ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว - National Geographic Thailand

ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

หากคุณคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวที่มีพิธีฝังศพ คุณอาจต้องคิดใหม่ เพราะมด, ผึ้ง และปลวกเองก็มีธรรมเนียมสำหรับพวกที่ตายไปแล้ว ด้วยการย้ายร่างของพวกเขาออกไปจากรังหรือฝังกลบซะ

อาณาจักรแมลงคือกลุ่มสังคมที่ต้องเผชิญกับเชื้อโรคหลายชนิด ดังนั้นแล้วการกำจัดศพของสมาชิกที่ตายไปแล้วจึงเป็นการป้องกันการเกิดโรคระบาด ด้วยการย้ายสมาชิกตายแล้วที่มีความเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อออกไปจากอาณาจักร

 

มด

ในอาณาจักรมดที่ยิ่งใหญ่ มดงานจะทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อพาร่างของสมาชิกที่ตายไปแล้วออกไปจากรัง ในขณะที่บางสายพันธุ์พวกมันเลือกที่จะกลบฝังแทน

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร BMC Evolutionary Biology พบว่าในอาณาจักรมดที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ และยังไม่มีมดงาน ราชินีมดจะเป็นผู้ฝังสมาชิกแทนด้วยการกัดให้เป็นชิ้นๆ ก่อนฝัง รายงานจาก คริส พูล ผู้ศึกษาชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัย Royal Holloway ในกรุงลอนดอน

“ปกติแล้ว ถ้าเราคิดถึงราชินีมด เราจะคิดถึงสมาชิกราชวงศ์ที่อาศัยอยู่ภายในใจกลางอาณาจักรที่ได้รับความคุ้มครองจากบรรดาคนงานและไม่จำเป็นต้องเผชิญกับความเสี่ยงไปกับงานต่างๆ ในรัง” เขากล่าว “แต่ผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่าพวกมันมีความสามารถที่จะปฏิบัติงานแบบนั้นได้” เพราะในการกำจัดมดที่ตายไปแล้ว จะเป็นการลดความเสี่ยงที่ตัวราชินีมดเองจะตายถึง 7 เท่า

 

ผึ้ง

ในรังผึ้ง ผึ้งตัวที่ตายหรือป่วยจะถูกจำกัดอย่างรวดเร็ว โดยผึ้งที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อจะใช้กรามของมันคีบสมาชิกที่ตายไปแล้ว นำออกมาวางไว้ด้านนอกของรัง

แมลงสายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็วในการกำจัดสมาชิกที่ตาย ผลการศึกษาในปี 1983 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Animal Behavior พบว่าในเวลา 1 ชั่วโมงผึ้งกำจัดซากศพได้รวดเร็วกว่าที่การระบาดจะฆ่าผึ้งตัวอื่นๆ เสียอีก โดยบรรดาผึ้งที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อเหล่านี้เป็นผึ้งวัยกลางคน ที่มีจำนวนคิดเป็นสัดส่วน 1-2% ของรังเท่านั้น

 

ปลวก

ในขณะที่แมลงส่วนใหญ่ย้ายซากศพออกจากรัง ปลวกกลับเลือกที่จะฝังพวกที่ตายแล้วในรังแทนเช่นเดียวกับแมลงอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของร่างกายช่วยให้พวกมันระบุได้ว่าแมลงตัวไหนได้ตายไปแล้ว

ปลวกใต้ดินตะวันออก (Reticulitermes flavipes) จัดการกับสมาชิกที่ตายแล้วในเวลาเพียงไม่กี่นาที ด้วยวิธีเดียวกันกับผึ้ง ปลวกสัปเหร่อจะสัมผัสกับพวกที่ตายไปแล้วด้วยหนวดของพวกมัน ก่อนที่จะย้ายร่างเหล่านั้นด้วยกราม

ผลการศึกษาในปี 2013 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports พบว่าปลวกใต้ดินตะวันออกจะมีพฤติกรรมที่ต่างออกไป หากหนึ่งในพวกที่ตายนั้นเป็นญาติใกล้ชิดกับมัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกที่ตายจะมาจากไหน พวกมันจะถูกพาไปยังห้องพิเศษที่ใช้ในการรีไซเคิลและดึงสารอาหาร แต่หากปลวกที่ตายเป็นสายพันธุ์ Dark Southeastern มันจะถูกฝังโดยปลวกงานที่ทำหน้าที่เป็นปลวกยาม นอกจากนั้นนักวิจัยยังพบว่าปลวกเหล่านี้ใช้เวลาในการจัดการกับปลวกที่ตายไปแล้วที่มีความใกล้ชิดกับสายพันธุ์ตัวเองมากกว่าเป็น 10 เท่า เมื่อเทียบกับปลวกพันธุ์เดียวกัน

