การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ - National Geographic Thailand

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น

ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที

ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์

ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์

ล่าสัตว์
ชาวบ้านในซิมบับเวแบ่งปันเนื้อช้างซึ่งถูกพรานชาวอเมริกันยิงเมื่อปี 2009 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแคมป์ไฟร์ (CAMPFIRE) ที่อนุญาตให้ชุมชนในชนบทขายสิทธิการเข้าถึงสัตว์ป่าแลกกับกำไรบางส่วน

พวกเราที่เหลือลงจากรถ  ตามด้วยนักแกะรอยที่พวกเขาเรียกกันแค่ “ผู้เฒ่า” นักแกะรอยฝึกหัดอีกคนหนึ่ง และชาวซานอีกคนซึ่งทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์สัตว์ป่า” เพื่อให้มั่นใจว่า การล่าสัตว์ครั้งนี้จะปฏิบัติตามกฎและล่าในโควตาที่เขตอนุรักษ์กำหนดไว้ คนสุดท้ายที่ออกมาสู่อากาศอันร้อนระอุ คือลูกค้าผู้เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วเอื้อมมือขึ้นไปหยิบปืนบนชั้นวาง เป็นปืนไรเฟิลลำกล้องแฝด .470 ไนโตรเอกซ์เพรสสั่งทำพิเศษ หนักห้ากิโลครึ่ง ปืนซึ่งมีราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐเหล่านี้นิยมใช้ในการล่าสัตว์ใหญ่เพื่อเป็นรางวัลหรืออนุสรณ์ (trophy hunting – เป็นการล่าสัตว์เพื่อนันทนาการรูปแบบหนึ่ง) เนื่องจากมีอานุภาพในการหยุดยั้งสูง และแน่ล่ะ  เหตุผลที่เขามาที่นี่ก็เพื่อรางวัลดังว่า ลูกค้าซึ่งเป็นพรานที่มีความปรารถนาแรงกล้าคนนี้เคยผจญภัยไปยิงแกะมาร์โคโปโลที่ระดับความสูง 4,500 เมตรในเอเชียกลาง และยิงเสือดาวที่แอฟริกามาแล้ว ตอนนี้เขากลับมาแอฟริกาเพื่อล่าช้าง

มาร์นเวกเคอระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการล่าช้างหนึ่งตัวซึ่งใช้เวลา 14 วันอยู่ที่ประมาณ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ไนไน การล่าช้างเป็นรางวัลจำกัดอยู่ที่ปีละห้าตัว นับเป็นเงินก้อนโตสำหรับชาวซาน ส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมจะจัดสรรโดยแบ่งให้สมาชิกในชุมชนโดยตรงและสมทบกองทุนสำหรับโครงการอนุรักษ์เพื่อปกป้องสัตว์ป่าในพื้นที่ สำหรับช้างที่ล่าได้ ลูกค้าจะนำงากลับบ้าน ส่วนเนื้อทั้งหมดจะแจกจ่ายให้ชาวซาน

การล่าสัตว์เพื่อเป็นรางวัลในทุกวันนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  “เจ้าป่าทั้งห้า”  หรือบิ๊กไฟฟ์แห่งแอฟริกา (ได้แก่ ช้าง สิงโต เสือดาว แรด และควายป่า) ก่อให้เกิดคำถามทางจริยธรรมและการเงิน การล่าสัตว์ที่อยู่ในสถานะยากลำบากในธรรมชาติเป็นเกมกีฬากระตุ้นให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงได้ นักชีววิทยาประเมินการสูญเสียสัตว์ขนาดใหญ่ทั้งหมดในพื้นที่อนุรักษ์ของแอฟริกาในช่วงปี1970 ถึง 2005 ว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 ขณะที่ประชากรสัตว์ขนาดใหญ่ยังลดลงต่อไปอีกจากการรุกล้ำถิ่นอาศัยโดยมนุษย์ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และการลักลอบล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมายที่แพร่ระบาดไปทั่ว กระนั้นก็ยังมีพรานดังเช่นลูกค้าชาวอเมริกันในไนไนคนนี้ซึ่งโต้ว่า การล่าช้างเพศผู้ในบั้นปลายชีวิตที่จัดขึ้นด้วยสนนราคาแพงลิ่วและมีการควบคุมอย่างรอบคอบเป็นวิธีที่ยั่งยืนที่ช่วยปกป้องทั้งสัตว์และถิ่นอาศัย

