รู้ไหม สัตว์ก็ฝันตอนนอนเหมือนกับคน แสดงถึงลักษณะสมองที่คล้ายมนุษย์

รู้ไหม สัตว์ก็ฝันตอนนอนเหมือนกับคน แสดงถึงลักษณะสมองที่คล้ายมนุษย์

ไม่ว่าจะเป็นหนูที่ฝึกวิ่งผ่านเขาวงกต หรือ แมวที่นึกภาพการล่าในหัว เมื่อคุณมองเห็นสัตว์นอนหลับ เคยสงสัยไหมว่าพวกมันกำลังฝันอยู่ไหม? 

นักวิทยาศาตร์กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับการฝันของสัตว์มากกว่าที่เคย แม้แต่กับมนุษย์เองยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมเราถึงฝัน หรือบอกได้ว่าทำไมความฝันถึงสำคัญ แต่การเรียนรู้เรื่องความฝันของสัตว์ดูจะยากยิ่งกว่า การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าสัตว์อาจมีการนอนหลับระยะ REM (เป็นระยะที่มนุษย์เกิดความฝัน) และอาจฝันในเรื่องที่มันมองเห็น .

“ผมคิดว่าการฝันช่วยให้เรามีวิธีอธิบายความสามารถด้านสติปัญญาจำนวนมากให้กับสัตว์ ซึ่งรวมถึงอารมณ์ ความทรงจำ และแม้แต่จินตนาการ” เดวิด เอ็ม. เปนญา-กุซมาน (David M. Peña-Guzman) ผู้ศึกษาเกี่ยวกับปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานฟรานซิสโก และผู้เขียนเรื่อง ‘When Animals Dream : The Hidden World of Animal Consciousness’ กล่าว 

แมวบ้านเป็นสัตว์ตัวแรกๆ ที่ได้รับการวิจัยเกี่ยวกับความฝัน เกิดขึ้นในปี 1960 โดย มิเชล โจวเวต (Michel Jouvet) เขาเรียนรู้ว่าส่วนหนึ่งที่เรียกว่า พอนส์ (Pons) ในก้านสมอง ดูเหมือนจะเป็นตัวควบคุมการนอนหลับระยะ REM เขาจึงเอาบางส่วนของมันออก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อพวกมันหลับ แมวเริ่มเคลื่อนไหวราวกับว่าตื่นอยู่ ออกล่า กระโดด ดูแลขน และทำท่าป้องกันตัวจากภัยคุกคามที่มองไม่เห็นอย่างดุดัน

เขาเรียกมันว่าเป็นการนอนหลับที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ เมื่อร่างกายนิ่งแต่จิตใจยังคงตื่นตัวเต็มที่ ทำให้เห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสมองที่กำลังหลับใหลของแมว หนูที่วิ่งในเขาวงกตก็เช่นกัน เมื่อพวกมันวิ่งตอนกลางวัน พวกมันก็วิ่งซ้ำอีกครั้งในเส้นทางเดิมขณะหลับ ภาพเขาวงกตที่มองเห็นเมื่อตอนกลางวันปรากฎขึ้นอีกครั้งขณะหลับ พวกมันได้ยินและแม้กระทั่งรับรู้อารมณ์ที่เคยเกิดขึ้นขณะวิ่งในระยะ REM ของการนอนหลับ

“หลายสิ่งบ่งชี้ว่าสัตว์มีการสัมผัสประสบการณ์อีกครั้งระหว่างการนอนหลับ” วิสันระบุ “ ผมพอใจที่จะเรียกสิ่งนี้ความฝัน”

ในปี 2000 นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าเซลล์ประสาทในสมองส่วนหน้าของนกซีบร้าฟินซ์ (Zebra Finch) จะสร้างสัญญาณในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปขณะที่พวกมันกำลังร้องเพลง และในขณะหลับ สมองของพวกมันก็ทำซ้ำในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งจะจำลองเพลงที่นกได้ยินและร้องในวันนั้น

หลังมีการวิจัยเพิ่มเติมกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา นกฟินซ์กลายเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีโครงสร้างการนอนหลับหลับคล้ายคลึงกับมนุษย์ ซึ่งรวมถึงระยะ REM นอกจากนี้พวกมันยังขยับกล้ามเนื้อเสียงเพื่อให้เข้ากับเสียงเพลงในสมองขณะหลับ อีกทั้งยังสร้างรูปแบบต่าง ๆ ของเพลง โดยรวบรวมข้อมูลทางประสาทสัมผัสต่าง ๆ ขณะตื่นตัว และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ปรับปรุงได้ด้วยการแต่งเพลงใหม่ขึ้นมาเพื่อเสริมการเรียนรู้ในสภาวะเหมือนฝัน