เรื่อง แอลลี่ วิลกินสัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ฤาความตายหาใช่การลาจาก

เรื่องแนะนำ

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลสูญเสียยีนชนิดหนึ่งไป

ยีน PON1 ที่ช่วยป้องกันร่างกายจากสารพิษได้สูญหายไปในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เพราะเหตุผลบางประการ แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ยังคงมียีนนี้อยู่ ทว่าการปนเปื้อนของแหล่งน้ำในปัจจุบันกำลังสร้างความกังวลให้แก่นักวิทยาศาสตร์

ทำไมหนูจึงเป็นอาหารจานเด็ดในเวียดนาม

หนูที่ถลกขนแล้วจะถูกนำไปรมควันบนกองฟาง ก่อนขายให้ลูกค้าในเมืองโก๋หยุง เวียดนาม หนูเป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์พบได้ทั่วไป ในเขตร้อนของเอเชีย เรื่อง คริสเตียน เดลลาโมเร ภาพถ่าย เอียน เต๋อ เมืองเจิวด๊ก เวียดนาม มีคนถามฉันว่าหนูกับค้างคาว จะเลือกกินอะไรล่ะ? พ่อครัวชูซากหนูดิบและค้างคาวที่เปื้อนเลือดต่อหน้าฉัน ราวกับว่านี่เป็นตัวเลือกที่ยั่วน้ำลายสุดๆ แล้ว โดยปกติแล้วฉันคงไม่เลือกทั้งสองอย่าง แต่เนื่องจากเป็นวันส่งท้ายปีเก่าของเมืองสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงแห่งนี้ งั้นฉันจะยอมเสี่ยงกินมันนิดๆ หน่อยๆ แล้วกัน ฉันคิดอยู่แค่สองวิเท่านั้น เลือกหนูสิ เพราะฉันรู้จากสภาพแวดล้อมในชนบทของเราว่านี่ไม่ใช่เจ้าตัวน่ารังเกียจที่อาศัยอยู่ตามรถไฟใต้ดิน และหนูก็ดูน่ากินกว่ามาก ฉันไม่รู้หรอกว่าค้างคาวรสชาติเป็นยังไง หนูที่อยู่ในวันเฉลิมฉลองถูกสับและทอด พร้อมเรียงในตะกร้าดูคล้ายแท่งมอสซาเรลล่า มันก็น่าอร่อยจริงๆ แหละ คนส่วนมากในเขตร้อนของเอเชียเห็นด้วยว่า หนูเป็นแหล่งโปรตีนที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคหนึ่งของโลก โดยเฉพาะชุมชนเกษตรกรรมเวียดนามทั้งทางเหนือและใต้ อย่างไรก็ตามคุณจะเห็นหนูตามเมนูในพื้นที่เมืองใหญ่ รวมทั้งโฮจิมินห์ซิตีด้วย แกรนต์ ซิงเกิลตัน นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาการจัดการหนูในระบบนิเวศจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติในฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ความจริงสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง เนื้อหนูจะมีราคาสูงกว่าไก่ เฉพาะในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงสามารถจับหนูนาเป็นๆ ได้ถึง 3,600 ตันต่อปี โดยมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากสิ่งนี้ทำให้คุณประหลาดใจ บางทีคุณลองนึกภาพหนูบ้าน(Norway rat) ที่อาศัยอยู่ตามเมืองหรือหนูท้องขาว(Black rat) นอนอยู่บนจานดูสิ […]

