กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน - National Geographic Thailand

กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน

ลิ้นที่แลบออกอย่างรวดเร็วของกิ้งก่าคาเมเลี่ยนคืออาวุธที่ใช้ในการจับเหยื่อกินเป็นอาหาร แต่อาวุธร้ายของสัตว์นักล่าตัวนี้ไม่ได้มีแค่นั้น มาทำความรู้จักกับกิ้งก่าชนิดนี้ให้มากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าเทคนิคของมันนั้นเจ๋งขนาดที่ว่าแทบไม่มีพลาดในการล่าเหยื่อ

อาวุธที่ 1 : ความเชื่องช้า กิ้งก่าคาเมเลี่ยนจะเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าจนกว่าเหยื่อจะเข้ามาใกล้ในระยะที่มันสามารถล่าได้ เหตุใดจึงเชื่องช้า เพราะความช้านี่สัมพันธ์กับอาวุธชิ้นที่ 2 : การพรางตัว เพื่อไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็นมัน

อาวุธที่ 3 : สายตาอันเฉียบคม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนสามารถมองเห็นได้ทุกทิศทางแบบ 360 องศา เพราะดวงตาของมันสามารถเคลื่อนไปมาได้ และอาวุธสุดท้ายคือ : ลิ้นที่แลบออกจับเหยื่ออย่างรวดเร็ว ความยาวของลิ้นนั้นมากกว่าความยาวลำตัวของมันเองถึง 1.5 เท่าเลยทีเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม : มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา, คุณมองออกไหมว่าเสือดาวซ่อนอยู่ตรงไหน?

เรื่องแนะนำ

หมีขาวสองแม่ลูกผู้หิวโหย

หมีขาวสองแม่ลูกผู้หิวโหย ฟุตเทจของหมีขั้วโลกหิวโซนี้ถูกบันทึกโดย Travis Wilkinson ระหว่างการเดินทางแล่นเรือท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวบริเวณหมู่เกาะสวาลบาร์ด ในประเทศนอร์เวย์ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2015 พวกเขาเดินทางไปท่องเที่ยวยังทางตะวันตกของเกาะ Spitsbergen ซึ่งแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่น้ำแข็งที่ปกคลุมส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาน้ำแข็งกลับมีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และทำให้หมีขาวหาอาหารได้ยากลำบากมากขึ้น จากฟุตเทจที่พวกเขาถ่ายได้ ดูเหมือนว่าหมีขาวแม่ลูกอ่อนตัวนี้จะมีสุขภาพที่ดี แต่แท้จริงแล้วพวกมันกำลังหิวโหย ลูกหมีน่าจะมีอายุประมาณ 8 เดือน และถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปมันจะตาย เนื่องจากแม่ไม่มีน้ำนมให้ หมีขาวสองแม่ลูกเดินมาพบกับวอลรัสที่กำลังนอนอยู่ ปกติแล้วหมีเพศเมียจะไม่ยุ่งกับวอลรัส แต่ความหิวโหยบีบบังคับให้มันต้องเสี่ยง หากวอลรัสตัวนี้ป่วยหรืออ่อนแอ พวกมันอาจได้อาหารมื้อใหญ่ประทังชีวิต แต่เมื่อพบว่าวอลรัสตัวดังกล่าวนั้นยังไม่ตายและแข็งแรงดี แม่หมีจำเป็นต้องถอยออกมาเพราะรู้ตัวว่าไม่สามารถสู้ได้ สองแม่ลูกจำต้องออกเดินหาอาหารต่อไป   อ่านเพิ่มเติม หมีขาวหาอาหารยากลำบากขึ้น

เหตุใดผีเสื้อจักรพรรดิจึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร

เหตุใด ผีเสื้อจักรพรรดิ จึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร ทุกฤดูใบไม้ร่วง บรรดา ผีเสื้อจักรพรรดิ หลายล้านตัวจะเดินทางออกจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสถานที่ที่มันเติบโตมาในช่วงฤดูร้อน เพื่อมุ่งหน้าลงสู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเม็กซิโก รวมเป็นระยะทาง 3,000 ไมล์ หรือกว่า 4,800 กิโลเมตร แตกต่างจากนกและวิลเดอร์บีสต์ แม้ว่าจะเป็นการอพยพครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะผีเสื้อเหล่านี้จะไม่หวนกลับมายังถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? และพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปที่ไหน?   กระบวนการย้ายถิ่นของผีเสื้อจักรพรรดิเป็นอย่างไร? เมื่อแต่ละวันสั้นลงและอุณหภูมิเริ่มลด ผีเสื้อจักรพรรดิจะเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ที่พวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยตลอดฤดูหนาว สำหรับผีเสื้อจักรพรรดิแล้ว พื้นที่ดังกล่าวคือเทือกเขาทางตอนกลางของเม็กซิโก สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นสน Oyamel จำนวนมากที่ซึ่งผีเสื้อจักรพรรดินับล้านๆ ตัวจะเบียดเสียดกันเกาะตามกิ่งก้านสาขาของมัน ต้นสนพวกนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Sacred Firs พวกมันปกป้องแมลงเอาไว้ รายงานจาก Pablo Jaramillo-Lopez นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเม็กซิโก “ต้นไม้เหล่านี้เปรียบเสมือนผ้าห่มสำหรับบรรดาผีเสื้อ ช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป” เขากล่าว หลังจากรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป แมลงเหล่านี้จะมุ่งหน้าไปยังทางทิศเหนือ ไปในที่ที่อบอุ่นกว่าเช่นในรัฐเทกซัส พวกมันจะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่บนต้นไม้ที่มียางเหนียว ไม่กี่วันต่อมาไข่เหล่านี้จะฟักออกมาเป็นหนอนที่ประกอบด้วยลวดลายสีดำขาวและทอง พวกมันจะกัดกินใบไม้ก่อนที่จะเติบโตเป็นผีเสื้อในอนาคต เมื่อถึงจุดนี้ วงจรชีวิตของผีเสื้อก็จะวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง ผีเสื้อตัวเต็มวัยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือต่ออีกหลายไมล์ ก่อนที่จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่อีกครั้ง ดังนั้นแล้วอาจต้องใช้ผีเสื้อ 4 […]