ล่าสัตว์
หัวและหนังสิงโตซึ่งร้านสตัฟฟ์สัตว์ในแอฟริกาใต้เป็นผู้จัดเตรียม ได้รับการบรรจุลงกล่องสำหรับส่งไปยังลูกค้าชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้ล่าสิงโตตัวนี้เมื่อปี 2010

เราแกะรอยเท้าต่อไป เมื่อมาถึงมูลดินแห่งหนึ่ง ในที่สุด เราก็เห็นตัวพวกมัน ช้างแอฟริกาหรือช้างแอฟริกัน (Loxodonta Africana) เพศผู้สามตัวกำลังกินใบไม้ใบหญ้า ลูกค้าชาวอเมริกันปลดปืนไรเฟิลลงมากระชับในมือ  ช้างแอฟริกา มีอายุยืนถึง 60 หรือ 70 ปี  และช้างที่มีงาขนาดใหญ่ที่สุดมักมีอายุมากกว่า 45 ปี งาวัดตามน้ำหนัก  พรานจัดให้งากิ่งใดก็ตามที่ประเมินว่าหนักกว่า 23 กิโลกรัม  เป็น “เป้าหมาย” ลูกค้ารายนี้อยากได้งาขนาดในช่วง 32 กิโลกรัม  แต่ในที่สุดแล้ว  งาของช้างสามตัวนี้มีขนาดเล็กเกินไป มาร์นเวกเคอตัดใจ แล้วเดินกลับไปที่รถ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครผิดหวังสักเท่าใด  แค่ได้มาอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้นก็เกือบจะเพียงพอแล้ว

“การลั่นกระสุนเป็นแค่ห้าเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของการล่าช้างครับ” มาร์นเวกเคอบอก “ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่หรอกนะครับเวลาที่เห็นช้างตาย  แต่ช้างเหล่านั้นช่วยออกค่าใช้จ่ายในการอนุรักษ์ช้างตัวอื่นที่อาศัยอยู่ที่นี่อีก 2,500 ตัว  การล่าสัตว์ เพื่อเป็นรางวัลคือแบบจำลองทางเศรษฐกิจดีที่สุดที่เรามีในแอฟริกาขณะนี้” นี่เป็นเหตุผลที่อีกไม่นานผมจะได้ยินพรานคนอื่นๆ ยกขึ้นอ้างบ้าง  ส่วนนักรณรงค์เคลื่อนไหวและนักชีววิทยาจะคัดค้านชนิดหัวชนฝา “ถึงที่สุดแล้ว วิธีนี้อาจช่วยรักษาพื้นที่นี้ไว้ได้ รวมทั้งช้างด้วยครับ”

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า วิธีนี้ได้ผลจริงหรือ คุณฆ่าช้างห้าตัวเพื่ออนุรักษ์ช้าง 2,500 ตัวได้จริงหรือ หรือถ้าถามจากอีกฝ่ายคือจะฆ่าช้างไปทำไมกัน

ล่าสัตว์
พรานแบกหนังสิงโตภูเขาที่ยิงได้ทางตอนใต้ของยูทาห์ในปีนี้ ฤดูหนาวเป็นฤดูเหมาะกับการล่าสัตว์ที่สุดเพราะแกะรอย สิงโตภูเขาบนพื้นดินที่มีหิมะปกคลุมได้ง่ายกว่า ในแต่ละฤดูการล่า รัฐยูทาห์จะกำหนดโควตาสัตว์ที่ล่าได้ไว้จำนวนหนึ่ง โดยคำนวณจากจำนวนปศุสัตว์ที่ถูกสิงโตภูเขาฆ่าเมื่อปีก่อนหน้า

เรื่อง ไมเคิล แพเทอร์นิที

ภาพถ่าย เดวิด แชนเซลเลอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

เรื่องแนะนำ

เคยเห็นฉลามหลับกันไหม?

เคยเห็น ฉลามหลับ กันไหม? ฉลามกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกัน? พวกมันรวมตัวและซ้อนกันไปมาอย่างน่าประหลาด แต่พฤติกรรมนี้คือธรรมชาติอันปกติของฉลามเพราะพวกมันกำลังงีบหลับระหว่างวัน แต่อย่าคิดที่จะไปแหย่มันเข้าเชียวเพราะฉลามไม่ได้หลับสนิทเหมือนมนุษย์ขี้เซาบางคน และปัจจุบัน องค์ความรู้เกี่ยวกับฉลามขณะหลับก็มีข้อมูลเพียงน้อยนิดเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของมันขณะนอนหลับ รวมไปถึงว่าพวกมันมีความฝันด้วยหรือไม่? (เชิญชมวิดีโอ ฉลามหลับ ได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ง่วงจัง ขอหลับหน่อย! มาดูกันสิว่า สัตว์อะไรหลับได้โดนใจที่สุด

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย?