กุ้งเดินพาเหรด เบื้องหลังปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง

ปรากฏการณ์ กุ้งเดินพาเหรด ขึ้นจากแม่น้ำในจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับทั้งความสนใจและความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี แต่ยังไม่มีใครศึกษาว่า ทำไมกุ้งน้ำจืดชนิดนี้ถึงขึ้นจากน้ำแล้วเดินขบวนไปบนบก และพวกมันคือกุ้งสายพันธุ์อะไร วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์ เติบโตในจังหวัดกรุงเทพฯ วันหนึ่ง เขานั่งชมรายงานข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับ “กุ้งเดินพาเหรด” ในจังหวัดอุบลราชธานี ที่กุ้งจำนวนดาษดื่นเดินออกจากลำธารในช่วงฤดูฝนเป็นประจำทุกปี เพื่อออกหากินในเวลากลางคืนอย่างเป็นปริศนา ความสนใจด้านพฤติกรรมสัตว์ของวัชรพงษ์ นำเขาเข้าสู่วงการวิชาการ หลังจบการศึกษาจากภาควิชาชีววิทยา เขาได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2017 วัชรพงษ์ได้รับคัดเลือกเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขณะกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) เกี่ยวกับเรื่องความก้าวร้าวและการสื่อสารของปลา แต่เขายังคงคิดถึงกุ้งเหล่านั้นที่สร้างความประทับใจให้กับเขาเมื่อหลายสิบปีก่อน “ผมดูข่าวนั้นเพียงห้านาที แต่มันติดอยู่ในหัวผมเกือบตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา” วัชรพงษ์กล่าว เขาค้นพบว่า แม้จะได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และเป็นตัวละครหลักในตำนานพื้นบ้าน แต่ยังไม่มีใครศึกษาว่า เหตุใดสัตว์น้ำตัวจิ๋วเหล่านี้จึงเดินขึ้นจากน้ำ หรือแม้กระทั่งไม่เคยมีการระบุชนิดของมันได้ จุดนี้จึงกลายเป็นภารกิจทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญ เขากระตือรือร้นที่จะกลับมายังแผ่นดินเกิด เพื่อศึกษาสัตว์ประจำถิ่น และวิธีที่พวกมันเชื่อมโยงกับชุมชนมนุษย์ “ผมอยากทำโครงการวิจัยที่สามารถช่วยเหลือผู้คนในประเทศไทย และในขณะเดียวกันก็ช่วยสิ่งแวดล้อมด้วย” เขากล่าว ความลับของกุ้งฝอย ในปี 2018 และ 2019 วัชรพงษ์ออกสำรวจแม่น้ำลำโดม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย […]

แผนอนุรักษ์แรดสุมาตรา

แผนอนุรักษ์แรดสุมาตรา สถานะของแรดสุมาตราในปัจจุบันกำลังเข้าขั้นวิกฤติใกล้สูญพันธุ์ คาดกันว่ามีแรดสุมาตราเหลือบนโลกเพียงแค่ 80 ตัวเท่านั้นบนเกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียวฝั่งอินโดนีเซีย ปกติแล้วแรดสุมาตราเป็นสัตว์สันโดษ และจะจับคู่ก็ต่อเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ทว่าประชากรแรดที่แยกจากกันอย่างโดดเดี่ยวนี้กำลังกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ ด้วยจำนวนแรดในธรรมชาติที่น้อยลง หากแรดตัวเมียนั้นๆ ไม่ถูกจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเวลานาน พวกมันจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ไปในที่สุดเมื่อไม่มีลูก นั่นหมายความว่าประชากรแรดสุมาตรามีแต่จะยิ่งลดลงเรื่อยๆ หน่วยงานอนุรักษ์หลายหน่วยงาน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกด้วย กำลังร่วมมือกันเพื่อปกป้องสายพันธุ์นี้ไว้ โปรเจคดังกล่าวมีชื่อว่า “Sumatran Rhino Rescue” เป้าหมายเพื่อย้ายแรดสุมาตราในธรรมชาติไปยังเขตรักษาพันธุ์ใกล้ๆ เพื่อให้พวกมันผสมพันธุ์กัน และเมื่อจำนวนประชากรของแรดสุมาตราเพิ่มขึ้นในอัตราที่คลายความกังวลลงแล้ว จึงค่อยปล่อยพวกมันกลับสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้สาเหตุใหญ่ที่ทำให้จำนวนประชากรของแรดสุมาตราลดลงอย่างมากก็คือการล่าเอานอ ซึ่งมีค่ามากตามความเชื่อของการแพทย์แผนจีน นอกจากนั้นพวกมันยังเผชิญกับการถูกคุกคามถิ่นอาศัยจากอุตสาหกรรมป่าไม้และเกษตรกรรม   อ่านเพิ่มเติม แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?