี้โดยธรรมชาติเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อที่มียุงและแมลงเป็นพาหะ” โดยสารนี้สามารถไล่ยุงได้และยังเป็นสารไล่แมลงในธรรมชาติ และแสดงให้เห็นว่าที่แมวมีพฤติกรรม ‘ดูเหมือนรุนแรง’ เมื่อสัมผัสกับกัญชาแมวนั้นมีสาเหตุคือเพื่อเพิ่มสารไล่ยุงและแมลงบนตัวของมันเอง  แล้วมันมีความปลอดภัยจริงหรือไม่? จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ผ่านมาไม่พบความเสียหายใด ๆ ต่อสุขภาพร่างกายรวมทั้งระบบประสาทของแมว […]

เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ

เผยโฉม ฟอสซิลไดโนเสาร์ สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ คนงานเหมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดาพบ ฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งมีสภาพดีที่สุดตัวหนึ่งเท่าที่เคยพบมา มันคือโนโดซอร์ (Nodosaur) ไดโนเสาร์หุ้มเกราะชนิดหนึ่งที่กินพืชเป็นอาหาร มีชีวิตอยู่เมื่อราว 110 ล้านปีก่อน เจ้าสัตว์ตัวนี้มีเดือยแหลมยาว 50 เซนติเมตรคู่หนึ่งโผล่ขึ้นมาจากบ่า ตอนมีชีวิต มันมีความยาว 5.5 เมตร และหนักเกือบ 1.3 ตัน ติดตามอ่านเรื่องราวการค้นพบสัตว์ยักษ์ตัวนี้ได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2560