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย? เห็นเพียงแวบแรกคุณอาจตกใจว่าปะทะกับงูเข้าให้แล้ว แต่ลองมองดูให้ดีๆ อีกที คุณจะเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านั้นเป็นแค่หนอน และคุณถูกหลอกเข้าเสียแล้ว เจ้าหนอนแก้ว หัวงู นี้เป็นหนอนสายพันธุ์หนึ่งของผีเสื้อกลางคืนที่มีทักษะการเอาตัวรอดอันน่าทึ่ง นั่นคือเมื่อพวกมันเผชิญกับผู้ล่าอย่างนก พวกมันจะชูตัวขึ้นแล้วพองหัวออก ลวดลายที่ปรากฏบนตัวประกอบอับท่าทางส่ายไปมาเลียนแบบงู จะทำให้นกที่หมายปองว่าจะกินพวกมันนั้นตกใจ เพราะคิดว่าเจอเข้ากับงูเข้าเสียแล้ว ทั้งนี้เมื่อพวกมันเติบโตขึ้นก็จะกลายเป็นดักแด้และผีเสื้อตามปกติ   อ่านเพิ่มเติม : แม่แมลงสาบตัดสินใจวางไข่ ก่อนถูกฝูงมดรุมกัดตาย, ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

กบสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ ในเทือกเขาอันห่างไกล

กบสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ ในเทือกเขาอันห่างไกล ทีมนักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในเทือกเขาฆาฏตะวันตก ของประเทศอินเดีย เจ้ากบตัวนี้มีเนื้อตัวเป็นมัน ผิวหนังสีม่วง ขอบดวงตาของมันเป็นสีฟ้า และเอกลักษณ์อันโดดเด่นนั่นคือจมูกที่มีรูปทรงคล้ายกับจมูกหมู นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อมันว่า กบสีม่วง Bhupathy (Nasikabatrachus bhupathi) เพื่อเป็นเกียรติแก่ด็อกเตอร์ Subramaniam Bhupathy เพื่อนร่วมงานของเขา ผู้ศึกษาเกี่ยวกับสปีชี่ส์ของสัตว์ และเสียชีวิตระหว่างการทำงานในเทือกเขาฆาฏตะวันตก เมื่อปี 2014 ในฐานะของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกแล้ว หน้าตาของกบสายพันธุ์ใหม่สีม่วงอาจดูแปลกประหลาด แต่ผลของร่างกายที่เป็นเช่นนี้ต่อยอดมาจากวิวัฒนาการนับครั้งไม่ถ้วนในการเอาตัวรอด ดวงตาที่เล็ก, จมูกยื่นยาว แขนขาสั้นที่มาพร้อมกับลักษณะคล้ายจอบแข็งๆ ช่วยให้มันสามารถอาศัยอยู่ใต้ดินได้ตลอดชีวิต กบสีม่วงไม่จำเป็นต้องขึ้นมาบนพื้นดินเพื่อหาอาหาร เจ้ากบอินเดียตัวนี้ใช้ลิ้นยาวของมันในการจับมดและปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดินกินเป็นอาหาร รายงานจาก อลิซาเบธ เพรนดินี นักสัตววิทยาด้านสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งอเมริกา และผู้ร่วมเขียนบทความอธิบายถึงสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ในวารสาร Alytes ฉบับล่าสุด กบสีม่วง Bhupathy เป็นญาติที่ใกล้ชิดกับกบสีม่วงอีกชนิดหนึ่งที่เคยถูกพบในถูมิภาคนี้เมื่อปี 2003 โดยการค้นพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจากการสนับสนุนของรัฐบาลในการรวบรวมดีเอ็นเอของกบและคางคกทุกชนิดในประเทศ “สายเลือดของกบตัวนี้มีความเก่าแก่ และมีความหลากหลายต่ำมาก ดังนั้นการค้นพบครั้งนี้จึงเป็นเรื่องพิเศษ” เพรนดินีกล่าว (เคยสงสัยกันไหม บรรดากบพิษเอาชีวิตรอดจากพิษของตัวเองได้อย่างไร?)   ร้องเพลงกลางสายฝน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยั่วยวนให้มันขึ้นมาจากดินได้นั่นก็คือ สายฝน เมื่อฤดูฝนมาถึง กบสีม่วงตัวผู้จะเริ่มส่งเสียงร้องดังลั่นมาจากใต้พื้นดิน ราเมช […]