ปลาม้าลาย (Zebrafish) ก็เช่นกัน ขณะนอนหลับ ระยะ REM ของปลาเหล่านี้จะไม่มีการขยับกล้ามเนื้อที่สร้างการเต้นของจังหวะหัวใจ และมีการทำงานของสมองคล้ายตอนที่ตื่นอยู่ ความแตกต่างที่โดดเด่นคือพวกมันไม่ได้ขยับดวงตา การค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับแบบ REM ซึ่งเป็นสภาวะที่เกิดความฝันอาจมีวิวัฒนาการมาอย่างน้อย 450 ล้านปีก่อน ก่อนที่สัตว์บกและสัตว์น้ำจะวิวัฒนาการแยกจากกัน

“เมื่อ 20 ปีที่แล้วผู้คนมักบอกว่าปลาไม่มีการนอน” ฟิลิปป์ มัวร์เรน (Philippe Mourrain) นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าว “แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าลักษณพฤติกรรมเหล่านั้นยังคงมีอยู่ตั้งแต่แมลงไปจนถึงแมงมุมและสัตว์มีกระดูกสันหลัง และในการนอนหลับแบบ REM นั้น คุณจะสูญเสียการควบคุมระบบการกำกับดูแลที่สำคัญที่สุดของคุณ วิวัฒนาการจะไม่เก็บสภาวะที่เปราะบางเช่นนี้ไว้ถ้ามันไม่สำคัญ” 

แต่ทำไมความฝันถึงสำคัญ? การนอนหลับระยะ REM ที่ยังคงอยู่ในวิวัฒนาการหมายความว่าแม้แต่ปลาก็อาจฝัน? ขึ้นอยู่กับนิยามของคุณ แต่สำหรับมัวร์เรนแล้ว การฝันเป็นเพียงการสับประสานของไซแนปส์ (Synapses – ช่องว่างที่เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทในสมอง) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการรีเซ็ตการเชื่อมต่อของระบบประสาทเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ที่จะมาถึงผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่นการรวมหน่วยความจำและการเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้

“ผมจะไม่แปลกใจเลยหากเราพบความฝันที่แท้จริงในสัตว์ และผมคิดว่าในที่สุดแล้วเราจะสามารถแสดงให้เห็นได้ในทางวิทยาศาสตร์” มัวร์เรนกล่าว “คุณทำอะไรบางอย่างในตอนกลางวัน และสมองคุณจะเล่นซ้ำ ผสานรวม และผสมผสานกับประสบการณ์อื่น ๆ เราไม่ใช่สายพันธุ์เดียวที่สามารถจดจำและเรียนรู้ได้”

เรื่องแนะนำ

ความประทับใจไม่รู้ลืมจากช่างภาพหมีแพนด้า

Ami Vitale ใช้เวลาสามปีติดตามชีวิตของหมีแพนด้าในประเทศจีน ประสบการณ์ที่เธอได้รับนั้นเต็มไปด้วยความประทับใจ และใครจะคิดว่าการถ่ายภาพแพนด้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

“The Dogist” หนึ่งวันชีวิตอัศจรรย์ของช่างภาพหมาเดินถนน

“ขอผมถ่ายรูปหมาคุณได้ไหม” เอไลอัส ไวสส์ ฟรีดมัน พูดซ้ำๆ กับเจ้าของหมาบนถนนในนิวยอร์ก  เขาหมอบลง บีบลูกบอลในมือ ทำเสียงเห่าปลอมๆ เจ้าหมาหันมามองอย่างฉงน โพสต์ท่าเหมือนหมามืออาชีพ และเขากดชัตเตอร์รัวๆ  ฟรีดมันต่างจากช่างภาพคนอื่นที่เดินเร่ไปตามถนนเพื่อถ่ายคน  เขาไม่เหมือน สก็อต ชูมันน์ ช่างภาพสตรีตแฟชั่นชื่อดังเจ้าของเว็บ The Sartorialist ที่คอยจับภาพคนแต่งตัวเก๋ๆ บนถนน และไม่สนใจชีวิตของผู้คนสามัญในนิวยอร์กอย่าง แบรนดอน สแตนตัน แห่ง Humans of New York เขาสนใจหมามากกว่าเจ้าของที่จูงมัน (ยกเว้นถ้าเห็นความพิเศษบางอย่าง)  ฟรีดมันอัปรูปบรรดาหมาๆ ที่เขาถ่ายมาลงเพจ The Dogist ที่มียอดผู้ติดตาม 1.7 ล้านไลก์  แต่ละโพสต์ เขาได้ 500 ไลก์ต่อนาที  และไม่เคยจ่ายเงินบูสต์โพสต์เลย  เขาบอกว่าไม่ต้องรอให้มีเงินเหลือเฟือก่อนค่อยออกเดินทางถ่ายภาพกับหมาๆ เพราะตอนนี้เขาทำมันอยู่  เมื่อสองปีก่อนตอนตกงาน เขาเริ่มออกถ่ายภาพหมาตามถนน ตอนที่ยังไม่มีใครรู้จักเขา แล้ววันหนึ่งเขาก็กลายมาเป็น The Dogist ที่ใครๆ ทักทาย นอกจากกล้องตัวใหญ่ ฟรีดมันสวมสนับเข่าทั้งสองข้างและพกลูกบอลกับขนมหมาก่อนออกจากบ้าน  […]